ผู้ใหญ่บุญลี เป็นผู้ใหญ่บ้านที่มีใจโอบอ้อมอารีและขยันขันแข็งของหมู่บ้านหาดขนำที่ค่อนข้างกันดาร แม้แต่ถนน
หนทางก็ยังไม่มี เวลาผู้ใหญ่บุญลีจะไปราชการในเมือง เขาต้องใช้ม้าเป็นพาหนะ เช้าวันหนึ่งผู้ใหญ่บุญลีขี่ม้าเข้า
เมือง ขณะขี่ผ่านป่าละเมาะเลาะริมลำธาร ทันใดนั้นเขาต้องหยุดม้าทันที เพราะเขาได้เห็นกระติบข้าวใบหนึ่งติด
อยู่ที่ซอกหินริมลำธาร เขาเอื้อมไปหยิบแล้วเปิดฝากระติบออกดู ปรากฎว่ามีงูตัวหนึ่ง ผู้ใหญ่บุญลีตกใจปล่อยกระ
ติบหลุดจากมือ เขาได้ยินเสียง
" ขอบใจที่ช่วยปล่อยฉัน ฉันถูกขังมานานมาก เพื่อตอบแทนบุญคุณฉันให้คุณขอได้สองสิ่ง สิ่งหนึ่งเป็นของนอก
กาย อีกสิ่งหนึ่งเป็นของในกาย เมื่อคุณอธิษฐานเสร็จผลจะปรากฎภายใน 6 ชั่วโมง " แล้วงูก็เลื้อยหนีไปทันที
ผู้ใหญ่บุญลี หลังจากหายตกใจแล้วก็เริ่มคิดว่าตนจะขออะไรดี ของนอกกายก็มี บ้านหลังใหญ่ เงินสดมากมาย หรือ
จะเป็นแก้วแหวนเงินทอง มันเลือกไม่ถูก ส่วนของในกายก็มี ความหล่อ ความหนุ่ม ความมีสุขภาพดี ความมีกล้าม
เนื้อเป็นมัดๆและงดงาม มันเลือกไม่ถูกเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ควรรอช้า เพราะพรที่งูให้ไว้ไม่รู้จะคงอยู่
นานสักเท่าใด ในที่สุดเขาจึงเริ่มต้นตั้งจิตอธิษฐาน
ผู้ใหญ่บุญลี : ของนอกกายข้าฯขอเป็นทองคำสัก 20 กิโลกรัม เพราะมันมีค่ามากไม่เปลืองที่เก็บ จะขายเป็นเงินก็ทำ
ได้ง่าย ส่วนของในกาย ข้าฯขอ......ขอ....ขอให้อาวุธประจำกายของข้าฯใหญ่เท่ากันกับอาวุธประจำกายของม้าที่
ข้าฯขี่อยู่นี้ เพราะอาวุธที่ใหญ่คงจะเป็นต่อเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด
หลังจากอธิษฐานเสร็จ ผู้ใหญ่บุญลีก็รีบออกเดินทางต่อไป กระทั่งพลบค่ำเขาเดินทางถึงที่พักในเมือง เมื่อขนข้าว
ของเข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว ปรากฎว่าในห้องมีแสงวูบวาบอยู่พักหนึ่ง เมื่อแสงวูบวาบหายไปแล้วเขาเห็นทองคำ
แท่งกองอยู่บนพื้นกองหนึ่ง เขาเข้าไปจับดู มันเป็นทองคำแท้ๆเลย เขารู้สึกดีใจมาก เขารีบถอดเข็มขัดและถอด
กางเกงเขาดูอาวุธประจำกายของเขา เขาต้องใจหายวาบเพราะอาวุธประจำกายของเขาหายไป หลังจากหายงงแล้ว
ผู้ใหญ่บุญลี : บ้าจริงๆเลยเรา เราลืมไปว่าเมื่อเช้านี้ ม้าที่เคยขี่ประจำมันป่วย เลยเอาม้าตัวเมียมาขี่เข้าเมืองแทน
|
|