หายใจ....ใช้กะบังลม
หลายท่านอาจสงสัย มาสอนทำไม ใคร ๆ ก็หานใจเป็นตั้งแต่ออกจากท้องแม่
คำตอบคือ การหายใจที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นการหายใจตื้นและสั้น
ส่วนเวลาวิ่งนั้น ต้องหายใจลึกและยาว จึงก่อให้เกิดปัญหาว่าจะหายใจกันอย่างไรดี
ตามธรรมชาตินั้น เรามีกล้ามเนื้อช่วยในการหายใจ 2 ชุดใหญ่
ชุดหนึ่งคือ กล้ามเนื้อหน้าอก คอยยกซี่โครง
อีกชุด ซุกอยู่ข้างในและค่อนไปทางใต้ ได้แก่กล้ามเนื้อกะบังลม
ปกติชุดที่ใช้คือ ชุดหน้าอก พอยกซี่โครงอากาศจะพรั่งพรูไหลเข้าสู่ปอด
หายใจออก ไม่ต้องใช้แรง ปอดเรามีพลังแฝงเหมือนสปริง
พอหายใจเข้าสุดจะเด้งดึ๋งดันอากาศกลับออกมาเอง
ปอดก็จะแฟบเหมือนลูกโป่งลอยลม นี่เป็นการหายใจแบบธรรมดาเวลาไม่ได้ออกกำลัง
ถ้าเราวิ่งหรือออกกำลังใด ๆ ที่ทำให้เหนื่อย กล้ามเนื้อจะต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น
ซึ่งร่างกายก็ควรสนองความต้องการ โดยหายใจให้เร็วขึ้น ลึกขึ้น
ทีนี้แหละ กล้ามเนื้ออกอย่างเดียวไม่เพียงพอเสียแล้ว
ชุดสำรองคือ กล้ามเนื้อกะบังลม ต้องเข้ามาช่วยดึงกะบังลมให้ต่ำลง ทรวงอกจะได้ขยายมากขึ้น
ทำอย่างไรจึงจะให้กล้ามเนื้อชุดหลังนี้ ทำงานได้เต็มที่มีประสิธิภาพ
คำตอบเรื่องนี้อยู่ที่การฝึก
เนื่องจากคนส่วนมากไม่เคยใช้กล้ามเนื้อชุดนี้
พอมีความจำเป็น เช่นเวลาออกกำลังกาย ก็ใช้ไม่ถูก
พลอยไปใช้ชุดสำรองสุดท้ายคือ กล้ามเนื้อคอและไหล่
หรือไม่ก็ใช้การหายใจถี่ ๆ เกินกว่าที่จำเป็น
กล้ามเนื้อช่วยหายใจทั้งหลาย กินออกซิเจนเช้าไปไช่น้อย
ถ้าใช้มากเกินไป ก็เหลืออกซิเจนไปให้กล้ามเนื้อซึ่งใช้ออกกำลังจริง ๆ ไม่เท่าไหร่
ทำให้ประสิทธิภาพในการวิ่งได้ไม่เต็มที่ ฉะนั้น เคล็ดลับจึงอยู่ตรงนี้
ตรงที่ต้องเอากล้ามเนื้อกะบังลมออกมาใช้ให้ได้
แหล่งที่มา : คู่มือวิ่งเพื่อสุขภาพ
|
|