ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

การออกกำลังกายในน้ำ (Aerobic Water Exercise)

การออกกำลังกายในน้ำ (Aerobic Water Exercise)

หลายคนที่ประสบปัญหาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย

คงกระวนกระวายใจว่า ทำไงดี อดได้เหงื่อ

ขอแนะนำการออกกำลังกายในน้ำ หรือ Aerobic Water Exercise


เรามาดูกันก่อนว่า เจ้านี้มันคืออะไรกันแน่ ความจริงแล้วมันมีส่วนประกอบอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ

1. เจ้านี้เป็นการออกกำลังกายในน้ำที่เป็นส่วนเติมเต็มและเพิ่มเติม จากการฝึกและการออกกำลังกายปกติ

2. การออกกำลังกายในน้ำ ถือเป็นการช่วยเหลือในการฟื้นฟู และรักษาอาการบาดเจ็บ

จากการออกกำลังกาย ส่วนนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Aquatic Therapy


การออกกำลังกายในน้ำ ถือเป็นการออกกำลังกายที่ไร้แรงกระแทก ไม่ลำบากขาแข้งเหมือนการวิ่ง

ซึ่งต้องรับแรงกระแทกประมาณ 5 เท่าของน้ำหนักตัว นั้นหมายความว่า ออกกำลังกายในน้ำนี้

มีโอกาสบาดเจ็บน้อยมาก


ก็ด้วยเหตุผลนี้ มันจึงเหมาะกับผู้ที่บาดเจ็บจากการออกกำลังกายอื่นๆ เพราะจะไปวิ่งหรือกระโดโลดเต้น

ก็ทำได้ลำบาก แถมได้เปลี่ยนบรรยากาศอีกด้วยจริงไหม


แน่นอน การออกกำลังกายในน้ำ จะใช้พลังงานน้อยกว่า พวกวิ่งหรือปั่นจักรยานอย่างแน่แท้

แต่มันก็ดีกว่าการนอนอยู่กับบ้านเฉยๆ ไม่ได้ออกกำลังกายไม่ใช้หรือ


เรามาพิจารณาประโยชน์ของ การออกกำละงกายในน้ำเป็นข้อๆกัน

- เพิ่มและรักษาความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ

- เพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ

- เพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวมากขึ้น

- อากาศร้อนๆ ออกกำลังกายในน้ำดีกว่าแน่

- เป็นทางเลือกที่เสริมจากการออกกำลังกายหลัก

- ผ่อนคลายสุดๆ

- ยังเหมาะกับคนที่มีน้ำหนักมาก คนท้อง และคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ


ท่าที่มักนิยมในการออกกำลังกายในน้ำคือ

ตั้งท่าเหมือนเราจะวิ่งบนพื้นดิน เรามาลองดูโปรแกรมการออกกำลังกายในน้ำกันเถอะ


ช่วง warm-up - วิ่งในน้ำประมาณ 10-15 นาที ค่อยๆเพิ่มความเร็วและความเข้มข้น พอใกล้จะครบ 15 นาที

ให้ลองวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ช่วงออกกำลังกายหลัก - ให้วิ่งเร็วๆ 3 นาที สลับกับวิ่งเบาๆ 1 นาที ให้ทำซ้ำๆกันอย่างนี้ประมาณ 5-10 ครั้ง

ขึ้นอยู่กับสังขารของคุณเอง (กรุณาอย่าทรมานสังขารนะครับ)

หรืออีกทางเลือกหนึ่ง

-ให้เริ่มวิ่งเบาๆ 2 นาที

- จากนั้นวิ่งปานกลาง 2 นาที

- วิ่งเร็วที่สุด 2 นาที

- กลับมาวิ่งระดับปานกลาง 2 นาที

- สุดท้ายวิ่งเบาๆ 2 นาที

- ทำแบบนี้ 2-4 ครั้ง


หรือถ้าขี้เกียจวิ่งเร็ววิ่งช้า ก็ให้วิ่งไปเรื่อยๆ ไม่เคร่งเครียด ประมาณ 30-40 นาที


ช่วง cool down - วิ่งเบาๆ 10 นาที โดยค่อยๆลดความเข้มข้นลง

เป็นไงผู้บาดเจ็บทั้งหลาย ยิ้มได้แล้วซิ ลองไปออกกำลังกายในน้ำกันดีกว่า

อ้อ คนที่ว่ายน้ำไม่เป็น ก็หาเสื้อชูชีพใส่ด้วยแล้วกันนะครับ






น้า PAT's Profile โดยคุณ น้า PAT Mail to น้า PAT (58.8.194.178) [23 ก.พ. 2550 เวลา 13:46]




โดยคุณ ยูสวนเสรีไทย Mail to ยูสวนเสรีไทย (124.120.16.112) [23 ก.พ. 2550 เวลา 16:02] #119986 (1/3) ยูสวนเสรีไทย's Profile

ขอบคุณครับ



โดยคุณ สมปอง-นัยเนตร (125.25.142.164) [23 ก.พ. 2550 เวลา 16:58] #119993 (2/3)

ว่ายน้ำเป็นค่ะ ขอบคุณค่ะ



โดยคุณ กฤตย์ (124.157.153.246) [26 ก.พ. 2550 เวลา 12:09] #120495 (3/3)

การเดินในน้ำสำหรับนักวิ่งเป็นการรักษาสภาวความฟิตที่เราไม่ต้องการให้ตกต่ำลงจากการขาดฝึกซ้อมเพราะบาดเจ็บกล้ามเนื้อหรือกระดูก คอยให้ส่วนที่เจ็บหายดี ก็ต้องเนื่องแผนฝึกไปได้เลย ด้วยว่า ระบบหัวใจ ,ปอด และระบบหลอดเลือดเป็นระบบที่ไวต่อการซ้อมหรือไม่ซ้อมที่สุดนั่นเอง

เพราะเหตุนี้ จึงเป็นสิ่งที่โค้ชมักสั่งให้นักกีฬาที่ตนองดูแลอยู่ใช้การเดินในน้ำเป็นการฝึกต่างแบบ พวกเราต้องทำความเข้าใจตรงนี้ให้ดี และนำไปเป็นประโยชน์กับตัวเอง



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ
ความคิดเห็น
โดย Password (สำหรับสมาชิก)  
แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


เลือกรูป ขนาดห้ามเกิน 70 kb
: : เพื่อเป็นการป้องกันการสแปมจากลิ้งเวบไซท์ที่ไม่เหมาะ รบกวนผู้ตอบกระทู้ที่ไม่ได้ล็อกอิน กรุณากรอกตัวเลขที่มองเห็นจากภาพด้านล่างก่อนกดปุ่มส่งคำตอบ หากกรอกตัวเลขไม่ตรงกับภาพที่มองเห็นระบบจะให้กลับมากรอกใหม่ : :



Reload Image

กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ เพื่อสังคมเว็บบอร์ด


[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]