บุญหทัยเป็นคนขับรถของนายผู้หญิง การหาที่จอดรถในบริเวณใกล้ๆที่นายผู้หญิงไปทำธุระก็ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ
เช่นเช้าวันหนึ่ง บุญหทัยขับรถไปส่งนายผู้หญิงแถวถนนสีลม เขารู้อยู่ว่าแถวนั้นนอกจากจะจอดรถไม่ได้โดย
เด็ดขาดแล้วตำรวจแถวนั้นก็จ้องแต่จะเขียนใบสั่ง แต่เขาจำเป็นต้องจอดรถที่นั่นเพราะนายผู้หญิงบอกว่าจะทำ
ธุระแค่ 15 นาทีเท่านั้น หลังจากที่เขาจอดรถแล้วออกมายืนรออยู่ได้เพียง 2 - 3 นาทีเขาก็เห็นตำรวจเดินมา
เขียนใบสั่งข้อหาจอดรถในที่ห้ามจอด เขารีบเดินไปหาตำรวจคนนั้น
บุญหทัย : ขอได้โปรดอย่าเขียนใบสั่งเลยครับ ผมคนหาเช้ากินค่ำคงไม่มีปัญญาเสียค่าปรับหรอกครับ
ตำรวจเงยหน้าขึ้นมามองบุญหทัยนิดหนึ่งแล้วก็ลงมือเขียนใบสั่งต่อไปโดยไม่พูดอะไร
บุญหทัย : ขอผมเถอะครับคุณตำรวจ อย่าได้เขียนใบสั่งเลยครับเห็นใจผมเถอะ
ตำรวจไม่สนใจต่อคำอ้อนวอนของบุญหทัย หลังจากเขียนใบสั่งเสร็จเขาก็เอาไปหนีบไว้กับที่ปัดน้ำฝนหน้ารถ
บุญหทัย : คุณเป็นตำรวจหน้าเลือดจ้องแต่จะจับผิดคนแทนที่จะไปทำหน้าที่ที่เป็นประโยชน์อย่างอื่น
ตำรวจมองหน้าบุญหทัยแล้วเริ่มเขียนใบสั่งใบที่ 2 ข้อหาพูดจาถากถางเจ้าพนักงาน
บุญหทัย : นอกจากคุณจะเอาแต่จ้องจับผิดแล้ว การมุ่งเขียนแต่ใบสั่งก็หวังแต่เพียงเงินแบ่งจากค่าปรับเท่านั้น
ตำรวจเริ่มเขียนใบสั่งใบที่ 3 ข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน บุญหทัยยังไม่เลิกด่าว่าตำรวจคนนั้น ยิ่งด่าว่ามากเท่า
ไรตำรวจก็ยิ่งเขียนใบสั่งมากใบขึ้นเท่านั้นจนเวลาผ่านไป 15 นาที ตำรวจเขียนใบสั่งไป 7 ใบใน 7 ข้อหา
พอดีนายผู้หญิงทำธุระเสร็จและเดินไปที่รถ บุญหทัยผละจากตำรวจคนนั้นโดยเร็วและปล่อยให้เขาเขียนใบสั่ง
รถคันที่จอดอยู่ถัดไป ส่วนเขารีบวิ่งไปที่รถของเขาซึ่งจอดห่างออกไปอีกสัก 5 - 6 คันรับนายผู้หญิงแล้วรีบ
ออกรถทันทีท่ามกลางความงวยงงของของตำรวจคนนั้น
|
|