ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |








ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

ความมหัศจรรย์ของการ "วิ่ง"

ความมหัศจรรย์ของการ "วิ่ง"


คนที่ "อ้วน" จะมีรูปร่างเหมือน ๆ กัน ก็คือ อ้วน พุงพลุ้ย น้ำหนักเกิน
(เคยเห็นคนอ้วนพุงเรียบหรือเปล่าล่ะ)

แต่คนที่ "รูปร่างดี" จะมีหลายแบบ ดูจากตัวอย่างที่ซิดนีย์

ซึ่งเป็นแหล่งชุมนุมคนหุ่นดีจากทั่วโลกเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ได้

บรรดาคนหุ่นดีเหล่านั้น ต่างก็มีดีไปคนละแบบ



หุ่นของนักกีฬายกน้ำหนัก ก็ต่างไปจากหุ่นของนักว่ายน้ำ แม้แต่นักวิ่งด้วยกัน

นักวิ่งระยะสั้น กับนักวิ่งระยะยาว รูปร่างก็ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้

เพราะนักกีฬาแต่ละประเภท จะต้องมีรูปร่างเหมาะกับกีฬาที่ตนเองเล่น

นักกีฬาจะมีรูปร่างอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อมเป็นสำคัญ


โดยปกติ การฝึกซ้อมแบ่งกว้าง ๆ ออกเป็นสองประเภท คือ แบบ Resistance Training
กับ Endurance Training


Resistance Training คือ การฝึกซ้อมที่ต้องสู้กับความต้านทาน เป็นต้นว่า
ยกน้ำน้ำ กระโดดสูง กระโดดไกล และนักวิ่งระยะสั้น เป็นต้น


ส่วน Endurance Training คือ การฝึกซ้อมที่ต้องอาศัยความอดทนเป็นหลัก
เป็นต้นว่า นักวิ่งระยะไกล


และบทความนี้ ก็จะพูดถึงความมหัศจรรย์ของการฝึกซ้อมแบบ Endurance Training
ซึ่งรวมหมายถึงการวิ่งของพวกเราชาวนักวิ่งเพื่อสุขภาพทั้งหลายด้วย


Training แบบนี้ จะทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ไม่ว่า
จะเป็นอวัยวะหลาย ๆ อย่าง ระบบในร่างกาย และที่สำคัญคือ
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับเซลล์ในร่าง ๆ นับพัน ๆ ล้านเซลล์

เหตุที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ก็เพื่อให้มีตอบสนองด้านกายภาพดีขึ้น


ถ้าเปรียบพลังงานของร่างกายเป็นระบบเศรษฐกิจ โมเลกุลที่เรียกกันว่า adenosine
triphosphate
หรือ ATP จะเปรียบเสมือน "เงินตรา"
ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ถ้าระบบเศรษฐกิจขาดเงินตรา
ระบบเศรษฐกิจก็ไม่ทำงาน

เช่นกัน ถ้าร่างกายขาด ATP ร่างกายก็จะไม่ทำงาน
เพราะ ATP
เป็นตัวทำให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหว ทำให้เกิดปฏิกริยาด้านเคมี
และยังทำหน้าที่สร้างเนื้อเยื่อใหม่ ๆ และขจัดเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพ


ไม่ว่าจะมีอ๊อกซิเจนช่วยเสริมสร้างหรือไม่ ร่างกายก็จะทำการผลิต ATP
อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้ามีอ๊อกซิเจนช่วยอีกแรง ร่างกายก็จะผลิต ATP ได้มากกว่า

เวลาเรา train หรือ ฝึกซ้อม ร่างกายจะรับอ๊อกซิเจนได้มากขึ้น ก็จะสร้าง ATP
ได้มากขึ้น แรงขับเคลื่อนร่างกายและระบบต่าง ๆ ก็จะดีขึ้น
และนี่คือผลดีประการแรกจากการ "วิ่ง"


หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่ง จะทำให้ ปอด
ขยายตัวขึ้น เพราะปอดมีหน้าที่ในการนำอ๊อกซิเจนเข้าออกจากร่างกาย แต่จริง ๆ
แล้วปอดเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวที่แทบจะไม่มีการ
เปลี่ยนแปลงอะไรเลย

เวลาเราต้องการอ๊อกซิเจนเข้าร่างกายมากขึ้น ก็แค่หายใจลึกขึ้น และถี่ขึ้น
ไม่เกี่ยวกับขนาดของปอด


เชื่อหรือไม่ว่า พวกนักวิ่งทน เห็นผอม ๆ เกร็ง ๆ แบบนั้น
มีปริมาณเลือดมากกว่าคนปกติเยอะ บางคนอาจมีปริมาณเลือดมากกว่าคนปกติถึง 70%


เหตุผลหนึ่งก็คือ การฝึกซ้อมวิ่งนั้น จะทำให้ปริมาณเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น
และจำนวนฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นสารประกอบในการบรรทุกอ๊อกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ
ของร่างกาย ในเม็ดเลือดแดงแต่ละเม็ดก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เรียกว่า
เพิ่มสองเด้ง เลยทีเดียว


ที่สำคัญกว่านั้น คือ ***ส่วนที่เป็นน้ำในเลือดจะเพิ่มมากขึ้นด้วย
ทำให้เลือดมีความเหนียวข้นลดลง และเจือจางมากขึ้น


เมื่อเลือดมีความเหนียวข้นลดลง การหมุนเวียนของเลือดก็ดีขึ้น เพราะเวลาวิ่ง
หัวใจจะเต้นเร็วกว่าปกติถึงสองเท่าหรือมากกว่า จึงสูบฉีดเลือดมากขึ้น
ถ้าเลือดเหนียวเกินไป ก็จะสูบฉีดลำบาก


นอกจากนั้น การวิ่ง ก็ยังทำให้ "เครือข่าย"
ของการหมุนเวียนโลหิตขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วย และจะมีจำนวนเส้นเลือดเพิ่มขึ้นด้วย


ผลดีประการสุดท้ายเกี่ยวกับเลือด คือ เมื่อเลือดมีส่วนที่เป็นน้ำมากขึ้น
ก็มีประสิทธิภาพในการปรับอุณหภูมิให้กับร่างกายได้ดีขึ้น
โดยน้ำจากเลือดจะช่วยระบายความร้อนออกจากกล้ามเนื้อที่กำลังทำงานได้ดีขึ้น
และน้ำจากเลือดก็ยังไปกลั่นเป็นเหงื่อเพิ่มขึ้น
ช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายได้อีกทางหนึ่ง


ที่มหัศจรรย์เพิ่มขึ้นก็คือ การซ้อมวิ่งจะทำให้หัวใจ "ใหญ่" ขึ้น

หัองหัวใจจะขยายตัวกว้างขึ้น สามารถบรรจุเลือดได้เพิ่มขึ้น
กล้ามเนื้อหัวใจก็จะแข็งแรงขึ้น ทำให้หัวใจสามารถเต้นได้แรงขึ้น
และสูบฉีดเลือดได้แรงขึ้นด้วย


จากการศึกษาพบว่า นักกีฬาทั้งซ้อมแบบ Resistnace-train กับ แบบ Endurance-train
ต่างก็มีหัวใจใหญ่ขึ้น แต่เมื่อเทียบกับขนาดของร่างกายแล้ว
นักกีฬาประเภทหลังจะมีขนาดของหัวใจเพิ่มขึ้นใน***ส่วนมากกว่า

กล้ามเนื้อจะรับอ๊อกซิเจนจากเลือด ก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าฉงน

อ๊อกซิเจนจะเข้าสู่เซลล์ของกล้ามเนื้อโดยมีเลือดเป็นผู้นำส่งผ่านผนังของเส้นเลือด
และผ่านเยื่อบุเซลล์กล้ามเนื้อเข้า
ไปด้านในซึ่งเป็นส่วนที่ต้องทำงาน

ขบวนที่อ๊อกซิเจนเคลื่อนที่ออกจากเลือดเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อเป็นขบวนการที่กินเว
ลา แต่เราสามารถทำให้ขบวนการนี้ใช้เวลาน้อยลง
ก็โดยการทำให้ระยะทางที่อ๊อกซิเจนต้องเดินทางสั้นลง

ผลงานที่จัดได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดจการการวิ่ง ก็คือ
การช่วยให้เซลล์กล้ามเนื้อสร้างรูเล็ก ๆ สำหรับรับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้น
ทำให้อ๊อกซิเจนสามารถเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อได้ง่ายขึ้น เพราะเข้ารูไหนก็ได้


เมื่ออ๊อกซิเจนสามารถเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อได้มากขึ้นและเร็วขึ้น ก็จะไปสร้าง
mitochodria ให้มากขึ้น ***เจ้า mitochodria นั้น พูดง่าย ๆ ก็คือ
โรงไฟฟ้าในร่างกายนั่นเอง คือ เป็นแหล่งผลิตพลังงานให้กับร่างกาย
โดยทั่วไปการวิ่ง จะทำให้ร่างกายมี mitochondria เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 20% ถึง 100%
ทีเดียว


สรุปผลดีจากการวิ่งก็คือ
สมองจะสั่งการได้ดีขึ้น ในการส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อแต่ละส่วนทำงาน

หัวใจจะขยายตัวขึ้น


จากบทความของ David Brown ใน The Washington Post ...............



น้า PAT's Profile โดยคุณ น้า PAT Mail to น้า PAT (58.8.187.140) [24 ก.พ. 2550 เวลา 10:58]




โดยคุณ สมปอง-นัยเนตร (125.25.205.179) [24 ก.พ. 2550 เวลา 12:15] #120240 (1/7)

ขอบคุณมากค่ะ



โดยคุณ สองขาพาเพลิน Mail to สองขาพาเพลิน (124.157.149.129) [25 ก.พ. 2550 เวลา 13:41] #120282 (2/7) สองขาพาเพลิน's Profile

ขอบคุณครับน้า



โดยคุณ dd Mail to dd (124.120.119.231) [25 ก.พ. 2550 เวลา 19:34] #120429 (3/7)

ขอบคุณมากนาฮ้า



โดยคุณ krunlek Mail to krunlek (10.44.9.55) [26 ก.พ. 2550 เวลา 09:14] #120482 (4/7)

เมื่อก่อนอ้วน น้ำหนักเกิน ความดันสูง ไขมันในเส้นเลือดสูง สารพัดโรค อ่อนเพลีย หงุดหงิด เบื่อหน่าย หลังจากปฏิวัติตัวเองใช้เวลาสองปี จาดเดินเร็ว วิ่งช้าๆ และพัฒนาไปวิ่งตามสนามวิ่งต่างๆ 18 มินิ 5 ฮาร์ฟ ภายใน 7 เดือน จากน้ำหนัก 76 กิโลกรัม ปัจจุบัน 58 กิโลกรัมครับผม



โดยคุณ สันติ บางขุนเทียน Mail to สันติ บางขุนเทียน (58.9.67.175) [28 ก.พ. 2550 เวลา 11:14] #120856 (5/7) สันติ บางขุนเทียน's Profile

ขอบคุณครับ



โดยคุณ นักวิ่ง หนีไขมัน (115.67.124.79) [08 ก.ย. 2553 เวลา 23:43] #532328 (6/7)

จากวิ่งลดไขมันในเลือดวันละ 40 นาทีเพิ่มเป็น 60นาที ต่อวัน เกือบปีไขมันลดลงเป็นปกติ จากน้ำหนัก 72กก. เหลือ 63กก.ภายในหนึ่งปี มีแนวโน้มลดลงได้อีก ตอนนี้เริ่มสนุกกับการวิ่ง จากเริ่มวิ่งเหยาะๆ40นาทีต่อวัน เป็นวันละ 7 ถึง 12 กิโลเมตร พักบ้างบางวัน รู้สึกเหนื่อยน้อยลงทั้งที่ใช้แรงเท่าเดิม เริ่มลงมินิได้ 4 รายการแล้ว ครั้งหลังสุด 13 กม. วิ่งได้ 60 นาทีกว่าๆ แต่ไม่ติด 10 อันดับแรกของรุ่น คิดว่าน่าจะทำเวลาได้ดีขึ้นอีกถ้าไม่บาดเจ็บเสียก่อน เริ่มหลงไหลกับเสน่ห์ของการวิ่งแระ ขอบคุณ patrunning และเพื่อนๆที่ไห้ความรู้ดีๆเกี่ยวกับการวิ่ง



Error5