บุญปั้นมีอาชีพเป็นเกษตรกร โดยเขามีฟาร์มเลี้ยงสุกรขนาดใหญ่ถึง 10,000 ตัวในอำเภอสามพรานจังหวัด
นครปฐม เช้าวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังให้อาหารสุกรอยู่นั้น มีหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาหาเขา
หญิงสาว : สวัสดีค่ะ ดิฉันขอทราบรายละเอียดหน่อยนะคะว่า คุณใช้อะไรเลี้ยงสุกรของคุณค่ะ ?
บุญปั้น : อ๋อ ผมไปเก็บเศษอาหารตามภัตตาคารและร้านอาหารต่างๆมาต้มกับรำข้าวและต้นกล้วย ซึ่งของ
ต่างๆที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นของเหลือที่ต้องทิ้งแล้วทั้งนั้น มันเป็นการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมไปในตัวด้วยครับ
ทำไมหรือครับ?
หญิงสาว : คุณทำอย่างนั้นไม่ได้ค่ะ ดิฉันเป็นเจ้าหน้าที่ขององค์กรพิทักษ์สัตว์ การที่คุณเอาของเศษของเสีย
มาเลี้ยงสัตว์เป็นการผิดกฏบัตรซึ่งเป็นการทารุณสัตว์ คุณจะต้องถูกปรับ 1 แสนบาทสำหรับสุกร 10,000
ตัวที่เลี้ยง
อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ขณะที่บุญปั้นกำลังให้อาหารสุกรตามเคย มีชายหนุ่มแปลกหน้าเดินเข้ามาหาเขา
ชายหนุ่ม : สวัสดีครับ ผมอยากรู้ว่าคุณใช้อะไรเลี้ยงสุกรของคุณครับ ?
บุญปั้น : อ๋อ ผมใช้ไก่ต้ม ปลาเผา กุ้งนึ่ง ปลาหมึกย่าง ผักคะน้า ผักตั้งโอ๋ ผักปวยเล้ง ทำไมหรือครับ ?
ชายหนุ่ม : ผมมาจากองค์กรสิทธิมนุษยชนครับ การที่คุณใช้อาหารของมนุษย์ไปใช้เลี้ยงสัตว์ในขณะที่
ประชากรโลกยังมีความอดอยากอยู่ในหลายประเทศ จึงถือว่าเป็นการหาประโยชน์ที่ขัดต่อกฏบัตรสิทธิ
มนุษยชนซึ่งเป็นความผิด คุณจึงต้องถูกปรับเป็นเงินสองแสนบาทสำหรับการเลี้ยงสุกร 10,000 บาท
หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือน มีเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์มาหาบุญปั้นในขณะที่เขากำลังให้อาหารสุกรอยู่
เจ้าหน้าที่ : ผมเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ ผมอยากทราบว่าคุณเลี้ยงสุกรคุณด้วยอะไร ?
บุญปั้น : อ๋อ ผมแจกเงินให้สุกรของผมตัวละ 10 บาท เพื่อให้พวกมันไปหาซื้ออาหารกินกันเองครับ
|
|