บุญย้อยเป็นผู้จัดการฝ่ายบริหารบุคคลของบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศ แต่เขาเป็นคนมีปมด้อยเพราะไม่มีใบหู
เนื่องจากหลายปีก่อนเขาได้รับอุบัติเหตุรถชนทำให้กระจกบาดใบหูขาดทั้งสองข้าง เมื่อใดที่มีคนพูดถึงเรื่องไม่
มีใบหูของเขาแล้ว เขาจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที วันหนึ่ง เขามีหน้าที่ต้องสอบสัมภาษณ์ผู้ที่จะมาเป็นผู้
จัดการฝ่ายการตลาด มีชายหนุ่มมาสมัครกันหลายคนซึ่งรวมทั้งบุญกรดที่ได้คิวถูกสัมภาษณ์เป็นคนที่สามด้วย
บุญย้อย : คุณต้องรู้ว่าการจะได้เป็นผู้จัดการนั้นคุณต้องมีจุดเด่นที่แตกต่างจากคนอื่นไม่เช่นนั้นคุณก็จะเหมือน
กับผู้สมัครอีกนับสิบคนที่นั่งรออยู่หน้าห้องผม อย่างผมเป็นตัวอย่าง คุณเห็นอะไรในตัวผมที่แตกต่างบ้าง ?
ชาย 1 : ท่านไม่มีใบหูครับ
บุญย้อยโกรธจนตัวสั่น เขาไล่ผู้ถูกสัมภาษณ์คนแรกออกจากห้องทันทีโดยไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆทั้งนั้น บุญกรดกับ
อีกหลายคนซึ่งนั่งรอคิวสัมภาษณ์อยู่รู้สึกแปลกใจที่การสัมภาษณ์คนแรกสิ้นสุดโดยเร็ว แม้ผู้ถูกสัมภาษณ์คนแรก
ออกมาเล่าเหตุการณ์ให้ทุกคนทราบแล้วก็ตาม แต่ทุกคนก็ยังไม่เข้าใจว่าสาเหตุจริงๆนั้นคืออะไรจนกระทั่งคนที่
สองเข้าไปสัมภาษณ์ เหตุการณ์ก็เกิดขึ้นเหมือนคนแรก เขาเดินออกมาจากห้องสัมภาษณ์ในเวลาเพียงหนึ่งนาที
เท่านั้น เมื่อเขาออกมาก็บอกแก่ทุกคนว่า อย่าไปพูดว่าผู้จัดการฯไม่มีใบหูเป็นอันขาด เมื่อถึงคิวบุญกรดบ้าง
บุญย้อย : คุณต้องรู้ว่าการจะได้เป็นผู้จัดการนั้นคุณต้องมีจุดเด่นที่แตกต่างจากคนอื่นไม่เช่นนั้นคุณก็จะเหมือน
กับผู้สมัครอีกนับสิบคนที่นั่งรออยู่หน้าห้องผม อย่างผมเป็นตัวอย่าง คุณเห็นอะไรในตัวผมที่แตกต่างบ้าง ?
บุญกรด : ท่านใส่คอนแท็คเลนส์ครับ
บุญย้อย : ถูกต้องๆ คุณเป็นคนช่างสังเกตุดีมาก คุณน่าจะเป็นผู้จัดการได้นะ แต่เอ๊ะ ! คุณช่วยบอกผมหน่อย
ว่าคุณรู้ได้อย่างไรว่าผมใส่คอนแท็คเลนส์ ?
บุญกรด : อ๋อ ง่ายมากเลยครับ เนื่องจากว่าท่านใส่แว่นตาไม่ได้น่ะซีครับ เพราะขาแว่นไม่มีที่จะเกี่ยวไงครับ
|
|