ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |








ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

การวิ่งออกกำลังกาย ทำให้เข่าเสื่อมจริงหรือ

มีคำพูดหนึ่งในนวนิยายจีนโบราณของนักเเต่ง โก้วเล้ง ที่ว่า “จริงคือเท็จ เท็จคือจริง” ที่ผมคิดว่า เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะนำมาเปิดประเด็น ตอนต้น ในหัวข้อที่เราจะพูดถึงในวันนี้ครับ

ในสมัยก่อน เมื่อมีการเก็บบันทึกสาเหตุการตายของประชากรในไทย พบว่า โรคหัวใจนั้น มาเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งที่ความจริงอาจจะไม่ใช่สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตจริงๆ หรอกครับ เพราะอะไรหรือครับ รู้เเล้วอย่าแปลกใจนะครับ เหตุผลที่ทำให้โรคหัวใจเป็นผู้ร้ายอันดับหนึ่งในสมัยนั้น ก็เพราะคุณหมอนี่เเหละครับ เป็นตัวต้นเหตุ เพราะเมื่อมีผู้ป่วยเสียชีวิตในโรงพยาบาล อาจจะจากโรคบางอย่างที่ไม่เกี่ยวกับหัวใจเลย เช่น โรคหอบหืด โรคมะเร็ง อุบัติเหตุ หมอจะ
บันทึกลงไปในช่อง สาเหตุการตายว่า เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว ไม่ทำงาน นักสถิติที่รวบรวมไม่ได้ดูสาเหตุที่เเท้จริงว่า ทำไมหัวใจดวงน้อยๆ ถึงไม่ยอมเต้น ก็ตกใจว่า คนไทยตายจากโรคหัวใจกันมาก ผลก็คือทำให้ผู้คนในสมัยนั้นกลัวโรคนี้ขึ้นสมอง พยายามหาหนทางเเก้ไขเเละป้องกันกันอย่างเต็มที่ครับ มีการออกข่าวคึกโครม ถึงวิธีการปฏิบัติที่จะทำให้หลีกห่างจากโรคนี้มากมาย

หนึ่งในนั้น คือการบริหารเเบบเเอโรบิค โดยการวิ่ง วัตถุประสงค์ การออกกำลังกายชนิดนี้ คือการกระตุ้นให้
หัวใจเต้นเร็วขึ้น 80% ของความสามารถที่หัวใจคนนั้นจะเต้นได้ ให้เต้นอยู่อย่างนี้นาน ประมาณ 15-20 นาที
นัยว่าสามารถลดปริมาณไขมันตัวร้าย พวก คลอเรสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ เเละเพิ่มปริมาณไขมันตัวดี เอช
คลอเรสเตอรอล ลดโอกาสการอุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ที่ทำให้คนเป็นโรคหัวใจ

ปรากฎว่า มีการโหมโรง โฆกษณาชวนเชื่อ ให้คนไทยวิ่งกันอย่างมากมาย ทุกวัน เเต่กลับพบว่า คนที่อายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป ไปพบเเพทย์ด้วยอาการที่ไม่เกี่ยวกับโรคหัวใจมากขึ้นครับ นั่นคือ อาการปวดเข่า เข่าบวม มีข้อเข่าเสื่อมผุพังมากขึ้นอย่าน่าตกใจ

มีการศึกษาวิจัย ว่าการวิ่งทำให้ข้อเข่า เสื่อมมากขึ้นจริงหรือไม่ของมหาวิทยาลัยเเคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1993 โดยการเฝ้าดู นักวิ่ง 35 คน ติดต่อกัน 5 ปี โดยมีการตรวจสอบ เอ็กเรย์กระดูกข้อมือ กระดูกสันหลัง เเละข้อเข่าทุก ทุกปี ปรากฎว่า อัตราการเป็นข้อเสื่อมไม่ได้เเตกต่างจากคนทั่วไป หมายความว่า นักวิ่งกลุ่มนี้ การวิ่งไม่ได้ทำให้เป็นข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น เเละมากขึ้นครับ

อ้าว...... เเล้วคนไทยในสมัยนั้น ที่ไปวิ่งกันมากมาก ทำไมถึงปวด เข่า เเละเป็นเข่าเสื่อมมากขึ้นละครับ มีเเพทย์หลาย หลายคนพยายามหาสาเหตุที่เเท้จริง จนกระทั่งพบว่า มีปัจจัยที่เเตกต่างระหว่างคนไทย กับคนต่างประเทศ เเละยังเป็นต้นเหตุที่เเท้จริงที่ทำให้นักวิ่งไทยเป็นข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น คือ กล้ามเนื้อของคนไทยไม่เเข็งเเรงครับ

คนต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป หรือ อเมริกา จะเป็นนักออกกำลังกาย นักเล่นกีฬาอย่าง ต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งมาออกกำลังกายตอนมีเวลาว่าง หรือมาออกกำลังกายเมื่อวัยเกษียน การออกกำลังกายอย่าง
สม่ำเสมอ ทำให้กล้ามเนื้อทั่วไป โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่หลังเเละต้นขา เเข็งเเรง ไม่มีสภาพการถดถอยของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อรับเเรงเเละผ่อนเเรง กดจากน้ำหนักตัวได้อย่างสมดุล เมื่อเวลาคนเราหยุดออกกำลังกายนานๆ เช่น คนหนุ่มสาวของบ้านเรา ที่เมื่อจบจากการศึกษา ออกมาทำงาน มักจะไม่มีวลาในการออกกำลังกาย เล่นกีฬา อย่างต่อเนื่อง จะมีภาวะอย่างหนึ่งค่อยๆ เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อของคนคนนั้น คือ ขนาดของเส้นใยกล้ามเนื้อจะลีบลง ลีบลง จน กล้ามเนื้อบางจุด เช่น หลัง เเละขาจะสู้ หรือทนน้ำหนักตัวที่ต้องมีการออกเเรงในชีวิตประจำวันไม่ไหว ผลก็คือ จะมีการอักเสบสะสมเล็กๆ น้อย ต่อเนื่องภายในกล้ามเนื้อ

เมื่อมีข่าวเเว่วมา ว่า การวิ่งทำให้เป็นโรคหัวใจน้อยลง คนไทยเราก็เฮโลไปวิ่งในสวนกันใหญ่ โดยไม่เคยมีการตรวจสอบก่อนว่า กล้ามเนื้อรอบหัวเข่าเเข็งเเรงหรือไม่ พอจะทนน้ำหนักตัวเราขณะทีวิ่งได้หรือไม่ การวิ่งนานๆ ที่
ไม่มีกล้ามเนื้อที่เเข็งเเรงคอยปกป้อง คอยผ่อนเเรงกระเเทกซ้ำๆ ที่ผิวข้อเข่า จึงทำให้ข้อเข่าเกิดอักเสบ เกิดการเสื่อมเเละผุพังเร็วขึ้นครับ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีอายุเข้าสู่วัยกลางคน กระดูกอ่อนที่อยู่บริเวณผิวข้ออยู่ในสภาพที่ถดถอยอยู่แล้ว รายไหนรายนั้นครับ พอเริ่มต้นวิ่งไปซัก 3-4 วันก็จะมีอาการ บวม ปวดที่ เข่าขึ้นมา

เห็นมั้ยครับว่า กล้ามเนื้อรอบเข่าของเราสำคัญต่อกระดูกมากเเค่ไหน ผมจะมาบอกวิธีการตรวจสอบกล้ามเนื้อรอบหัวเข่า ว่าเเข็งเเรงหรือไม่ ในคราวหน้าครับ

สบายกาย คลายปวดเข่าครับ

ที่มา : นพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

เอกชัย's Profile โดยคุณ เอกชัย Mail to เอกชัย (58.9.59.136) [12 ก.ค. 2550 เวลา 07:58]




โดยคุณ หมอหมง (58.9.100.120) [12 ก.ค. 2550 เวลา 09:58] #169890 (1/8)

ขอบคุณครับ // หมอหมง



โดยคุณ อ.เปา (58.9.142.176) [12 ก.ค. 2550 เวลา 10:20] #169896 (2/8)

อ่านแล้ว ก็ต้องขอบคุณ มีประโยชน์มาก
ทำให้มั่นใจที่จะวิ่งต่อไป



โดยคุณ กฤตย์ (58.147.121.32) [12 ก.ค. 2550 เวลา 11:34] #169937 (3/8)

คำเตือนจากนอกวงการ ที่ดูเหมือนจะให้ร้ายต่อการวิ่งอย่างหนึ่งว่า
"ระวังนะ วิ่งมากเข่าจะพัง" อะไรประมาณนี้
ลุงเคยได้ยิน และเชื่อว่าพวกเราคงเคยได้ยินทำนองนี้อยู่

ถ้าไม่หลงตัวเองกันจนเกินไป เราต้องยอมรับว่า การวิ่งเป็นกิจกรรมที่ลงแรงบีบเค้น (Stress) ต่อร่างกายสูงมากประเภทหนึ่ง มันจึงถูกจัดให้อยู่หัวแถวของกิจกรรมออกกำลังกายที่เผาผลาญแคลลอรี่สูงมากที่สุดในคาบระยะเวลาเท่าๆกันกับชนิดอื่นๆ

ไม่จำเพาะต่อเข่าเท่านั้นที่ลงแรงบีบเค้น ส่วนอื่นของร่างกายก็โดนไม่แพ้กัน เมื่อกล่าวอย่างนี้ การวิ่งจึงเป็นโทษภัยกระนั้นหรือ หามิได้ การหาวิธีหลีกเลี่ยงโทษภัย และอิงประโยชน์จากแง่มุมที่การวิ่งให้เรา ย่อมเป็นไปได้เสมอ

น่ายินดีที่การหลีกเลี่ยงโทษภัยจากการวิ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีราคาเป็นเงินตราซื้อหา แต่เพียงต้องใช้จ่ายด้วยความใส่ใจในคำเตือนพื้นๆเกี่ยวกับเรื่องการเตรียมตัวก่อนวิ่งต่างๆ เช่น การวอร์มอัพ การยืดเส้น การคูลดาวน์ การดื่มน้ำให้มากพอเพียง การรู้จักบันยะบันยัง การพักฟื้น การเรียวแผนฝึกลงเมื่อถึงคราวที่สมควร แม้กระทั่งการพักวิ่งเมื่อมีสิ่งบ่งชี้ให้ทำเช่นนั้น เป็นสิ่งจำเป็น

ทีนี้ ผู้ที่เห่อวิ่งจากกระแสนิยมออกกำลังกายเข้ามาวิ่งทั้งๆที่ยังมีความรู้เรื่องการวิ่งไม่พอเพียง เชื่อว่า แค่วิ่งก็ก้าวเท้าสลับไปมาเพื่อเคลื่อนไปข้างหน้า แค่นั้น บางคนอาจรู้ด้วยซ้ำว่า การวอร์มจำเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ทำ เพียงเพราะเล็งไม่เห็นว่าสำคัญมากถึงกับกำหนดชะตากรรมวิ่งของเจ้าได้

เป็นอย่างนี้ก็เจ็บไป เป็นมรดกเลวร้าย

เรานักวิ่งเรารู้ ควรรีบบอกกล่าวตักเตือนใครที่กำลังมาวิ่ง ว่าให้ค่อยเป็นค่อยไป ผู้หัดวิ่งสมควรอย่างยิ่งที่จะวิ่งให้ช้ากว่าและเบากว่าความคิดว่าตัวเองวิ่งได้ เพื่ออนุญาตให้เรือนร่างปรับตัว มิฉะนั้น ความบีบเค้นจะสะสม สะสม สะสม แล้วระเบิดขึ้น มันไม่ใช่ทำได้ แล้วแปลว่าทำได้ถาวรตลอดไป

กล่าวให้แคบเข้าประเด็นเข้ามา การที่เข่าจะอ่อนแอหรือแข็งแรง นอกจากตัวกระดูกเข่า แล้วยังมีกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อที่ยึดโยงระหว่างกระดูกกับกล้ามเนื้อรอบเข่าอยู่ที่บังคับทิศทางให้เปนไปตามธรรมชาติ ไม่เอียงไม่เบี้ยวไปทางอื่น ซึ่งถ้ากล้ามเนื้อรอบเข่าตรงนี้ไม่แข็งแรง ก็จะไม่เกื้อหนุนการวิ่งเป็นไปด้วยดี

การจะให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นรอบเข่านี้แข็งแรงขึ้นมาได้ ก็มาจากการฝึกวิ่งเองนี่แหละ กลายเป็นงูกินหาง ว่าเพื่อจะวิ่งให้ดีกล้ามเนื้อต้องแข็งแรง และจะแข็งแรงได้ก็ต้องวิ่งให้ดี ไก่กับไข่ จะเริ่มตรงไหนก่อนดี

คำตอบก็คือค่อยๆวิ่ง ค่อยๆเพิ่มสลับแช่เย็นในระยะเวลายาวนาน มันจะทยอยแข็งแกร่งขึ้นทีละนิดอย่างสมดุล เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

ทีนี้ผู้มาใหม่ไม่รู้ก็โหมเพื่อให้ก้าวหน้าเร็วๆ ก็พังเท่านั้นเอง กระทั้งนักวิ่งหน้าเก่าฝึกพัฒนาความเร็วก็ไม่พ้นชะตากรรม หากไม่ระวังเพียงพอ

อ่านมาถึงตรงนี้ จึงเห็นว่า การวิ่งชักเริ่มไม่ง่ายเหมือนตอนต้นๆเสียแล้ว เป็นกีฬาที่เริ่มง่าย แต่กว่าจะวิ่งเป็น นานครับ
In running , there are a minutes to learn
but life time to master.



โดยคุณ เบญ (125.25.130.172) [12 ก.ค. 2550 เวลา 11:59] #169942 (4/8)

มีการศึกษาวิจัย ว่าการวิ่งทำให้ข้อเข่า เสื่อมมากขึ้นจริงหรือไม่ของมหาวิทยาลัยเเคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1993 โดยการเฝ้าดู นักวิ่ง 35 คน ติดต่อกัน 5 ปี โดยมีการตรวจสอบ เอ็กเรย์กระดูกข้อมือ กระดูกสันหลัง เเละข้อเข่าทุก ทุกปี ปรากฎว่า อัตราการเป็นข้อเสื่อมไม่ได้เเตกต่างจากคนทั่วไป หมายความว่า นักวิ่งกลุ่มนี้ การวิ่งไม่ได้ทำให้เป็นข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น เเละมากขึ้นครับ

อ้าว...... เเล้วคนไทยในสมัยนั้น ที่ไปวิ่งกันมากมาก ทำไมถึงปวด เข่า เเละเป็นเข่าเสื่อมมากขึ้นละครับ มีเเพทย์หลาย หลายคนพยายามหาสาเหตุที่เเท้จริง จนกระทั่งพบว่า มีปัจจัยที่เเตกต่างระหว่างคนไทย กับคนต่างประเทศ เเละยังเป็นต้นเหตุที่เเท้จริงที่ทำให้นักวิ่งไทยเป็นข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น คือ กล้ามเนื้อของคนไทยไม่เเข็งเเรงครับ

คนต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป หรือ อเมริกา จะเป็นนักออกกำลังกาย นักเล่นกีฬาอย่าง ต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งมาออกกำลังกายตอนมีเวลาว่าง หรือมาออกกำลังกายเมื่อวัยเกษียน การออกกำลังกายอย่าง สม่ำเสมอ ทำให้กล้ามเนื้อทั่วไป โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่หลังเเละต้นขา เเข็งเเรง


ผมเห็นด้วยกับข้อความของคุณหมอข้างต้นครับ ผมเคยได้ยินบางคนบอกว่าอายุมากแล้ว ไม่ควรมาวิ่ง เดี๋ยวข้อจะเสื่อม ผมก็มักจะตอบกลับไปว่า ถ้าวิ่งอยู่เป็นประจำตั้งแต่วัยหนุ่ม ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ถ้าไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย แล้วมาเริ่มวิ่งตอนแก่ ก็คงต้องระมัดระวังมากๆ อาจจะแค่เดินก็พอ เพราะกล้ามเนื้อไม่ได้ถูกฝึกมา อาจส่งผลต่อข้อได้ ไม่งั้นต้องบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อต่างๆ ให้แข็งแรงขึ้นก่อน มันจะช่วยพยุงข้อเราได้



โดยคุณ อ.เปา Mail to อ.เปา (58.9.146.176) [13 ก.ค. 2550 เวลา 10:03] #170058 (5/8) อ.เปา's Profile

การวิ่งทำให่ข้อเข่าเสื่อม...มีจริง
นักวิ่งต้องเลิกเพราะเข่าเจ็บจากวิ่ง....มีมากมาย
แต่เราควรเข้าใจให้ถูกต้องว่า...วิ่งแล้วไม่ทำให้เข่าเสื่อม

พวกที่เข่าเสื่อม คือมีเหตุต่างๆ...ผสมเข้าไป
ถ้าการวิ่งทำเข่าเสื่อม กิฬาวิ่งคงไม่มีใครเล่น
การใช้การวิ่งเป็นการแข่งขัน เอารางวัล.. ฯลฯ
เป็นเหตุให้..นักวิ่งลืมนึกถึงขีดขั้นของร่างกาย
จะเอาตามใจตัวเอง...เอาชื่อเสียง รางวัล โดยใช้ร่างกายแบบไม่คิด

ความพอดี ถูกละเลย ก็เลยเกินพอดี
เพื่อสุขภาพกลายเป็นทำลาย
อยากวิ่งเร็ว..แต่ยังโง่ ก็เสียเข่า
เหมือนเอาปืนใหญ่ไปยิงนกกระจอก

หัวเข่ามีค่ามากมาย เอาไปแลกกับรางวัลเล็กน้อย




โดยคุณ กฤตย์ (58.147.120.53) [13 ก.ค. 2550 เวลา 10:42] #170065 (6/8)

เพิ่งเคยได้ยินเนี่ยะ
"เอาปืนใหญ่ไปยิงนกกระจอก"
มีด้วย



โดยคุณ ภาคภูมิ Mail to ภาคภูมิ (223.204.152.4) [25 ก.พ. 2554 เวลา 00:00] #583395 (7/8) ภาคภูมิ's Profile

ขอบพระคุณมากครับคุณหมอ " สมศักดิ์ "
ขอบพระคุณมากครับอาจารย์ " กฤตย์ "
ขอบพระคุณมากครับอาจารย์ " เบญ "
ขอบพระคุณมากครับอาจารย์ " เปา "
....เป็นคำเปรียบเปรยน่ะครับ อาจารย์กฤตย์ ปืนใหญ่ ๑ ลูก หลายกะตังค์นะครับ มันไม่คุ้มหรอกครับถ้าเอาไปยิงนกกระจอก เข้าใจเปรียบนะครับอาจารย์เปา ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจน อาการผมอยู่ในขั้นนั้น แต่ไม่ถึงกับหนักหนาสาหัส ยังพอมีพื้นอยู่บ้างกับการวิ่ง แต่ล้าไปนาน เพิ่งมาหัดวิ่งใหม่ตอนชราครับ...แต่ก็ยังสู้ต่อไปนะครับ...ยังไม่ยอมแพ้..ดังกระทู้ของคุณน้าแพทที่ได้ขึ้นไว้ในเว็บบอร์ด ได้อ่านกระทู้ข้างต้นของเกจิฯ ทำให้มีสติมากขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ..



โดยคุณ cartier tank francaise watches (101.66.60.126) [16 ม.ค. 2555 เวลา 08:10] #657211 (8/8)

buy watcheshttp://www.watchun.org/mens_watches.htmlluxury watch.



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ
ความคิดเห็น
โดย   ต้องเป็นภาษาไทยเท่านั้น                                                             Password (สำหรับสมาชิก)  
แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


เลือกรูป ขนาดห้ามเกิน 100 kb
: : เพื่อเป็นการป้องกันการสแปมจากลิ้งเวบไซท์ที่ไม่เหมาะ รบกวนผู้ตอบกระทู้ที่ไม่ได้ล็อกอิน กรุณากรอกตัวเลขที่มองเห็นจากภาพด้านล่างก่อนกดปุ่มส่งคำตอบ หากกรอกตัวเลขไม่ตรงกับภาพที่มองเห็นระบบจะให้กลับมากรอกใหม่ : :



Reload Image

กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ เพื่อสังคมเว็บบอร์ด


[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]