ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |








ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

"ความลับแห่งชัยชนะคืออะไร ?"

อยากทราบว่า "ความลับแห่งชัยชนะคืออะไร ?"
วานท่านนักวิ่งทุกท่านให้ความเห็นของตัวเอง
ท่านรู้สึกว่าเราไม่รู้เรื่องอะไร เวลาแข่งจึง ไม่เป็นที่ 1
ทำไม่เราเอาชนะเคนย่าได้ยากเหลือเกิน ?

โดยคุณ อ.เปา (58.9.138.98) [29 ส.ค. 2550 เวลา 10:28]




โดยคุณ โอ๊ดPPP Mail to โอ๊ดPPP (222.123.235.137) [29 ส.ค. 2550 เวลา 10:41] #180595 (1/40) โอ๊ดPPP's Profile

ไม่รู้ว่าจะใช่หรือเปล่า แต่ผมคิดว่า บ้านเราเป็นเมืองร้อน เนื่องจากอยู้ใกล้เส้นศูนย์สูตร นักวิ่งในภูมิภาคนี้จึงมีความอดทนของร่างกายน้อยกว่านักวิ่งชาติอื่นในโลก เพราะสังเกตจาก เมื่อใดที่อากาศหนาว เย็น นักวิ่งจะทำเวลาได้ดีมาก เช่นงานขอนแก่นมาราธอนเป็นต้น งานอื่นหมดสิทธิ์

แล้วนักวิ่งระดับโลกจะมาวิ่งมาราธอนได้ต่ำกว่า 2.10 ชม.ในเมืองไทย (กรุงเทพ) ก็คงเป็นเรื่องยาก อย่างกีฬามหวิทยาลัยโลกที่ผ่านมา ซึ่งมีนักวิ่งระดับโลกมาแข่งเช่นกัน ระยะฮาล์ฟมาราธอน ถ้าเอากันจริงๆ สถิติก็ไม่น่าจะถึง 1.05 ชม.หรอก...

อันนี้เป็นมุมมองหนึ่งนะครับ



โดยคุณ คนชุมแพ (125.26.239.106) [29 ส.ค. 2550 เวลา 16:29] #180668 (2/40)

นักวิ่ง หรือนักกีฬาในบ้านเราที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในส่วนของผมคิดว่าคงหนีไม่พ้น

กับการไม่มีวินัย ในการฝึกซ้อม นักกีฬาต่างชาติเขามีวินัย ในการฝึกซ้อมเขาทุมเทให้

กับการฝึกซ้อมมาก จึงทำให้เขาสามารถเอาชนะเหนือ คู่แข่งได้ ....นั้นเอง



โดยคุณ ตัวใหญ่ Mail to ตัวใหญ่ (125.27.220.202) [29 ส.ค. 2550 เวลา 16:31] #180669 (3/40) ตัวใหญ่'s Profile

โค๊ชประจำสนามฝึก คนที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะฝึกสอนนักวิ่งไม่รู้ว่ามีหรือเปล่าน๊ะค๊ะ เพราะเห็นแต่นักวิ่งเค้าซ้อมกันเอง ไม่มีโค๊ชมาคอยเคี่ยวเข็น น่าจะมีคนที่มีความรู้ความสามารถ มาสอนให้นักวิ่งจะได้มีคนบังคับไปในตัวว่าต้องฝึกตามตาราง ห้ามเบี้ยว


แต่...ใครจะเป็นคนจ้างโค๊ช



โดยคุณ เบญ (125.25.201.80) [29 ส.ค. 2550 เวลา 16:42] #180670 (4/40)

พรสวรรค์+พรแสวง ก็ยังไม่พอสำหรับมาราธอนต่ำกว่า 2.10 ชม. (ไม่ได้มองแค่เคนย่าที่มาวิ่งในไทย) ต้องมีทั้งโอกาส+การสนับสนุน โดยมีการทำงานร่วมกันเป็นทีมอีกด้วย

วิ่งระดับนั้น ต้องเป็นนักวิ่งอาชีพจริงๆ คือวันๆ ซ้อมวิ่งอย่างเดียว ซ้อมเสร็จก็พักผ่อน โดยไม่ต้องทำอะไรอีก และยังต้องมีผู้ร่วมทีมอีก เช่น โค้ช นักกายภาพบำบัด แม่บ้าน (ฝ่ายซักรีด เตรียมอาหาร) เป็นต้น พร้อมทั้งอุปกรณ์ เช่น อุปกรณ์ในการฝึกซ้อมต่างๆ เพื่อฝึกกล้ามเนื้อ ห้องแล็บวิทยาศาสตร์การกีฬา ห้องนอนไนโตรเจน เป็นต้น

เคยอ่านประวัตินักวิ่งระดับโลกบางท่าน จะมีพูดถึงทีมงานของเขาอย่างอ้อมๆ ทำให้พอทราบว่า การจะปั้นนักวิ่งระดับโลกได้นั้น เขาจะทำงานกันเป็นทีม ไม่ใช่มีแค่นักวิ่งโดดๆ หรือไม่ใช่มีแค่นักวิ่งกับโค้ชโดดๆ

นักวิ่งเคนย่าบางคนจะมีโค้ชจากต่างประเทศมาดูแวว แล้วเอาไปฝึก

คำว่า club หรือชมรมวิ่งในต่างประเทศ ไม่ใช่มีแค่คนที่ชอบวิ่งมารวมกลุ่มกัน แล้วไปฝึกซ้อมร่วมกันตามสวนสาธารณะแบบบ้านเรา แต่เขาเป็น sport club จริงๆ มีอุปกรณ์และบุคลากรพร้อม

การปูพื้นฐานทักษะการวิ่งสำหรับเด็กจนถึงวัยรุ่นที่ถูกต้อง ในบ้านเราถือว่ายังไม่มี ทำให้เรายิ่งไม่มีตัวเลือกไปอีก เพราะการวิ่งไม่ใช่จู่ๆ ก็มาวิ่งได้ดีในทันที มันต้องมีกระบวนการในการพัฒนา ทั้งระบบการไหลเวียนโลหิต ระบบกล้ามเนื้อ เป็นต้น ต้องใช้เวลาในการพัฒนา

ในด้านจิตใจ นักวิ่งยังต้องเป็นนักสู้อีกด้วย ถ้ายังชอบพูดว่าคงสู้คนโน้นคนนี้ไม่ได้ ซ้อมยังไงก็สู้ไม่ได้ครับ นักวิ่งต้องมีความบ้าวิ่ง (บ้าพลัง) ไม่กลัวคู่แข่งหน้าไหน ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมเป็นปีๆ แต่ก็ต้องมีโค้ชช่วยควบคุมให้อยู่ในขอบเขต ไม่บาดเจ็บไปเสียก่อน

เนื่องจากนักวิ่งบ้านเรายังต้องหากินเอง (ถือว่าเป็นระดับสมัครเล่น) จึงยังต้องห่วงเรื่องหากิน บางคนตอนแข่งก็ไม่ใส่กันเต็มที่จริงๆ เพราะต้องถนอมตัวไว้งานหน้า หรือบ้างก็ใช้วิธีฮั้วกัน (แบ่งรางวัลกัน โดยไม่ต้องเหนื่อยมาก กรณีแข่งกันจริงๆ ไม่กี่คน) เป็นต้น



โดยคุณ โอ๊ดPPP Mail to โอ๊ดPPP (117.47.1.206) [29 ส.ค. 2550 เวลา 16:53] #180672 (5/40) โอ๊ดPPP's Profile

จริงครับ พี่เบญ....



โดยคุณ faust Mail to faust (202.139.223.18) [29 ส.ค. 2550 เวลา 18:26] #180690 (6/40) faust's Profile

ผมมองไปที่ผู้สนับสนุนครับ เนื่องจากกีฬาวิ่งไม่ใช่กีฬาที่คนไทยนิยม(หมายถึง คนส่วนใหญ่ชอบดู เช่น มวย หรือ ฟุตบอล ) ดังนั้นการจะหาสปอนเซ่อร์หรือผู้สนับสนุนคงจะลำบากครับ เพราะการที่จะได้นักวิ่งมาราธอนฝีเท้าระดับที่วิ่งต่ำกว่า 2 ชม. 10 นาที นั้นเกิดมาเก่งอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมีทีมงานที่ดีด้วยครับ ตัวเล็ก ตัวใหญ่ ไม่สำคัญ ดูนักวิ่ง ญี่ปุ่น จีน



โดยคุณ อยากเป็นศิษย์มีครู (192.168.100.36) [29 ส.ค. 2550 เวลา 18:55] #180692 (7/40)

อ.เปาครับ ช่วยแนะนำการซ้อมในสัปดาห์สุดท้ายก่อนเข้าแข่งขันเราควรซ้อมอย่างไรครับ หนัก เบา หรือ มาก น้อย เพียงใดถึงจะทำให้ร่างกายพร้อมที่สุดครับ รบกวนอาจารย์เข้ามาให้ความรู้หน่อยครับ ขอขอบคุณอาจารย์ครับ



โดยคุณ อ.เปา (58.9.227.84) [29 ส.ค. 2550 เวลา 19:22] #180695 (8/40)

คุณ อยากเป็นศิษย์มีครู

ผมจำได้ว่าสัปดาห์สุดท้ายซ้อมให้เจ้งนั้นทำได้ครับ
แต่จะซ้อมให้ดีขึ้น มีแต่คำว่า ...ไม่มีทางครับ

ก็ควรทราบนะครับว่าการซ้อมเพื่อแข่งต้องวางโปรแกรมไม่น้อยกว่า 6 เดือน
นั่นหมายความว่าคุณต้องมีพื้นฐานมาอย่างดีแล้ว

พื้นฐานคืออะไรเล่า...?
คำตอบคือคุณได้สร้างความอดทนมาอย่างเพียงพอแล้ว
อีก 6 เดือนก่อนแข่ง....คุณก็มาพัฒนาความเร็ว

ผมชอบพูดในสไตล์เข้าใจของผมว่า...อดทนมี 3 ระดับ

1.ต้องเริ่มซ้อมให้อดทนต่อการวิ่งช้า
2.ต้องซ้อมให้อดทนต่อการวิ่งเร็วปานกลาง
3.ต้องซ้องให้อดทนต่อการวิ่งเร็ว

ซึ่งในแต่ละระดับมีคำสอนไว้มากมาย
จัดเรียงได้อย่างที่ผมว่ามา
หากใครจะรีบเร่งข้ามขั้น ...ผลหรือ
ก็คือได้อย่างใจนึก.....เพียงช่วงสั้นๆ

ได้รับแรงเชียร์..ให้หลงระเริง..กลายเป็นฮีโร่รุ่นใหม่
ไม่นาน ความไม่อดทนกลายเป็นความบาดเจ็บ
แล้ว...ก็ได้แต่สมเพชตัวเอง ที่ใจร้อน

ในแต่ละขั้น...เรารู้ได้ แต่เห็นไม่ได้
เพราะมีการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย
การเปลี่ยนแปลงนี้...ได้มาจากการฝึกที่ฉลาด
ไม่ใช่การฝึกแบบบ้าบิ่น เป็นการสร้างกระดูกคือความแข็งแรง

ไม่ใช่หัวใจที่คิดว่า...ข้าพเจ้าเท่านั้นที่แกร่งที่สุด
ในสนาม...ไม่มีใครยอมใคร ต้องรู้
การซ้อมจึงต้องแกร่งกว่า แต่ใช้ไม่หมด
ขอเพียงเอาชนะคนที่นำได้ก็พอแล้ว

ผมไม่มีคำแนะนำสำหรับคนใจร้อน
เอาเวลาอาทิตย์สุดท้ายมาบดความสดที่มี
สำหรับสัปดาห์สุดท้าย...ทำตัวให้เบาจากการซ้อม ..ยิ่งจะดีกว่า
ทำยังไงก็ไม่มีดีขึ้น...หันหลังไปดูการซ้อมที่ผ่านมา...
แล้วไม่เห็นทางชนะคนที่เราเคยแพ้
ก็ต้องยอมรับการพ่ายแพ้ซ้ำซาก....

มีคำพูดบางคำลอยในอากาศ.....


บางทีอยู่เฉยๆ...ยังดีซะกว่า



โดยคุณ อยากเป็นศิษย์มีครู (192.168.100.36) [29 ส.ค. 2550 เวลา 20:47] #180699 (9/40)

ผมต้องขอโทษ อ.เปา ที่คำถามของผมอาจจะไม่ชัดเจนในเรื่องที่จะซ้อมในสัปดาห์สุดท้ายก่อนแข่ง คือว่าก่อนที่จะเข้าสัปดาห์สุดท้าย ก่อนหน้านี้ผมก็ได้ทำการฝึกซ้อมตามตารางที่ตัวเองกำหนดขึ้นมา เพื่อให้รับกับสภาพร่างกายของตัวเอง คือซ้อมมาประมาณ3เดือน แต่ที่ผมใคร่ขอให้อ.เปาแนะนำคือ สำหรับสัปดาห์สุดท้าย ที่ทำตัวให้เบาจากการซ้อม คือใคร่อยากใหอ.เปาแนะนำว่า จันทร์-ศุกร์ ของสัปดาห์สุดท้ายนะครับ เราควรปฎิบัติอย่างไร ขอขอบพระคุณอ.เปาที่เข้ามาใหความรู้ความเข้าใจ ขอให้อาจารย์มีสุขภาพที่แข็งแรง อายุมั่นขวัญยืนนะครับ



โดยคุณ นิรนาม Mail to นิรนาม (58.8.11.213) [30 ส.ค. 2550 เวลา 10:04] #180749 (10/40) นิรนาม's Profile

เห็นด้วยกับคุณ เบญ ได้กล่าวถึงปัจจัยการพัฒนาไปเป็นนักวิ่งอาชีพ(ระดับโลก) ครบถ้วนกระบวนความทีเดียว ขอเพิ่มเติม เกี่ยวกับ ปัจจัยด้านพันธุกรรม สักน้อย เคยอ่านเจอว่า นักวิ่งแอฟริกา ด้านตะวันออก เช่น เคนย่า เอธิโอเปีย แทนซาเนีย จะมี อัตราส่วนของกล้ามเนื้อ ที่เรียกว่า Slow twitch fiber สูงถึง 80% ทีเดียว ( ปกติ อัตราส่วน Fast : Slow twitch fiber ในคนปกติทั่วๆไป จะอยู่ที่ประมาณ 50:50 Slow fiber จำเป็นต่อ พวก Endurance sport เช่น วิ่งระยะยาว ขี่จักรยานทางไกล โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องเป็ระยะเวลายาวนาน แต่ก็มีขีดจำกัดของพัฒนาการ โดยบางคนไม่ว่าจะฝึกซ้อมอย่างไร ก็ไม่อาจเพิ่ม อัตราส่วนSlow twitch ได้มากไปกว่านั้นอีกแล้ว ไม่ทราบว่า เท็จจริง อย่างไร ใครรู้ ช่วยด้วย ) จึงอาจจะเป็นเหตุให้นักวิ่ง Africa มีปัจจัยที่ได้เปรียบชาติอื่นๆอยู่บ้าง ( มี handicap โดยอัตโนมัติ)



โดยคุณ pak (203.144.213.3) [30 ส.ค. 2550 เวลา 10:20] #180751 (11/40)

เปรียบเที่ยบกับกีฬาอย่างอื่นเช่นฟุตบอล คนนิยมกันทั้งประเทศ จ้างโค๊ชนอก อัดฉีดเป็นหลายล้าน ยังไม่เคยไปบอลโลกสักครั้ง นับประสาอะไรกับหัวเดียวกระเทียบลีบอย่างพวกเรา ปลง



โดยคุณ กก (124.120.120.52) [30 ส.ค. 2550 เวลา 10:38] #180757 (12/40)

ความลับคือ แอบกลับตัว ก่อนคนอื่น
เลยบอกใครไม่ได้



โดยคุณ นิรนาม Mail to นิรนาม (58.8.11.213) [30 ส.ค. 2550 เวลา 10:43] #180758 (13/40) นิรนาม's Profile


Henry Wanyoike นักวิ่งชาวเคนย่า อายุ 33 ปี ตาบอดสนิท ตอนอายุ 21 ปี ได้รับเลือกให้เป็น นักวิ่งทูตสันทวไมตรี ของ ธนาคาร Standard Chartered ซึ่งเป็น สปอนเซอร์งานวิ่งมาราธอน รวมทั้ง กรุงเทพมาราธอน 2006 ด้วย เขาเคยได้เหรียญทอง 5000 เมตรในการแข่งกีฬาโอลิมปิค คนพิการ ที่ Sydney เมื่อปี 2000 เป็นเจ้าของสถิติ โลก (ของผู้พิการทางสายตา) วิ่งมาราธอน ด้วยเวลา 2:31:31 ชม ที่ Hamburg Marathon ปี 2005
ชนะเลิศ Singapore Half marathon 2005 ด้วยเวลา 1:16:07 ชม และได้รางวัลและเกียติยศมากมายในการแข่งขัน Marathon และ Half marathon
ผมขอยกย่องและชมเชยในความเป็นนักสู้ ของนักวิ่งผู้นี้ และ นักวิ่งไทยทุกท่านที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคต่างนานา แม้ท่านจะไม่เคยได้รับรางวัลถ้วย เงิน ชื่อเสียงเกียรติยศ ใดๆ แต่ท่านน่าจะได้ตวามภาคภูมืใจเช่นเดียวกับ Henry Wanyoike นักวิ่งผู้พิการทางสายตาผู้นี้



โดยคุณ นิรนาม Mail to นิรนาม (58.8.11.213) [30 ส.ค. 2550 เวลา 10:51] #180759 (14/40) นิรนาม's Profile


Henry Wanyoike กับ เพื่อนนักวิ่งนำทาง เข้าอันดับ 5 เวลา 1:14:44 ชมที่ Bonn Half Marathon เม ย 2006



โดยคุณ โอ๊ดPPP Mail to โอ๊ดPPP (222.123.235.12) [30 ส.ค. 2550 เวลา 19:42] #180828 (15/40) โอ๊ดPPP's Profile

อย่างนี้คนนำทางไม่ซ้อม หรือไม่ฟิต ละก็แย่เลย..อิอิ



โดยคุณ เสน่ห์ แหลมฉบังทีม (61.7.164.197) [01 ก.ย. 2550 เวลา 07:39] #180971 (16/40)

ความลับที่แท้จริงคือต้องหาเลี้ยงตัวเอง และคนที่เราต้องรับผิดชอบ เวลาในการซ้อมย่อมสู้เขาไม่ได้ โภชนาการ 5 หมู่ และปัจจัยอีกหลายๆอย่างครับ



โดยคุณ wert (125.24.192.245) [04 ก.ย. 2550 เวลา 10:36] #181543 (17/40)

ซ้อมตามความสามารถของบุคคลเถอะ ทุกคนมีขีดความสามารถระหว่างบุคคลแตกต่างบางคนซ้อมไม่ถึงปีได้ถ้วยบางคนซ้อมมา 10 ปี ยังไม่ได้ถ้วยรางวัลแต่มีความสุขในการวิ่งและการแข่งขันวิ่งได้ทุกวันก็ดีอยู่แล้วสุขภาพดีไม่เจ็บไม่ไข้ดีกว่ามีเงินร้อยล้านแล้ววิ่งไม่ได้อยู่ตามอัตภาพก็มีความสุขดีอยู่แล้ว อย่าลำบากลำบนทรมานสังขารเกินความสามารถเดี๋ยวอายุไม่ยืนเน้อจะบอกห้มีแชมป์หลายคนเดี้ยงตอนแก่วิ่งไม่ได้เหมือนม้าขาหัก มันจะทรมานขนาดไหน วิ่งแบบพอเพียงเถิดเด้อสุขภาพดีไมมีขายการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจำไว้ท่าน



โดยคุณ กฤตย์ (117.47.89.10) [11 พ.ค. 2552 เวลา 00:47] #374770 (18/40)

ตอบความเห็นที่สามที่ถามว่า "ใครจะเป็นคนไปจ้างโค้ช"
ตอบว่าผู้ที่ได้ประโยชน์จากนักวิ่งเร็ว(ขึ้น)



โดยคุณ หมอหมง (58.9.96.120) [12 พ.ค. 2552 เวลา 10:18] #375341 (19/40)

T h a n k s !

อ่านคราใด ได้ความจับใจทุกครา......





โดยคุณ แจ๋_ป้อม Mail to แจ๋_ป้อม (10.7.51.253) [12 พ.ค. 2552 เวลา 17:39] #375461 (20/40) แจ๋_ป้อม's Profile

ขอบคุณคะ อ.เปา น้าแพท ที่เอาสาระดีๆ และประสบการณ์ดีๆ มาให้อ่านคะ



โดยคุณ สุชาติ-แสนสุขบางแสน (202.28.78.125) [22 พ.ค. 2552 เวลา 11:36] #378242 (21/40)

นักวิ่งที่วิ่งเก่งระดับหนึ่งแล้วจะ
ไม่ค่อยเชื่อโค้ชแต่จะเชื่อนักวิ่งที่เก่งกว่าแนะนำ
ไม่นำหลักวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ทั้งที่รู้
มีความคิดว่าต้องซ้อมหนักกว่าเดิม มากกว่าเดิม
บางคนผมเห็นซ้อมแบบไม่มีวันพักเลยสักวันแม้แต่แข่งตอนเช้า
แต่ตอนเย็นเห็นมาซ้อมต่อ



โดยคุณ ธวัชชัย (115.67.151.161) [28 พ.ค. 2552 เวลา 14:44] #380267 (22/40)

ขอบคุณครับ



โดยคุณ รักเด็ก (124.121.246.142) [08 ก.ค. 2552 เวลา 16:03] #394588 (23/40)

ผมว่านักวิ่งไม่ได้จะเป็นกันได้ทุกคนนะครับสำหรับผมขอเป็นแค่คนที่รักสุขภาพโดยมีการวิ่งเป็นหลักในการดูแลตัวเองทำตัวให้มีความสุขก็พอแล้ว



โดยคุณ สุวมน (124.120.73.136) [09 ก.ค. 2552 เวลา 23:42] #395809 (24/40)

อ่านแล้วได้ความรู้ดี หูตาสว่างขึ้น ผมไม่ใช่นักวิ่งเป็นแค่คนชอบวิ่งชอบเที่ยวเท่านั้น ไม่มีความรู้เรื่องกีฬาเท่าไร ดูฟุตบอลยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย

ไม่ทราบใครยังจำภาพยนต์ทางทีวีขาวดำ เรื่อง" หนูน้อยบีเวอร์ " ได้หรือเปล่า? ผมว่ามันสะท้อนชีวิตคนอเมริกันในหลายๆด้าน ด้านหนึ่งก็คือทำไมพวกเขาถึงเล่นกีฬาเก่งจัง เก่งหลายอย่างด้วย?

แต่ว่าเราจะไปหาภาพยนต์เก่าๆเหล่านี้มาดูได้จากไหนหว่า?



โดยคุณ นักวิ่งเพื่อสุขภาพ (125.26.152.39) [19 ส.ค. 2552 เวลา 18:18] #412487 (25/40)

ผมขอออกความคิดเห็นนิดนึงนะครับ
คือว่าเรื่องนี้ ผมว่านักวิ่งต่างชาติเค้ามีทั้งระเบียบ วินัย ความทุ่มเท เค้าไม่ยอมหยุดอยู่แค่เวลาที่ดีที่สุดของตัวเค้าในขณะนั้น และอีกสิ่งที่ผมคิดก็คือ แรงบันดาลใจในการวิ่งนะครับ ข้อนี้อาจจะเหมือนกับนักฟุตบอลเพราะถ้ามีไอดอล/มีแรงบันดาลใจเป็นของตัวเอง ไม่หยุดอยู่เฉพาะตอนที่ดีที่สุดของตัวเอง อย่างคริสเตียนโน่ โรนัลโด้ เค้าเป็นนักฟุตบอลที่ทุ่มเทให้กับการซ้อมเพราะเค้ามีจุดมุ่งหมายว่าเค้าอยากจะเป็นนักเตะของรีล มาดริด และเค้าก็อยากเป็นคนที่เก่งที่สุด / หรืออีกตัวอย่างคือ
ยูเซน โบลต์ ตอนวิ่งที่อื่นเค้าก็ไม่ได้อะไรมากแต่พอมาถึงโอลิมปิกก็พัฒนาจนทำสถิติโลกที่เวลา 9.69 วินาที แต่อีกไม่นานหลายท่านคงไม่คิดว่าเค้าจะทำลายสถิติของตัวเองลงไปอีก ที่เวลา 9.58 วินาที นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างนะครับเป็นแค่ความเห็นนิดหน่อย
ขอขอบคุณมากครับ



โดยคุณ ขุนฝาง (119.42.79.69) [16 ก.ย. 2552 เวลา 14:58] #422661 (26/40)

เด็ก ขุน ฝาง ทุก คน ก้อ อยาก รู้ เหมือน กัน ว่า เมื่อ ไหร่ พี่ บุญถึง จะ ได้ เปน แช้ม โลก กะ เค้า สัก ที ถ้า พี่บุญ ถึง ได้ เปน แชม โลก ทั้ง ประ เทศ ไทย คง มี แต่ คน วื่ง ทั่ว ประ เทศ ละ มั้ง



โดยคุณ ทวี นครศรี Mail to ทวี นครศรี (222.123.144.128) [25 ก.ย. 2552 เวลา 12:18] #425386 (27/40) ทวี นครศรี's Profile

ขอบคุณมากครับทีได้รับความรู้ครับ



โดยคุณ เอ๋ เมืองคอน (117.47.105.226) [28 ก.ย. 2552 เวลา 09:39] #426408 (28/40)

ตอบครับ
1.โค๊ส
2.ทุน
3.นักวิ่ง (พรแสวง+ใจสู้=ความสามารถของนักวิ่ง)
4.สถานที่ฝึก
5.สนามแข่งขัน
6.วิทยาศาสตร์การกีฬาและ
7.จิตวิทยา



โดยคุณ กฤตย์ (118.172.187.171) [03 ธ.ค. 2552 เวลา 12:35] #450001 (29/40)

มีความเห็นต่อจากคุณ "รักเด็ก" ที่กล่าวว่า
"นักวิ่ง ไม่ได้จะเป็นกันได้ทุกคน"

ไม่ทราบว่าความเห็นผมจะแย้งหรือสนับสนุน
เป็นดังนี้ครับ
นักวิ่งเป็นกันได้ทุกคนครับ
เพราะเราส่วนใหญ่เดินได้ ก็แสดงว่าวิ่งได้
และยังพัฒนาได้กันทุกคน หากได้รับการฝึกที่ถูกต้องจากความรู้การกีฬา

แต่หากว่าในระดับ TOP เอาไปแข่งในทีมชาติ หรือแนวหน้ารางวัล ถูกต้องครับ คงไม่ได้ทุกคน

แต่หากว่าใน Sense ของการที่นำการวิ่งมาเป็นกีฬาที่รับใช้ชีวิตของแต่ละคนให้ดีขึ้น ไพบูลย์ขึ้น และลดค่ารักษาพยาบาลทั้งระดับเศรษฐกิจครัวเรือน หรือประหยัดงบประมาณของชาติ อย่างนี้เราทุกคนสามารถวิ่งได้ทุกคนครับ



โดยคุณ หนุ่มใต้ (119.63.65.237) [21 ธ.ค. 2552 เวลา 14:22] #455690 (30/40)

ซ้อมน้อยเกินไป ::



โดยคุณ เอก (58.11.67.231) [08 มี.ค. 2553 เวลา 22:28] #480727 (31/40)

ขอบคุณครับ



โดยคุณ ทหารบ้าน (180.180.116.138) [01 เม.ย. 2553 เวลา 12:19] #489377 (32/40)

รอดูว่าเมื่อไรความลับจะเปิดเผยซะที



โดยคุณ พิบูลย์ (58.9.104.151) [21 เม.ย. 2553 เวลา 17:12] #493873 (33/40)

ความ(ไม่)ลับแห่งชัยชนะมี:
1. สรีระร่างกายผู้วิ่ง ความอดทด ความแข็งแรงและความคงทน
2. มีการฝึกซ้อมที่ดี ขยันซ้อม ซ้อมถูกหลักวิธี ไม่บาดเจ็บ
3. มีโค๊ชที่ดี สามารถรีดความสุดออกมา ในเวลาที่ต้องการได้
4. มีรายได้พออยู่ได้ ถ้ารายได้ดี ยิ่งดี
5. มีทำเกินตัว ไม่แข่งถี่ไป ไม่น้อยไป รู้ตัวว่าถนัดระยะไหน ควรซ้อมที่เท่าไร
และสุดท้ายต้องรู้ว่า คู่แข่งเป็นใคร สนามวิ่งเป็นอย่างไร อากาศวันนั้นหรือ
สนามนั้นเป็นอย่างไร แล้วคุณจะชนะได้ไม่ยาก ยกเว้นไปเจอคู่แข่งที่หินกว่า
อันนี้ก็เป็น เรื่อง เก่ง กับ เฮง คือ ต้องมี ด ว ง มาช่วยประกอบไปด้วย



โดยคุณ จากเฮง (223.205.88.232) [14 ต.ค. 2553 เวลา 23:31] #542971 (34/40)

ปีนี้ผมไม่ไปนะครับ



โดยคุณ นักวิ่งบ้านๆ (113.53.121.50) [28 ม.ค. 2554 เวลา 15:37] #576516 (35/40)

อยากเก่งจังครับ



โดยคุณ Mr.Sakorn (125.24.172.215) [21 ก.ย. 2554 เวลา 13:16] #636998 (36/40)

"ความลับแห่งชัยชนะ"พื้นฐานโดยตัวเราค้นหา ดังนี้ +ด้านร่างกายที่มีความสมบูรณ์ โดยการเลือกหาให้เราเหมาะสมมีความสามารถสำหรับกับการวิ่งตามระยะทางที่ต้องการและกำหนดให้เหมาะสมต่อเราแต่ละบุคคล +ด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยต้องสร้างให้มีความต้านท้าน/ต่อระบบการวิ่งและตามระยะทางกำหนด +ด้านความอดทน โดยต้องสามารถวิ่งอย่างสม่ำเสมอต่อระบบการวิ่งตามระยะทางของการฝึกซ้อมตามความสามารถของเรา +ด้านระบบการหายใจต้องสอดคล้องสัมพันธ์กับระบบจังหวะการเต้นของหัวใจและตามระดับการวิ่งเร็วที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ +ด้านการรับประทานอาหารประเภทที่ให้พลังงานแบบสะสม+ให้ครบอาหาร 5 หมู่ ด้านการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ/แบ่งเวลา/วัน/สัปดาห์/เดือน/ปี ต้องทำการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง +ด้านการพักผ่อนสำคัญมากต้องเป็นเวลาที่สุด /ร่างกายของเราต้องได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอโดยให้คุ้นเคยกับการตื่นตามเวลาก่อนทำการแข่งขัน แค่นี้ก็รู้แล้ว ความลับแห่งชัยชนะ ก็คือ ชนะตนด้วยตนเอง



โดยคุณ สันต์ราม (192.168.1.213) [09 ต.ค. 2554 เวลา 11:47] #641359 (37/40)

ถ้าเราเคยได้ที่5ซักสองครั้งเราจะได้รางวัลตลอด+พรสวรรย์ส่วนตัวด้วย+กับการฝึกซ้อมที่พอดีไม่หักโหม+กับการดูแลเท้าหมั่นนวดหมั่นเอาน้ำมันลูบ+อยากเอาชนะคนที่อยู่ข้างหน้า+เราได้ถวายตัวให้กับการวิ่งอย่างแรง



โดยคุณ ลาวอินเตอร์ (86.82.227.86) [25 ต.ค. 2554 เวลา 20:04] #644707 (38/40)

ที่จริงคนไทยมีความสามารถแต่ขาดการซ้อมที่ถฺกวิธี ถ้าอยากวิ่งเร็วขิ้น ไม่ใช่วิ่งเฉพาะทางไกลควรซ้อม 2 ครั้งต่ออาทิตย์วิ่ง 10ครั้ง 400เมตร พัก2 นาที หรือ 2/1000เมตร 2/750เมตร 3/500เมตร 5/300เมตร ทฺกครั้งพัก2 นาทีค่ะลองซ้อมดฺนะคะ ได้ผลแน่นนอนค่ะ




โดยคุณ ครูวงศ์ (118.173.154.73) [18 ธ.ค. 2554 เวลา 05:23] #652102 (39/40)

ครูวงศ์เคยคลุกคลีกับนักวิ่งเคนยาระยะหนึ่ง
คนแรกมูจูนี่เล่าให้ฟังว่าบ้านเขาเด็ก ๆวิ่งจะได้รางวัลเป็นอ้อย และข้าวโพด เขามาเมืองไทย และประเทศใกล้ๆเราเพื่อมาหาเงินดังนั้นเมื่อ 10 ปีที่แล้วนักวิ่งไทยจึงรู้จักมูจูนี่กันดี รู้กระทั่งมูจูนีกินข้าวเปล่าแล้วเราก็ทำตามกันด้วย

ต่อมาก็มีนักวิ่งเคนยา 2คนที่ชมรมจ้างมาฝึกนักวิ่งสะเดา เขาไม่ทำอะไรนอกจากคุยโทรศัพท์ วิ่ง กิน แล้วพักผ่อน ซึ่งตรงกับนักวิ่งที่โชคดีที่ไปฝึกที่เคนยามาว่าอยู่เคนยาเขาต้องซ้อมวิ่งวัน 3เวลา

ไม่ต้องพูดถึงอากาศที่เคนยา ราว 18 องศาจะไม่วิ่งได้อย่างไร บ้านเราร้อนตับแลบ
เด็ก ๆในเคนยาต้องวิ่งต้อนวัวในทุ่งกว้าง เด็กบ้านเราไปโรงเรียนยังให้พ่อแม่ไปส่งเดินแทบไม่เป็น

มีเรื่องตลกเขาเล่าเล่น ๆ ว่าถ้าเขา(เคนยา)วิ่งไม่เร็วต้องโดนเสือกัดตาย ต้องวิ่งให้เร็วกว่าเสือว่างั้นเถอะ

เคนยาต้องส่งเงินกลับไปประเทศของเขาแม้เพียง 3500 บาท (ท่ร้เพราะเพื่อนทำงานธนาคาร) คล้าย ๆกับชาวอีสานจำนำนาไปทำงานซาอุนั่นแหละครับ ฉะนั้นวิ่งอย่างไรจะต้องได้รางวัล จึงไม่แปลกที่บางครั้งเราเห็นเขาขายถ้วยรางวัลกันหลังจากวิ่งเสร็จ

ครูวงศ์วิ่ง 6 ปีกว่าจะได้ถ้วยรางวัลใบแรก
เจ็บปวดเพราะซ้อมไม่เป็นอยู่หลายปี
ได้ข้อคิดดีๆจากนักวิ่งแนวหน้าด้วยการสอบถามและเรียนรู้ ที่สำคัญร้จักตัวเอง
การฝึกหนัก ฝึกถูกต้องเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับนักวิ่งที่อยากชนะคู่แข่ง
อย่ารอให้คู่แข่งบาดเจ็บแล้วเราจึงชนะ
ถ้าคุณซ้อมมาดีนักวิ่งทุกคนที่อยู่ข้างหน้าคือคู่แข่งครับ

รู้จักวิ่งให้เป็นสุข หมายถึงร่างกายคุณพร้อม คุณสามารถวิ่งจับมือเข้าเส้นชัยกับนักวิ่งที่หนุ่มกว่าคุณได้แน่นอน

การจดบันทึกเป็นเรื่องสำคัญ แล้วนำมันมาอ่าน มาศ฿กษา ครูวงศ์ดูการซ้อมของตัวเองเมื่อวัย45-49 วิ่ง 400 เมตร10เที่ยว เที่ยวละ 1.15 นาทีเท่านั้น เดี๋ยวนี้ทำได้ไม่ถึง 10 เที่ยวแล้ว

เป้าหมายของการวิ่งก็สำคัญครับ ครูวงศ์วิสมิลามินิมาราธอนครั้งแรก เห็นชายผมยาวจากชุมพรถือถ้วยสูง ๆ ความรู้สึกตอนนั้นแค่อยากจับถ้วยรางวัลเท่านั้น ปัจจุบันกลับได้รับถ้วยรางวัลเกือบไม่มีที่วางแล้ว เป้าหมายของการวิ่งตอนนี้จึงเปลี่ยนไป

เปลี่ยนความคิดอย่าวิ่งเพื่อเอาถ้วยเลยครับ บางคนไม่แบ่งอายุ 5 ปีไม่วิ่ง
ให้ถ้วยรางวัล5 ใบไม่วิ่ง
อย่างนี้เมื่อไรคุณจะวิ่งดีได้

ลองวิ่งแล้วไม่ชนะดูบ้างซี คุณจะมีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง
ไปวิ่งที่เชียงม่วนผู้จัดให้ถ้วยเฉพาะที่ 1 ที่ 2-3 ให้เงินไม่กี่ร้อย ครูวงศ์วิ่งสุดชีวิตเพราะคิดว่าได้ที่ 3 พอเข้าเส้นชัยกรรมการให้ป้ายที่ 4 ก็ได้รู้ว่าคนเก่งกว่าเรายังมีก็มีสุขที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่

ให้การฝึกวิ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเหมือนการกินอาหาร วิ่งให้ถูกต้อง อ่านและศึกษาวิเคราะห์ว่าจริงไหม การกินน้ำผึ้ง 1แก้วก่อนวิ่ง 1 คืนทำให้วิ่งไม่หมดแรงจริงหรือ
กินกาแฟก่อนวิ่งทำให้วิ่งได้อึดจริงหรือกินเคร่องด่มชูกำลังผสมน้ำดื่มเกลือแร่แล้ววิ่งทนจริงหรือ
ฯลฯ
สิ่งใดทดลองได้ก็ทดลองถ้าไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ทั้งหมดครูวงศ์ไม่ได้มีหลักวิชาอะไรมาเขียนหรอกเพียงแต่เอาประสบการณ์ล้วน ๆที่วิ่งมาเกือบ 3 0 ปี มาเขียนมากกว่า ถ้าจะว่าไปตอนนี้นักวิ่งรุ่นเดียวกันเขาหยุดกันไปหลายคนแล้วครับครูวงศ์ก็ยังคิดถึงอยู่ นานๆได้เจอพี่ธีณศักดิ์ ได้เจอพี่สมบัติ ได้เจอพี่โสภณ ก็แสนจะดีใจครับ

ออกไปวิ่งเถอะครับอย่ามัวแต่นั่งอ่านโดยไม่ฝึกฝน แล้วคุณจะชนะครับ



Error5