ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

วิธีฝึกวิ่งให้เร็ว.....1

วิธีฝึกวิ่งให้เร็ว มีสอนไว้ในที่หลายแห่ง

วิธีฝึกวิ่งเร็ว ต้องเริ่มจากการฝึกความอดทน
นักวิ่งอยากวิ่งเร็ว แต่ขาดการพัฒนาด้านความอดทน
วิ่งเร็วได้ไม่นาน ก็จะเกิดบาดเจ็บ

ถามว่าเราจะฝึกความอดทนอย่างไร?
ลองตอบคำถามนี้ดูก่อน

อ.เปา's Profile โดยคุณ อ.เปา Mail to อ.เปา (58.9.135.226) [02 ต.ค. 2550 เวลา 09:45]




โดยคุณ สัญญา บ้านโป่ง (203.157.44.162) [02 ต.ค. 2550 เวลา 10:52] #193452 (1/47)

ต้องเริ่มจากน้อยไปหามาก สม่ำเสมอ และแช่เย็น ที่สำคัญต้องยืดเยียดร่างกายทุกครั้งทั้งก่อนและหลังครับ จากตำราของอาจารย์หลายๆท่านครับ ให้ผลที่พอใจครับเมื่อนำมาปฎิบัติรวมกัน



โดยคุณ กฤตย์ (222.123.170.171) [02 ต.ค. 2550 เวลา 11:02] #193457 (2/47)

เริ่มต้นที่ พยายามวิ่ง LSD. ให้ได้ แล้วแช่เย็นตรงนั้นนานนนนนนน สลับไปสนามแข่งบ้าง(ไม่บ่อย) เอาพอรู้และไม่ตื่นเต้นเวลาไปอีก

ถ้าระดับที่วิ่งได้ของเรามันไปไม่ถึงที่จะเรียกว่าเป็น LSD. คือร่างกายอ่อนจริงๆ ไม่ว่าเป็นเพราะแก่ หรือเป็นเพราะผู้หญิง หรืออื่นๆ ฯลฯ ก็ให้เริ่มเท่าที่ทำได้ตรงไหน ก็ตรงนั้นแหละ

เริ่มต้นไม่ใช่เย็นนี้กลับไปล่อ LSD. เลย แต่ลงมือศึกษาว่า เจ้า LSD. นี่มีลักษณะวิ่งอย่างไร ย้ำ...เขาวิ่งกันราว 7 - 10 วัน ต่อหน ไม่ใช่วิ่งทุกวัน

โดยจัดให้วันวิ่ง LSD. (มักเรียกกันว่าวิ่งยาว) ยาวมากกว่าวันปกติประมาณ 2 เท่า เช่นวิ่งได้วันละปกติ 5 โล ให้ตั้งเป้าวันยาว พยายามวิ่งที่ 8-13 โล ถ้าเพิ่งดำริเริ่มต้น ควรให้เริ่มที่ 6-7 โล สัปดาห์หน้าค่อย 8 ค่อย 9 ค่อย 10 โล ไปเรื่อยๆ อย่าตูมเดียวที่ 10 หรือ 13 โล

เล่ามานี่คงไม่ยาก ทำได้ทุกคน แต่เอาอย่างดีขึ้นไปอีกคือแผนวิ่งที่เนี๊ยบจริงๆ ต้องจัดให้วิ่งยาวเป็น วิ่งแบ่งนิเสธ (Negative Split) ด้วย หมายความว่าให้ครึ่งแรกช้ากว่าครึ่งหลังอยู่นิดหนึ่ง อย่างนี้ ไม่มีใครทำได้เลยตั้งแต่ต้น ต้องตั้งใจ ต้องเกลี่ยกำลังงาน การฝึก N.S. ให้เป็นนิสัยจนวิ่งเก่งแล้วจะวิ่งได้ดี หากวิ่งเร็วต้นเป็นนิสัย วิ่งจนเก่งแล้วก็แก้นิสัยเสียยาก ประสิทธิภาพการวิ่งถูกลดทอนอย่างน่าเสียดาย

อย่าเข้าใจไปว่า ครึ่งหลังคงอัดกันหน้าตั้ง ไม่ใช่อย่างนั้น ครึ่งหลังลอยไปอย่างไม่ได้ใช้ความพยายามต่างหาก เพราะครึ่งแรกกั๊กไว้อย่างตั้งใจ



โดยคุณ กฤตย์ (222.123.170.171) [02 ต.ค. 2550 เวลา 11:04] #193458 (3/47)

ที่ว่าให้ไปสนามแข่งบ้าง ไปเอาเหรียญนะ ไม่ใช่ไปเอาเร็ว

ใครที่จะถามว่า แล้ว LSD. เป็นอย่างไร ให้ อ.เปา อธิบาย



โดยคุณ ตัวใหญ่ Mail to ตัวใหญ่ (125.24.39.91) [02 ต.ค. 2550 เวลา 12:29] #193497 (4/47) ตัวใหญ่'s Profile

เริ่มจากฝึกวิ่งเป็นเรื่องเป็นราวเลยน๊ะค๊ะ ตัวใหญ่เริ่มฝึกมาประมาณเดือนมิถุนายนค่ะ และพอมีความตั้งใจจริง ก็อ่านเลยค่ะ ค้นหาเวปที่เกี่ยวกับการวิ่ง และประกอบกับเฮียเค้าวิ่งมาก่อนหลายปีแล้ว ก็เลยมีคนชี้แนว(ส่วนตั๊ว ส่วนตัว) และมีหนังสือของลุงกฤตย์ด้วยค่ะ ก็เลยเริ่มวิ่งจากน้อย ๆ วิ่งรอบสนาม จาก 5 รอบ ค่อยเพิ่มเป็น 7 รอบ และตอนนี้ก็วิ่ง 10 รอบเป็นประจำ

รู้สึกว่าเริ่มอยู่ตัว เมื่อวันเสาร์นี้เอง ที่เริ่มฝึกวิ่ง 10 ก.ม แต่วิ่งในสนาม แถมยังวิ่งเป็นชั่วโมง รู้สึกเขิลเหมือนกัน (นักฟุตบอลที่เค้าเล่นกันอยู่ คงแอบคิด ว่ายัยนี่ท่าจะบ้า ) แต่เป็นผู้หญิงนี่เนอะ มันหาที่วิ่งยากกว่าผู้ชายนา ไหนจะกลัวแดด ไหนจะกลัวฝุ่น ไหนจะกลัวคนโรคจิต โอ้ย..มันลำบากเหมือนกันนา ก็เลยเอา(ว่ะ) วิ่งมันในสนามนี่แหละ

ตัวใหญ่ก็คงจะฝึกแบบนี้ไปอีกหลายเดือน ก็คือวันปกติ ก็วิ่ง ประมาณครึ่งชั่วโมง และวิ่ง10 ก.ม อาทิตย์ล่ะ 1 วัน เรื่องคอร์ท ก็ต้องมองน้อง ๆ เค้าฝึกกันไป โห..วิ่งกันได้งัยหนอรอให้กระดูกแข็งก่อน ค่อยมาว่ากัน สภาพร่างกายจะเป็นคนบอก ว่าเราพร้อมที่จะฝึกแบบไหน

อีกอย่างนึง ตัวใหญ่อยากจะบอกเพื่อน ๆ ที่วิ่งในสวนสุขภาพ ที่เค้ามีเต้นแอโรบิคด้วย น่าจะลองไปยืนดูเค้าเต้นซักนิด แล้วดูว่าเค้าเข้าสู่การคูลดาวย์ตอนไหน ส่วนมากจะ10-15 นาทีก่อนที่จะจบการเต้น แล้วกะเวลาว่าเราวิ่งเสร็จแล้วไปยืดเส้นยืดสายกับเค้า อันนี้จะช่วยได้มาก จิง จิง ดีกว่าเรามาทำเองอาจจะทำไม่ถูกก็ได้ ตัวใหญ่ก็ใช้วิธีนี้ สบายตัวดี

ที่อาจารย์เปาถามว่า เราจะฝึกความอดทนอย่างไร ก็น่าจะเป็นการจัดโปรแกรมฝึกยาวและค่อย ๆ เพิ่มระยะมากขึ้น ต้องอดทนกับการรอคอย ในที่นี้ คือการรอคอยความพร้อมของร่างกาย ใจพร้อม แต่กายไม่พร้อมมันก็คงไม่สำเร็จ

ร่างกายพร้อมก็คือพร้อมที่จะรับความเหนื่อยที่มากกว่าเดิม อย่าหลอกตัวเองเชียวนาว่าพร้อมแล้ว แล้วไปฝืนมันมาก ก็จะเกิดการประท้วง คราวนี้จะยุ่ง

ปล.ตัวใหญ่ฝึกสนามเดียวกับน้องโอ๊ต และเพื่อน ๆ นักวิ่งแนวหน้าของแม่สอด น้อง ๆ เค้าตั้งใจซ้อมกันดีจัง อยากให้น้องๆ เค้าประสบความสำเร็จกันทุกคนเลย ให้สมกับที่ขยันซ้อม



โดยคุณ อ.เปา (58.9.140.201) [02 ต.ค. 2550 เวลา 12:34] #193498 (5/47)

นักวิ่งต้องการความอดทนของขาเป็นสำคัญ
การฝึกเพื่อให้เกิดความอดทนขาขาจึงเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณา
อย่างไรก็ตาม ผลพลอยได้จากการฝึก.
ก็ทำให้อวัยวะภายในอดทนแข็งแรงไปด้วย
การฝึกความอดทน มีหลักกว้างๆก็คือฝึกให้นาน

โดยไม่ต้องหนักมากนัก เหตุผลก็คือ ทำให้กลัยโคเจนในกล้ามเนื้อหมดไป
และช่วยกระตุ้นให้มีการกระจายของเส้นเลือดฝอยในมัดกล้ามเนื้อ
คือเป็นการปรับปรุงระบบขนส่งพลังงานให้แก่กล้ามเนื้อนั่นเอง

การฝึกความอดทน แบ่งกว้างๆเป็น 4 ระดับ
-ขั้นพื้นฐาน
-ขั้นต่ำ
-ขั้นปานกลาง
-ขั้นสูงสุด

-ขั้นพื้นฐานก็คือ ออกกำลังแบบไม่รู้สึกเหนื่อย
-ขั้นต่ำก็คือ ก ารออกกำลังประจำสม่ำเสมอ
-ขั้นปานกลางคือออกกำลังอาทิตย์ละ 3 ครั้งๆละ 3 0 นาที
-ขั้นสูงสุดคือออกกำลังอาทิตย์ละครั้งใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง

การวิ่งระยะไกลๆด้วยความเร็วช้าๆ ที่เรียกว่า LSD นั้น
ก็คือความหมายในการสร้างความอดทน
นักวิ่งที่ปรารถนาความเร็วในสนามแข่งขัน
ต้องสร้างพื้นฐานตรงนี้ให้แน่หนา กล่าวคือ
มีร่างกายที่สามารถทนทานต่องานหนักๆได้เป็นเวลานานๆ
นักวิ่งที่ขึ้นไปรับถ้วย ต้องมีการฝึกสร้างความอดทนเช่นนี้แทบทุกคน








โดยคุณ หมอหมง Mail to หมอหมง (58.9.91.203) [02 ต.ค. 2550 เวลา 14:57] #193565 (6/47) หมอหมง's Profile

ขอบพระคุณ ครับ // หมอหมง



โดยคุณ วิจิตร์ Mail to วิจิตร์ (222.123.12.3) [02 ต.ค. 2550 เวลา 15:15] #193569 (7/47) วิจิตร์'s Profile

พอมาถึงคำถามนี้
ผมมีคำถามมาเรียนปรึกษาท่านผู้รู้ ทุกท่านครับว่า

ผมวิ่งยาวสัปดาห์ละครั้งแต่ละครั้งจะใช้ระยะทางประมาณ 14 - 16 กิโลเมตร ความเร็ว 4.30-4.45 นาทีต่อ กิโลเมตร โดยที่สามารถเพิ่มความเร็วใน 3 - 4 กิโลเมตร ท้ายๆ ได้ ประมาณ 4.10-4.20 นาที ต่อกิโลเมตร

คำถามมีอยู่ว่า
เมื่อไม่กีอาทิตย์มานี้ ผมลองวิ่งยาวขึ้นโดยใช้ความเร็วที่ช้าลง คือใช้ความเร็วอยู่ที่ประมาณ 5.30 - 5.45 นาที โดยหวังว่าจะวิ่งได้ยาวๆ สัก 20 - 25 กิโลเมตร แต่พอวิ่งจริงๆ วิ่งได้ แค่ 12 กิโลเมตรเองครับ ล้าขามากๆ ยกขาแทบไม่ขึ้น แต่ไม่เหนื่อยนะครับเหงื่อออกซิปๆ เอง ผมก็เลยสงสัยครับว่าเป็นเพราะเหตุใด
ผมลองทำมา 3 อาทิตย์ แล้วครับ เพิ่มระยะทางได้ครั้งละ 1 - 2 กิโลเอง งงมากๆๆ
เมื่อวานผมลองวิ่งที่ความเร็วเดิม คือ 4.30 นาทีต่อกิโลเมตร กลับสามารถทำระยะทางได้
เหมือนเดิม ยิ่งงงไปใหญ่

ท่านผู้รู้ช่วยไขขอสงสัยทีครับ
ขอบคุณครับ



โดยคุณ อ.เปา (58.9.147.242) [02 ต.ค. 2550 เวลา 16:08] #193593 (8/47)

ปัญหาของคุณวิจิตร์ มันเหมือนโลกหมุนกลับ
วิ่งช้าลง กลับเป็นว่าเมื่อยล้ามากขึ้น
คุณวิจิตร์หาคำตอบออกมาได้ ก็จะเปิดเผยความรู้บางอย่าง

ผมขอตอบว่า...ไม่รู้ครับ
ทั้งอยากทรายด้วยว่ามันเป็นเพราะอะไร
แปลกแต่จริง คงต้องรอคำตอบจากผู้รู้จริงๆ

หากจะให้ผมเขียนคำตอบ แบบไม่หวังคะแนน
ผมก็เหมาเอาว่าคุณวิ่งช้าแต่ก้าวขายาว
การไหลเวียนจึงน้อยกว่าปกติ ความล้าก็สะสม
ถ้าคุณลองก้าวขาให้สั้นลงสักนิด พร้อมกับคงความถี่เอาไว้
คือความเร็วจะลดลง แต่การระบายไหลเวียนของเลือดจะยังคงเดิม
อย่างนี้ คุณ อาจจะมีแรงแซงเข้าเส้นชัยได้

ขอสารภาพว่า ตอบมาแบบไม่เอาคะแนนครับ
หากผิดไป ขออภัยไว้ด้วย



โดยคุณ อ.เปา (58.9.137.5) [02 ต.ค. 2550 เวลา 17:43] #193627 (9/47)

มีคนสงสัยว่า..จะบอกวิธีฝึกวิ่งเร็ว
แต่กลับให้ฝึกวิ่งช้า
จะกลายเป็นว่าจะเร็วต้องช้า อย่างนั้นหรือ
คำตอบเป็นอย่างนั้นจริงๆ

การที่เราจะวิ่งเร็วได้ ความหมายก็คือ....
เรากำลังจะตะบี้ตะบันร่างกายให้ชำรุดทรุดโทรม
ถ้าร่างกายไม่อดทนมาก่อน...ที่ไหนจะเร็วได้
ผมก็เลยบอกว่าวิธีจะวิ่งเร็ว...ต้องวิ่งช้ามาเป็นเวลานานก่อน



โดยคุณ ไพรัช (58.9.215.116) [02 ต.ค. 2550 เวลา 20:40] #193636 (10/47)

เรียนอาจารย์เปาอยากทราบว่า LSD คำเต็มอ่านว่าอย่างไร กรุณาช่วยเขียนคำเต็ม
ให้ด้วยครับขอขอบคุณมากคร๊าบ



โดยคุณ หมูๆ (58.8.88.43) [02 ต.ค. 2550 เวลา 23:00] #193751 (11/47)

Long Slow Distance วิ่งนานๆ ช้าๆ ยาวๆ

ขอถือโอกาส เรียนถาม อ.กฤตย์ อ.เปา อ.เบญ และท่านผู้รู้อื่นๆ
คือเพื่อนผมที่ชมรม เมื่อวิ่งเสร็จจะเกิดอาการหนาวสะท้านทันที ทั้งๆที่ไม่ได้วิ่งเร็ว
และบางครั้งจะเกิดอาการขนลุกขณะวิ่ง ทั้งๆที่ไม่ได้วิ่งเร็วมากมาย
ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไรครับ



โดยคุณ เสียดายเวลา Mail to เสียดายเวลา (124.120.192.80) [03 ต.ค. 2550 เวลา 07:41] #193766 (12/47)

ทั้งหลายทั้งปวง อยู่ที่เวลาครับ ถ้าคุณมีเวลาซ้อมทุกวัน เช้าเย็น ยิ่งดี คุณมีสิทธิได้ไปยืนเคียงข้างบุญชู+ บุญถึง . . . . กีฬาวิ่งความจริงเป็นอะไรที่มันง่ายมาก ไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมาย แต่คุณมีเวลาให้มันมากแค่ไหน . . . ผมเคยลงคอร์ด ตอนเช้า วันละ 20 รอบ 1 เดือนเต็ม ไปแข่งทำเวลาได้ 33 (มินิ)นาที ดีที่สุดในชีวิต แต่หลังจากเรียนจบทำงาน เวลาซ้อมน้อยลง อาทิตย์นึงได้ซ้อม 2 วัน เวลามินิตอนนี้ 49 - 52 นาที และไม่น่าจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว. . . . จากเคยวิ่งล่ารางวัล ล่าถ้วย ตอนนี้ คิดซะว่า ไปเก็บเหรียญ ไปซื้อเสื้อที่ระลึก เหลือบเห็นน้องๆพี่ๆ ขึ้นรับถ้วย ได้แต่มองค้อน. . . เวลาแบบนั้นของเรา ไม่มีอีกแล้ว



โดยคุณ อ.เปา (58.9.151.82) [03 ต.ค. 2550 เวลา 10:21] #193779 (13/47)

ขอบคุณคุณ เสียดายเวลาครับ

บอกประวัติอันยาวนานด้วยข้อความเพียงสั้นๆ
นักวิ่งที่อยากขึ้นไปรับถ้วยควรเข้าใจ
ความฟิตนั้น ไม่ยั่งยืน การรักษาไว้เป็นสิ่งจำเป็น
ในสมัยที่คุณยังหนุ่ม อะไรๆมันก็ดูเหมือนง่าย
เช่นเดียวกันเวลาไปลงแข่ง ที่ง่ายจะไม่ง่ายเพราะคู่แข่งนี่เอง
เพราะคู่แข่งที่ยังหนุ่ม มีตลอด
การรักษาความหนุ่มสาวเอาไว้ได้ ก็คือการฝึก
การฝึกต้องทำอย่างสม่ำเสมอด้วย

หากมีพื้นฐานด้านความอดทนแล้ว ไม่ต้องกลัวใคร
นักวิ่งที่ประสบความสำเร็จ ใช้เวลาหลายปีในการฝึกความอดทน



โดยคุณ วิจิตร์ Mail to วิจิตร์ (117.47.101.197) [03 ต.ค. 2550 เวลา 11:54] #193791 (14/47) วิจิตร์'s Profile


ขอบคุณอาจารย์เปามากครับ
แต่ผมก็ลองเทคนิคที่อาจารย์ได้แนะนำแล้วนะครับ
เมื่อช่วงที่ อ.เปาได้ เฉลยคำตอบ
แต่จังหวะก็ช้าลงหมด ก้าวสั้นลงในช่วง กิโลที่ 7 - 8 แต่คงความเร็วไว้
เหมือนเดิมครับ ออกอาการล้า หนักขา ไม่อยากก้าวขา
ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งๆที่ ยังไม่เหนื่อย
คลายกับว่าการกำจัดกรด แลคติค ผมมีปัญหาในระดับ Long Slow Distance หรือเปล่า
ชั่วอธิบายให้ฟังด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ

นี่กลายเป็นว่าแทนที่ผมจะมาตอบคำถามที่ อ.เปาถาม
กลับเป็นผมตั้งคำถามเสียเอง

ที่ตั้งคำถามตรงนี้เพราะผมเห็นว่า เป็นการวิ่งยาว คงไม่เป็นการรบกวนกระทู้นะครับ
ขอบคุณอ.เปาที่กรุณาชี้แนะครับ



โดยคุณ มือใหม่หัดวิ่ง Mail to มือใหม่หัดวิ่ง (10.0.158.64) [03 ต.ค. 2550 เวลา 12:03] #193793 (15/47)

การวิ่ง LSD ต้องวิ่งต่อเนื่องตั้งแต้ต้นจนจบ หรือ ระหว่างการวิ่งสามารถที่จะเดินได้แล้ววิ่งต่อจนจบครับ



โดยคุณ อ.เปา (58.9.153.96) [03 ต.ค. 2550 เวลา 12:43] #193802 (16/47)

คุณวิจิตร์ ครับ

ปัญหาของคุณ มันแปลกจริงๆ
ทีแรกผมนึกว่าคุณมาตั้งปัญหาหลอกเล่น
ผมก็ตอบไปเล่นๆ แต่ผมแกล้งบอกว่า ไม่เอาคะแนน

ก็อยากให้ปัญหาของคุณหาคำตอบเจอสักที
ก็ต้องรอผู้รู้ไปเรื่อยๆก่อน

ตอนนี้ต้องฟังคำตอบแบบไม่เอาคะแนนของผมไปก่อน
เมื่อคุณยืนยันมาอย่างนี้ คำตอบแรก คือ เชื่อครับ

คำตอบต่อมาก็คือ เพราะคุณเป็นนักวิ่งที่ค่อนข้างเร็ว
ดังนั้น อะไรนิด อะไรหน่อยมันก็แสดงผลมาก
อยากทายเอาว่า คุณซ้อมหนักติดกันเกินไป
คือร่างกายยังฟื้นไม่ครบ โดนใช้งานอีกแล้ว
2-3 กม . ที่มีปัญหา คือ สิ่งที่ค้างมาจากวันซ้อมที่แล้ว
ทางแก้ก็คือ วางการซ้อมหนักให้ห่างกันอีกหน่อย
หรือ เพิ่มการพักผ่อนให้มากขึ้น
หรือ วิ่งให้เบาลง ลดระยะลง

ผมเข้าใจครับ...นักแข่ง ยังไงก็คิดว่ายิ่งมากยิ่งดี
อ.กฤตย์ ท่านเตือนไว้เรื่อยๆ
ผมก็เก็บเอามาตอบ หาความพอดีให้เจอ
หาเจอแล้ว กลับมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง...
ผมจะคอยคุยด้วย



โดยคุณ วิจิตร์ Mail to วิจิตร์ (117.47.101.197) [03 ต.ค. 2550 เวลา 14:16] #193830 (17/47) วิจิตร์'s Profile

เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริงครับ
คือผมไม่ค่อยมีเวลาวิ่งยาวๆ และเวลาในการซ้อมก็ค่อนข้างจำกัด
เพราะฉะนั้นผมจึงเน้นไปที่ โปรแกรมการซ้อมวิ่งระยะสั้น(10 km.)

ผมยอมรับครับว่าตารางฝึกผมค่อนข้างเข้มข้น แต่ผมก็มีวันพักนะครับ
คือวันเสาร์พักวิ่งแต่มีปั่นจักยานยาวๆ ครับ
มีวันหนักสลับเบาแต่วันเบาของผม คือ มีว่ายน้ำ และ ปั่นจักรยานครับ
แบบนี้หนักไปไหมครับ เพราะผมก็ไม่มี ฮาร์ทเรทมอร์นิเตอร์ อาศัยแต่ความรู้สึกของตัวเองเป็นหลักครับ



โดยคุณ อ.เปา (58.9.145.37) [03 ต.ค. 2550 เวลา 14:46] #193835 (18/47)

คุณวิจิตร์ ครับ

สำหรับความเห็นของผม วันหนัก กับเบา ในการซ้อม
ต้องเข้าใจว่า เบาเพื่อให้ฟื้น
แต่คุณมีการฝึกแบบครอสเทรนนิ่งด้วย
จริงอยู่แม้จะใช้กล้ามเนื้อหลักๆคนละชุด
แต่ก็ทำให้การผ่อน ไม่เป็นผ่อนจริง

ต้องปรับแก้บ้างก็แล้วกัน หมอในตัวคุณยังอยู่ครบ
รู้สึกว่าไม่คล่อง ขาดการอ่อนตัวไปแล้ว
ที่จะให้มีความเร็ว ก็ลำบาก

เรื่องความอ่อนตัว (Flexible) มีแสดงไว้ในข้อฝึกวิ่ง
ช่วยให้วิ่งได้เร็ว ผมต้องขอเอาไปว่าวันหลัง
กว่าจะวิ่งเร็วได้ บางทีก็เหมือนว่าง่ายๆ
แต่จะเอาชนะคนที่วิ่งเร็ว ไม่ง่ายเลย

คุณวิจิตร์ไม่ต้องวิ่งเอาชนะคนทั้งหมดที่ลงวิ่ง
แค่วิ่งชนะคนที่วิ่งนำหน้าไปได้ คนเดียว ก็พอแล้ว



โดยคุณ กฤตย์ (222.123.172.38) [03 ต.ค. 2550 เวลา 15:25] #193846 (19/47)

ตอบคุณวิจิตร์

เมื่อวิ่งให้ช้าลงแล้วกลับวิ่งได้สั้นลงด้วย ว่า
ถ้าหากเป็นการช้าลงทุกกิโลตั้งแต่ต้น และสุขภาพสมบูรณ์ดี ก็ตอบว่า ไม่รู้ครับ
เกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ

ถามว่า Are you sure about your health. ไม่เป็นไรแน่รึ อดนอนหรือเปล่า
อีกทีก็แฝงวิตกกังวลว่ากำลังเปลี่ยนแปลงการซ้อมเพื่อผลที่ดีขึ้น จะดีแน่หรือ? คิดมาก เป็นปัญหาทางจิตใจ

ถ้าไม่ใช่นี้แล้ว ก็คิดไม่ออก

ลองถาม อ.สถาวรดู



โดยคุณ กฤตย์ (222.123.172.38) [03 ต.ค. 2550 เวลา 15:28] #193847 (20/47)

ตอบคุณหมูๆ

อาการหนาวสะท้าน แสดงว่าแรงกายกำลังสิ้นสภาพ ฝืนวิ่งอีกไม่นาน ต้องมีอันเป็นไป มักเกิดตอนแชมป์เข้าเส้นชัย

ถ้ายืนยันว่า วิ่งก็ไม่ได้เร็ว ก็เหลือประเด็นเดียว คือ กำลังป่วย จงหยุดวิ่ง พัก และไปหาแพทย์ กว่านี้ตอบไม่ได้ครับ



โดยคุณ กฤตย์ (222.123.172.38) [03 ต.ค. 2550 เวลา 15:33] #193848 (21/47)

ตอบคุณมือใหม่หัดวิ่ง

การวิ่งยาวสำหรับนักวิ่งที่เพิ่งมาวิ่ง ควรเป็นการเดินสลับวิ่ง อย่างที่คุณกล่าวมา นั้นดีที่สุด เพื่อเป็นการช่วยร่างกายสลายกรดแลคติก และเปลี่ยนกลุ่มกล้ามเนื้อใช้งาน

ตราบใดที่ชักเก่งขึ้น ก็ให้ทยอย ตัดช่วงเดินให้สั้นลงทีละน้อย และเอาเวลาที่ตัดไป ไปเสริมช่วงวิ่งให้มากขึ้นทีละนิด (เวลารวมเท่าเดิม) เช่นวิ่ง 2 ก.ม. สลับเดิน 1 นาที ต่อไปเป็น45 วิ ต่อไปเป็น 30 วิ 15 วิ และวิ่งตลอดเลย อย่าเปลี่ยนจาก 1 นาที เป็น 0 นาทีเลยครับ



โดยคุณ กฤตย์ (222.123.172.38) [03 ต.ค. 2550 เวลา 15:38] #193849 (22/47)

ตอบคุณวิจิตร์

ใช่แล้ว เริ่มเห็นเค้าลางแล้ว คุณวิจิตร์ ฝึกมากไปจริงๆ
ไม่ว่านักวิ่งจะมีระดับความสามารถที่ไหน เคนย่าหรืออ่อนหัด คุณควรมีการพักวิ่งอย่างเต็มที่ คือ มีหนึ่งวันในรอบสัปดาห์ที่เป็น Ultimate Rest คือหยุดวิ่ง และหยุดต่างแบบ หยุดจักรยาน หยุดว่ายน้ำด้วย

การฝึกต่างแบบอ่างที่คุณกล่าวมานั้นดีแน่ แต่ให้จัดเป็นวันที่แยกออกไปต่างหาก อันที่จริงวิ่งแค่ 5 วัน 1 วันเป็นต่างแบบ และอีก 1 วันเป็นพักสนิท ก็ถือว่าเข้มข้นพอแล้ว



โดยคุณ วิจิตร์ Mail to วิจิตร์ (117.47.101.197) [03 ต.ค. 2550 เวลา 16:05] #193871 (23/47) วิจิตร์'s Profile

ขอบคุณครับ อ.กฤตย์ และ อ.เปา มากครับ

แบบนี้ผมควรแทรกว่ายน้ำกับจักรยานไว้วันไหนดีครับ
เพราะอยากจะคง ว่ายน้ำ กับจักรยานไว้ด้วย แต่เน้นวิ่งครับ



โดยคุณ สถาวร จันทร์ผ่องศรี (10.0.0.187) [03 ต.ค. 2550 เวลา 19:24] #193913 (24/47)

คุณวิจิตรครับ

ลองลดความเร็วการวิ่งมาอยู่ที่ 5.00 - 5.10 นาที ต่อ 1 กม.แล้วลองนับจังหวะการก้าวเท้าเทียบกับวันที่วิ่งเร็วจะได้คำตอบครับ



โดยคุณ อ.เปา (58.9.141.170) [04 ต.ค. 2550 เวลา 11:08] #193981 (25/47)

ผมเริ่มอารัมภบทการฝึกวิ่งเร็ว ด้วยการฝึกความอดทน
ก็ได้รับคำตอบอันมีค่าของ อ.กฤตย์ อ.สถาวร
ก็รู้สึกขอบคุณในใจ ไม่ปล่อยให้ผมเล่นอยู่คนเดียว

บอกกล่าวกันก่อนว่า ผมไม่ใช่นักวิ่งเร็วอะไร
แต่ผมสนใจว่า ทำยังไงถึงวิ่งเร็วได้
แล้วศาสตร์แห่งการวิ่งเร็ว..ทำไมมีมากมายหนักหนา
ก็พอจับใจความได้...พวกนักวิ่งถ้วยมีวิธีพิเศษในการฝึก
อย่างน้อยก็แสดงว่า...ใครๆก็มีโอกาสวิ่งเร็วได้
ถ้ามีการฝึกฝนที่ถูกวิธี อย่างนี้นี่เอง
ที่สมาคมกรีฑา ชอบที่จะฝึกนักวิ่งด้วยตนเอง
ไม่เอานักวิ่งถนนไปต่อยอด

การสนทนาเรื่องความเร็ว เริ่มด้วยการพูดถึงความอดทน ก็เพราะ
ความเร็วมันมีภาระหนัก...ร่างกายต้องรับไว้
หากไร้การฝึกพื้นฐานที่อดทนเอาไว้
ที่ไหนจะไปแข่งวิ่งเร็วได้



โดยคุณ กฤตย์ (222.123.173.208) [04 ต.ค. 2550 เวลา 12:15] #193993 (26/47)

อ่านความเห็นในกระทู้ที่ 4 ของคุณตัวใหญ่ นับว่าเป็นการฝึกที่รอบคอบ และรู้จักลดทอนเพื่อป้องกันการบาดเจ็บก่อนเวลาดีมาก เป็นเพราะได้คนแนะนำส่วนตัวที่ดีนั่นเอง ขอชมทั้งคู่ครับ



โดยคุณ สถาวร จันทร์ผ่องศรี (10.0.0.187) [04 ต.ค. 2550 เวลา 13:13] #194027 (27/47)

สำหรับกรณีของคุณวิจิตร ผมมีแนวคิดส่วนตัวอยู่ 2 ทางคือ
1. ระดับของชีพจรทำงานไม่ถึงระดับที่จะต้องใช้ไขมันเป็นพลังงาน แต่ใช้กลูโคสและไกลโคเจน ทำให้กล้ามเนื้อเกิดความล้า
2. การลดความเร็วในการวิ่งลงจากปกติมากจะทำให้ต้องเพิ่มความถี่ของการก้าวเท้ามากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อรับแรงกดของน้ำหนักตัวมากขึ้น เมื่อจังหวะการวิ่งเปลี่ยนจากปกติมากๆ ก็จะทำให้กล้ามเนื้อต้องปรับตัวในการทำงาน
อาจจะไม่ถูกต้องนักแต่ก็ไม่เอาคะแนนเหมือน อ. เปา ขอบคุณคุณลุงกฤตย์มากครับ



โดยคุณ กฤตย์ (222.123.173.226) [05 ต.ค. 2550 เวลา 00:23] #194116 (28/47)

เออ...ท่าจะจริง เป็นไปได้ Make Sense
ดังนั้นถ้าเป็นอย่างที่ อ.สถาวรว่า ต้องเเก้ไขโดย ปรับระดับให้มีความเเตกต่างน้อยลงเเทนที่จะเปลี่ยนเเปลงจากวิ่งที่ 4 นาทีครึ่ง ลงมาที่ 5 นาทีครึ่ง เเต่ลงมาที่ 5 นาทีก่อน

อีกอย่างอาการที่คุณวิจิตร์เล่า เป็นการอธิบายปรากฏารณ์วิ่งครั้งเเรกใช่ไหม ลองวิ่งไปสักพัก หลายครั้งเข้า ร่างกายจะค่อยๆเคยชินครับ

ลองตามนี้ไปก่อน มุมอื่นยังคิดไม่ออกครับ



โดยคุณ อ.เปา (58.9.151.86) [05 ต.ค. 2550 เวลา 10:55] #194133 (29/47)

ผมเห็นบรรยายกาศบนบอร์ดนี้...ผมก็นึกถึงโครงการที่ อ.กฤตย์คิดทำ
ในงานวิ่งที่นครสวรรค์ คือ ตั้งโต๊ะถาม - ตอบปัญหา
มี อ.กฤตย์ - อ.ชอนตะวัน ให้คำแนะนำ
นักวิ่งได้มีโอกาสสนทนา
บรรยากาศแบบนี้..เหมือนฝันของนักวิ่ง
ไม่เหงา ไม่โดดเดี่ยว..
ต้องขอขอบคุณ อ.กฤตย์ อ.สถาวร ที่ให้โอกาสแก่เพื่อนนักวิ่ง
มีดีในตัว เก็บไว้ ก็ไม่เกิดประโยชน์
ถ่ายทอดออกมาทีละนิดๆ
เหมือนเอาเส้นผมออก...นักวิ่งมองเห็นภูเขา

ขอเรียนว่า ผมจะขึ้นตอน ที่ 2 ต่อไป
รบกวนท่าน อ. ทั้งสอง ช่วยตรวจข้อสอบด้วยครับ



โดยคุณ หมอหมง Mail to หมอหมง (58.9.235.238) [05 ต.ค. 2550 เวลา 11:07] #194135 (30/47) หมอหมง's Profile

อ.เปา อ.กฤตย์ อ.สถาวร คุณวิจิตร์ แลทุกท่านในกระทู้ ขอบพระคุณครับ

กาแฟ ชา ของผมกลมกล่อมด้วยเรื่องราวของท่านครับ // หมอหมง



โดยคุณ เจ (203.156.69.69) [05 ต.ค. 2550 เวลา 15:47] #194166 (31/47)

รบกวนถาม อ.สถาวรค่ะว่า วิ่งในระดับไหนที่ร่างกายจะใช้ไขมันเป็นพลังงานคะ

ขอบคุณค่ะ



โดยคุณ วิจิตร์ Mail to วิจิตร์ (222.123.9.9) [05 ต.ค. 2550 เวลา 16:10] #194167 (32/47) วิจิตร์'s Profile

ขอบคุณ อ.กฤตย์ อ.สถาวร มากครับ
2 คำตอบ ของอาจารย์สถาวร เคลียร์เลยครับ

ขอออกตัวก่อนนะครับว่าคำถามของผมไม่ใช่คำถามลองภูมิอาจารย์ทุกท่านนะครับ

และคำตอบของอาจารย์สถาวรทำให้ผมเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกาย
และคลายข้อสงสัยไปเลย เพราะผมก็เคยอ่านบทความมาบ้าง ทั้งหนังสือของอาจารย์กฤตย์ ผมก็อ่านอยู่ครับ และบทความในเว็ป
แต่ก็ยังไม่สามารถประติดประต่อเชื่อมโยงเพื่อหาคำตอบให้ตัวเองได้
จึงเกิดคำถามนี้ขึ้นมา
เป็นคำตอบ 2 ข้อสั้นๆ ที่ทำให้ผมหูตาสว่าง
ขอบคุณมากครับ



โดยคุณ สถาวร จันทร์ผ่องศรี (10.0.0.187) [08 ต.ค. 2550 เวลา 13:15] #194618 (33/47)

เรียนคุณเจครับ

โดยปกติการวิ่งช้าๆ ค่อยๆเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายโดยต่อเนื่องอย่างน้อย 20 นาทีขึ้นไป ก็เป็นการใช้พลังงานจากไขมันอยู่แล้ว แต่มีเคล็ดสำหรับนักวิ่งที่ฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ และเพื่อแข่งขันจะต้อง เก็บพลังงานจากไกลโคเจนเก็บไว้ใช้นานๆ จึงต้องฝึกให้ร่างกายใช้พลังงานจากไขมันก่อน ขึ้นอยู่กับโปรแกรมการฝึกที่ต้องสร้างขึ้นมาครับ กรณีคุณวิจิตรจะต้องเป็นนักวิ่งที่มีความเร็วในการฝึกซ้อมดี ในระดับที่ร่างกายใช้พลังงานเป็นอยู่แล้ว จึงเกิดปัญหาเมื่อวิ่งผิดจังหวะครับ ขอบคุณครับ



โดยคุณ tongsosad Mail to tongsosad (192.168.0.76) [29 ธ.ค. 2551 เวลา 14:55] #326314 (34/47) tongsosad's Profile tongsosad ICQ - 0007

ดีผม เปตอง

เด็กสงขลาเป็น นักกรีฑาโรงเรียน หาดใหญ่รัฐประชาสรรค์(ข้างสนามบิน)

ทำไมไม่บอกหลักการก้าวเท้า อะไรอย่างนี้บ้างอ่ะครับผมอยาก

แต่ที่ผมรู้จากผู้ รู้ ที่สนามกีฬามา เค้าบอกว่า การวิ่งระยะสั้น อยู่ที่

การก้าวเท้า หรือยกเท้า ให้ไว เท่าที่จะไวได้

โดยอาศัยการฝึกฝนกล้ามเนื้อขา

และความสัมพันธ์ของขาเเละแขน

ยังมีอีกเยอะเดี่ยวค่อยมาบอกนะครับ

ผม อยู่ ม.3

ได้เหรียญทอง ในการแข่งขันกรีฬาสี ร.ร. รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี

แข่งกะเด็ก ม.4 ผม ม.3 ชนะขาด ได้ 3เหรียญ ทอง

รายการ 100M 200M 4*100M




โดยคุณ ทวี นครศรีฯ (117.47.111.98) [29 ก.ค. 2552 เวลา 09:37] #404584 (35/47)

ขอบคุณมากสำหรับคำถามและคำตอบทุกท่านครับ



โดยคุณ น้องใหม่ (112.142.31.135) [09 ต.ค. 2552 เวลา 18:36] #429990 (36/47)

ดีมากคับ ผมจะวิ่งแล้วอีก2-3วัน



โดยคุณ อำลาสนาม (110.49.204.214) [30 พ.ค. 2553 เวลา 23:53] #503401 (37/47)

ดีคับ

ผมเป็นนักกีฬาเก่า

กล้าวเนื้อขา ไม่พอ ต้องสะโพก และแขนด้วยถึงจะวิ่งเร็วได้

(ผมเคยเรียนอยุเบญจม นครศรี เคยได้เเข่ง เขตการศึกษา กีฬาดาววรุ่งมุ่งโอลิมปิก เขตการศึกษา ชิมแชมแห่งประเทศไทย )




โดยคุณ ครูพละแก่ (118.173.174.187) [07 มิ.ย. 2553 เวลา 03:47] #505373 (38/47)

ขอถามอาจารย์พลศึกษาทั่วไปว่การฝึกซ้อมกรีฑาสมัยใหม่เขามีตารางฝึกและวิธีการอย่างไรครับ ผมเป็นครูพละรุ่นเก่าตามไม่ทันจึงขอตารางฝึกซ้อมประจำวันเพื่กเด็กระดับประถมศึกษาถึงแม้จะเก่าแก่แต่รักและชอบกีฬาเป็นชีวิตจิตใจหรือจะส่งโดยตรงที่sukree-2008@hotmail.comครับขอขอบคุณล่วงหน้าอาจาย์พลศึกษารุ่นใหม่น่าช่วยผมไครูพละแก่ๆคนหนึ่งที่ยังรักสีเขียวขาวเหลืองอย่างเหนียวแน่นขอบคุณอีกครั้งหรือให้คิดเสียว่าสงสารครูพละแก่ๆคนหนึ่งที่ยังรักกรีฑาและกีฬาเป็นชีวิจิตใจ



โดยคุณ แมน ม 1/3 (125.27.83.94) [17 ก.ย. 2553 เวลา 18:18] #533950 (39/47)


เอาชนะความขี้เกียด



โดยคุณ นิยม (111.84.57.22) [10 มี.ค. 2554 เวลา 21:55] #586772 (40/47)

อาการเหมือนคุณวิจิตร
ผมก็เคยเป็นเวลาซ้อมวิ่ง LSD ถ้าวิ่งตามจังหวะของตัวเองจะวิ่งได้สบาย แต่เมื่อวิ่งรอคนที่วิ่งช้ากว่าก็หนักขา แทบก้าวขาไม่ออก



โดยคุณ ตี่น้อย (49.48.124.218) [01 ก.ย. 2554 เวลา 19:31] #631270 (41/47)

1 อาทิตย์ วิ่ง 6 วัน เช้า - เย็น วันละ 20 กิโล หนักเกินไปหรือเปล่าครับ อยากวิ่งให้เร็วต้องฝึกอย่างไรครับ



โดยคุณ ดาราวรรณ (180.183.9.198) [22 พ.ย. 2554 เวลา 11:43] #647340 (42/47)

ทุกวันนี้ดิฉันก็กำลังซ้อมวิ่งอยู่นะคะพร้อมกับเล่นกีฬาชนิดอื่นๆไปด้วยก็อยากจะขอขอบคุณอาจารย์ที่โรงเรียนเก่าช่วงที่ดิฉันเรียนอยู่ ม.1ที่บังคับให้ดิฉันมาวิ่งทุกวันช่วงนั้นดิฉันเหนื่อยมากและไม่ค่อยมีเวลาว่างดิแันจึงตัดสินใจที่จะเลิกวิ่งและเมื่อดิฉันได้้ย้ายโรงเรียนก็รู้สึกคิดถึงอาจารย์มากๆและเพื่อนๆที่เคยวิ่งด้วยกันทกคนก้อยากขอโทษที่ลูกศิษย์คนนี้ทำให้อาจารยืผิดหวังและสิ่งที่ไม่เคยบอกอาจารย์เลย
ขอบคุณที่อาจารย์สอนนะคะ



โดยคุณ คุณสุธรรม (110.49.232.23) [17 ธ.ค. 2554 เวลา 17:18] #652086 (43/47)

เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงแล้วต้องการวิ่งให้เร็วต้องทำอย่างไร



โดยคุณ อภิชัย แก่นงาม (223.206.187.177) [26 ม.ค. 2555 เวลา 20:38] #660772 (44/47)

ขอบคุณครับ ผมวิ่งไม่ค่อยเร็วและนานเท่าไหร่ เลยเข้ามาดูเว็บขอบคุณครับ ผมวิ่งไม่นี้       ขอบคุณครับ ผมวิ่งไม่ค่อยเร็วและนานเท่าไหร่ เลยเข้ามาดูเว็บนี้
555555555555555



โดยคุณ กล้วยขวด (192.168.2.107) [08 ก.พ. 2555 เวลา 13:24] #664936 (45/47)

่ชอบกรีฑามากค่ะอยากจะออกกำลังกายทุกวันนะคะแต่ต้องได้มาเรียนที่ อ.เมือง สารคาม กลับบ้านอาทิตย์ละ 1ครั้งก็ได้ออกกำลังกายไม่เต็มที่ ปิดเทอมอาจารย์ก็คงจะไม่ได้กลับบ้าน ความฝันที่จะเรียนพิเศษวิชาภาษาคงเป็นไปไม่ได้



โดยคุณ mai (115.67.229.96) [05 เม.ย. 2556 เวลา 20:52] #45730929 (46/47)

การที่จะต้องวิ่งเร็ว 1. อดทน 2. ขยัน 3. มีวินัย



โดยคุณ mai (115.67.229.96) [05 เม.ย. 2556 เวลา 20:58] #45730930 (47/47)

ชนะความเบื่อ/ทรมาร/เหนื่อย/ลำคารคน



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ
ความคิดเห็น
โดย   ต้องเป็นภาษาไทยเท่านั้น                                                             Password (สำหรับสมาชิก)  
แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


เลือกรูป ขนาดห้ามเกิน 100 kb
: : เพื่อเป็นการป้องกันการสแปมจากลิ้งเวบไซท์ที่ไม่เหมาะ รบกวนผู้ตอบกระทู้ที่ไม่ได้ล็อกอิน กรุณากรอกตัวเลขที่มองเห็นจากภาพด้านล่างก่อนกดปุ่มส่งคำตอบ หากกรอกตัวเลขไม่ตรงกับภาพที่มองเห็นระบบจะให้กลับมากรอกใหม่ : :



Reload Image

กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ เพื่อสังคมเว็บบอร์ด


[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]