บุญยางหนุ่มเจ้าของกิจการเดินเรือไปรับสาวไซด์ไลน์คนหนึ่งมานอนด้วย เขาตกลงจ่ายค่าตัวแก่หญิงสาวเป็น
เงิน 10,000 บาท แต่หลังจากเสร็จภาระกิจแล้ว เขาจ่ายเงินให้เธอเพียง 5,000 บาท เท่านั้น ไม่ว่าเธอจะทวง
ถามอย่างไรเขาก็ไม่ยอมจ่ายส่วนที่เหลือแต่อย่างใด
หญิงสาว : ถ้าคุณไม่จ่าย ฉันจะฟ้องศาล
บุญยาง : คุณไม่กล้าฟ้องหรอก เรื่องอย่างนี้ไม่เคยมีการฟ้องศาล
สองสัปดาห์ต่อมา บุญยางได้รับหมายศาลให้ไปแสดงตนในฐานะจำเลย โจทก์ได้ให้ทนายขึ้นแจงต่อศาล
ทนายโจทก์ : ข้าแต่ศาลที่เคารพ โจทก์เป็นเจ้าของนาผืนน้อยผืนหนึ่ง จำเลยได้มาขอเช่าเพื่อใช้ประโยชน์โดย
สัญญาจะจ่ายค่าตอบแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 10,000 บาท แต่พอจำเลยได้ใช้ที่นาจนสมประโยชน์แล้วจำเลย
ได้ถอนตัวจากที่นาของโจทก์ด้วยการจ่ายค่าตอบแทนเพียง 5,000 บาท เท่านั้น จึงขอให้ศาลสั่งจำเลยชำระหนี้
ส่วนที่เหลือให้กับโจทก์ด้วย
ทนายจำเลย : ข้าแต่ศาลที่เคารพ จำเลยได้ตกลงเช่าที่นาของโจทก์โดยสัญญาว่าจะจ่ายค่าตอบแทน 10,000
บาท จริง แต่หลังจากที่จำเลยได้เข้าครอบครองที่นาแล้วพบว่า ที่นาผืนนั้นมีหลุมขนาดใหญ่อยู่กลางที่ ทำให้
จำเลยต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะจัดการกับหลุมที่ว่า ดังนั้นจำเลยจึงมีสิทธิ์ลดค่าตอบแทนลงกึ่งหนึ่ง
เพื่อชดเชยกับปัญหาดังกล่าว
ทนายโจทก์ : ข้าแต่ศาลที่เคารพ คำแก้ต่างของทนายจำเลยฟังไม่ขึ้น เนื่องจากการเช่าที่นาของโจทก์ผืนนี้นั้น
จำเลยรู้อยู่แก่ใจแล้วว่ามีหลุมอยู่กลางที่ และเจตนาของจำเลยก็จะใช้ประโยชน์จากหลุมนี้เป็นสำคัญ จำเลยจึง
ไม่มีสิทธิ์กล่าวอ้างเพื่อบิดพลิ้วการจ่ายค่าตอบแทนแก่โจทก์
ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยต้องจ่ายค่าตอบแทนส่วนที่เหลือพร้อมเบี้ยปรับและค่าทนายของโจทก์ด้วบ
|
|