นายเรือฯบุญเทิดพาทหารนาวิกโยธินไปออกกำลังยามเช้าที่หน้าหาดดังเช่นทุกวัน แต่เช้าวันนี้
เขาสังเกตเห็นมีทหารพรานคนหนึ่งยืนลับๆล่อๆอยู่บนเขาที่อยู่ใกล้ๆกันนั้น ด้วยความสงสัยเขา
จึงส่งนาวิกโยธินคนหนึ่งขึ้นไปดู ขณะที่นาวิกโยธินเดินเข้าไปใกล้ทหารพรานก็วิ่งหนีเข้าป่าไป
นาวิกโยธินวิ่งตามเข้าไปในป่าอย่างไม่ลดละ เสียงร้องแหลมดังก้องไปทั่วบริเวณ สักครู่ใหญ่ๆ
ต่อมา บุญเทิดเห็นทหารพรานออกมาจากป่าเพียงคนเดียว เขากลับมาทำลับๆล่อๆอยู่ที่เดิมอีก
นายเรือฯบุญเทิดจึงส่งนาวิกโยธินหมู่หนึ่งขึ้นไปดู ทันทีที่นาวิกโยธินหมู่นั้นเข้าไปใกล้เขา เขา
ก็วิ่งเข้าป่าไปอีก นาวิกโยธินได้รับคำสั่งให้ตามตัวทหารพรานให้เจอจึงต้องวิ่งเข้าป่าตามไปด้วย
เสียงร้อง เสียงตะโกนดังทั่วบริเวณ สักพักใหญ่ทหารพรานคนเดิมก็ออกมายืนที่ตำแหน่งเดิม
อีกครั้งหนึ่งโดยไม่ปรากฏว่ามีนาวิกโยธินตามออกมาแม้แต่คนเดียว
บุญเทิด : พวกคุณเอานาวิกโยธินไปหมวดหนึ่ง ไล่จับอ้ายหมอทหารพรานคนนั้นมาให้ได้
นาวิกโยธินทั้งหมวดวิ่งขึ้นไปบนเขา ทหารพรานเห็นเข้าก็วิ่งเข้าป่าไปอีกเช่นเคย เสียงเอะอะ
ปะปนกับเสียงร้อง เสียงตะโกนรวมทั้งมีเสียงปืนดังปังขึ้นหลายนัด เมื่อเสียงสงบลงบุญเทิดเห็น
ทหารพรานออกมายืนที่เดิมอีก แต่คราวนี้เขาเห็นนาวิกโยธินคนแรกหน้าตาฟกช้ำดำเขียวเดิน
กระย่องกระแย่งมาที่หน้าหาด
บุญเทิด : คุณอย่ามารายงานผมนะว่า นาวิกโยธินทั้งหมวดสู้ทหารพรานคนเดียวไม่ได้
นาวิกโยธิน : เปล่าครับท่าน มันเป็นกลลวง
บุญเทิด : กลลวงอย่างไง ?
นาวิกโยธิน : มันไม่ได้มีแต่เขาคนเดียวครับ พวกมันมีกัน 2 คน
|
|