บุญเอิ้นเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโคกมน เขารู้สึกหงุดหงิดที่รองเท้าหนังขัดมันคู่งามที่เขาซื้อหา
มาจากบางกอกได้หายไป เขานึกไม่ออกว่าครั้งสุดท้ายเขาไปถอดไว้ที่ตรงไหน อย่างไรก็ตาม
วันนี้เป็นวันทำบุญของวัดจะมีคนมากันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนในหมู่บ้านหรือคนมาจากต่าง
ถิ่น เขาคิดว่าเมื่อผู้คนเข้าไปในศาลาการเปรียญกันหมดแล้ว เขาจะฉวยโอกาสที่กำลังมีพิธีสวด
และเทศน์อยู่นั้น ออกมาเดินดูรองเท้าหนังที่คนถอดไว้ข้างนอก เขาจะเลือกดูคู่ที่สวยที่สุดและ
เหมาะกับเท้าของเขาเพื่อเอาไปทดแทนรองเท้าคู่ที่หายไป
แต่พอพิธีเริ่มจริงๆด้วยการอาราธนาศีล เขายังคงอยู่ในศาลาต่อไปจนกระทั่งพิธีได้เสร็จสิ้นลง
ผู้คนทะยอยลงไปจากศาลาการเปรียญไปจนหมดสิ้น เขาจึงเข้าไปนั่งนมัสการหลวงพ่อ
บุญเอิ้น : นมัสการหลวงพ่อ ผมมีเรื่องมาสารภาพ วันนี้ผมตั้งใจจะมาหยิบรองเท้าหนังสักคู่
เพื่อแทนรองเท้าหนังของผมที่หายไป พอผมได้ยินหลวงพ่อให้ศีลห้า ผมเลยเปลี่ยนใจไม่เอา
รองเท้าของคนอื่นตามที่ได้ตั้งใจมา
หลวงพ่อ : เจริญพรโยม สงสัยว่าโยมได้รับ ศีลข้อสอง อทินนาทานา..ใช่ไหมโยม ? โยมเลย
เปลี่ยนใจไม่ลักทรัพย์ของเขา
บุญเอิ้น : เปล่าครับหลวงพ่อ เมื่อผมได้รับศีลข้อสาม กาเมสุมิจฉาจารา...ต่างหากหลวงพ่อ
หลวงพ่อ : เฮ้ย..ข้อสามมันเกี่ยวอะไรกับการไม่ลักทรัพย์ หือ ?
บุญเอิ้น : อ๋อ พอผมได้ศีลข้อสาม ทำให้ผมนึกออกแล้วว่าผมไปลืมรองเท้าของผมไว้ที่ไหน
เดี๋ยวผมกำลังจะกลับไปเอาเดี๋ยวนี้ไงหลวงพ่อ ผมไม่ต้องไปลักของใครแล้ว
|
|