|
โดยคุณ เบญ
(58.8.25.230)
[28 ก.ค. 2552 เวลา 22:53] #404489 (3/6)
|
|
ความเห็น
หลายคนเข้าใจว่า การเป็นนักวิ่งคือฝึกด้วยการวิ่งอย่างเดียว แต่ไม่ใช่ครับ
โดยเฉพาะการวิ่งเร็วๆ เช่น ในการวิ่งเร็วนอกจากการสับขาที่เร็วขึ้นแล้ว จังหวะที่เท้าสัมผัสพื้นอาจจะค่อนมาทางปลายเท้ามากขึ้น หรือบางคนใช้ปลายเท้าอย่างเดียว ซึ่งกล้ามเนื้อ (ที่ใช้ในการวิ่ง เช่น น่อง กล้ามเนื้อขารอบๆ ข้อเท้า ต้นขาด้านหน้าและด้านหลังเลยไปจนถึงสะโพกหรือก้น หรือแม้แต่กล้ามท้องช่วงล่าง) จะถูกใช้งานมากขึ้นและหนักหนามากขึ้น
หลายท่านที่เคยแต่วิ่งๆ อย่างเดียว เห็นเขาฝึกลงคอร์มความเร็วก็เอากับเขาด้วย ซึ่งจะได้ผลที่ระบบหายใจหรือระบบการหมุนเวียนเลือด แต่พื้นฐานความแข็งแรงของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป บางคนฝึกไปมีอาการตึงๆ ก็อาจจะคิดว่าไม่เป็นไร เพราะเห็นคนอื่นๆ เขาฝึกกัน ก็ยังคงฝึกหนักต่อเนื่องไป จนในที่สุดก็มีอาการบาดเจ็บตามมา เช่น บริเวณน่อง ส้นเท้า สันหน้าแข้ง หรือแม้แต่กล้ามเนื้อบริเวณสะโพกหรือก้น
การฝึกเพื่อเป็นนักวิ่งจึงไม่สามารถละเลยการฝึกสร้างความแข็งของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อชุดที่ใช้ในการวิ่ง ซึ่งอาจฝึกด้วยท่ากายบริหารต่างๆ ที่เคยๆ ฝึกกันมาตั้งแต่เด็ก หรือ drills สำหรับนักวิ่ง หรือฝึกท่ากายบริหารต่างๆ เป็นชุดๆ แบบต่อเนื่องที่เรียกว่า circuit หรือบางคนอาจเสริมเวทอีก เป็นต้น การฝึก drills จะมีส่วนช่วยให้ท่าทางการวิ่งของเราดีขึ้นด้วย
อีกอย่างที่นักวิ่งขาดไม่เช่นกันก็คือความยืดหยุ่น ผมเคยสังเกตนักวิ่งบางคนไม่แกว่งขณะวิ่ง ดูไปดูมาปรากฏว่าที่แกว่งไม่ได้เพราะขาดความยืดหยุ่นบริเวณแขน เป็นต้น
การฝึก drills โดยทั้วไปจะเน้นฝึกมากๆ ในช่วงแรก (phase I) เพื่อสร้างความแข็งแรง และสร้างฐาน (fundamental or basic) ก่อนที่จะไปฝึกในช่วงถัดไปที่อาจจะเน้นความเร็วมากขึ้น จะฝึกมากหรือบ่อยแค่ไหน ก็คงต้องวิเคราะห็เป็นคนๆ ไป ดูว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร ต้องเสริมจุดอ่อนอย่างไร ถ้า basic อ่อนมากช่วงแรกสำหรับการฝึกพื้นฐานนี้อาจต้องกินระยะเวลานานกว่าคนอื่นก็ได้ จุดอ่อนบางคนอาจอยู่ที่จุดอื่น หรือบางคนอ่อนในหลายๆ จุดก็ได้
อาจดูตัวอย่างการฝึก drills ต่างๆ ได้จาก www.youtube.com ลอง search หาคำว่า running drills ดูก็ได้
ในการจัดตารางฝึก ถ้าช่วงแรกที่ต้องเสริมฐานมากๆ ก็อาจฝึกสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งหรือวันเว้นวันก็ได้ ใครยังไม่แข็งแรง ช่วงแรกอาจฝึกจากน้อยๆ ก่อน เช่น ท่าละ 1 ครั้ง พออยู่ตัวในการฝึกครั้งถัดๆ ไป ก็อาจจะเพิ่มจำนวนครั้งหรือชุดไปอีก 1 ซึ่งอาจเพิ่มไปจนถึงฝึกท่าละ 5 ครั้ง (ชุด) หรือมากกว่าก็ได้
พอฐานแน่นแล้ว ใน phase ถัดไปที่จะต้องเน้นการฝึกในระบบอื่น ก็อาจจะลดการฝึก drills ลงไป
|
|