ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |








ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

WINDING (อาการจุก)

WINDING (อาการจุก) สามารถอธิบายได้ดังนี้

อาหารที่เรากินเข้าไปนั้นจะต้องรอเวลาในการย่อย และส่งผ่านจากกระเพาะอาหาร

อาจจะตั้งแต่เพียงไม่ถึง 1 ชม. ไปจน 6 ชม. ตามแต่ละประเภทของอาหาร และปริมาณที่เรากินเข้าไป



เมื่ออาหารตกถึงกระเพาะอาหารจะเกิดอะไรขึ้น

1. กระเพาะอาหารและลำไส้จะเพิ่มวงรอบการทำงาน เพิ่มจังหวะในการบีบรัด และคลายตัว

เพื่อให้อาหารคลุกเคล้ากับน้ำย่อย แหลกเหลว และเคลื่อนย้าย

2. มีการเพิ่มปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร

3. มีการเพิ่มอัตราชีพจรและความดันโลหิตเล็กน้อย เพื่อไปเพิ่มชดเชยในกรณีข้อ2.



หากว่าระบบทางเดินอาหารยังทำงานอยู่อย่างนั้น แต่เราไม่ยอมรับรู้ แล้วยังไปออกกำลังกายหนักๆ

จะเกิดอะไรขึ้น

1. ร่างกายจะเพิ่มปริมาณเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากขึ้น

2. ร่างกายจะลดปริมาณเลือดในส่วนที่ไม่จำเป็นลง เช่น เลือดที่ไปเลี้ยงทางเดินอาหาร

3. ร่างกายจะลดอัตราการทำงานของระบบทางเดินอาหาร และยังสั่งให้หูรูดของกระเพาะอาหาร

ทวารหนัก ทวารเบา มีการเขม็งเกร็งตัว เพื่อเก็บกักของที่อยู่ในนั้นไม่ให้เคลื่อนย้ายไปไหน

( ไม่งั้น วิ่งไป ถ่ายไป คงจะวุ่นพิลึกนิ ไม่ใช่นกนี่หน่า บินไปถ่ายไปได้ )


ผลของการลดปริมาณเลือด และลดอัตราการทำงานตามข้อ 2 และ 3 จะส่งผลให้มีอาหารปริมาณที่มากพอ

คั่งค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้ในส่วนต้นๆ กระเพาะอาหารและลำไส้ส่วนนั้นๆ

จะมีอาการโป่งพอง ผนังถูกยืดขยาย


คราวนี้ความรู้สึกเจ็บปวด หรือ pain sensation ของอวัยวะทางเดินอาหารนั้น

ไม่เหมือนกับความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดกับผิวหนัง หรือร่างกายภายนอก เพราะความรู้สึกรับรู้ของเรานั้น

จะมาในรูปแบบของความรู้สึกแน่นๆ ตื้อๆ และจุกๆ เหมือนกับเราปวดท้องนั่นแหละ

นอกไปจากนี้แล้ว ระบบประสาทอัตโนมัติที่มาเลี้ยงทางเดินอาหารนี้ ( parasympathetics )

จะเป็นประสาทอัตโนมัติที่ทำงานสวนทางกันกับระบบประสาทอัตโนมัติอีกระบบหนึ่งที่ทำหน้าที่หลัก

ในการออกกำลังกาย ( sympathetics )


เมื่อทางเดินอาหารรู้สึกเจ็บปวด ระบบประสาทอัตโนมัติparasympathetics ก็จะทำงานโดดเด่นขึ้นมา

ส่งผลไปต้านการทำงานของหัวใจ ทำให้หัวใจมีการบีบตัวลดลง ลดอัตราชีพจรให้ช้าลง

ความดันเลือดก็จะลดลง ปัญหาที่ตามมาก็คือว่า หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อต่างๆยังขยายตัวอยู่

( จากผลของการออกกำลังกาย ) เลือดส่วนใหญ่ของร่างกายยังไปกองกันอยู่ในกล้ามเนื้อ

เมื่อจู่ๆหัวใจเกิดทำงานลดลง ร่วมกับเลือดส่วนใหญ่ก็ยังไม่กลับเข้าสู่หัวใจ

( โดยปกติแล้ว เมื่อหัวใจทำงานลดลง หลอดเลือดในส่วนต่างๆของร่างกาย เช่นกล้ามเนื้อ ผิวหนัง

จะพากันหดตัว เพื่อคืนเลือดกลับเข้าสู่ระบบ ทำให้ปริมาณเลือดกลับคืนหัวใจเพิ่มขึ้น

เป็นการชดเชยการทำงาน ) ปริมาณเลือดที่หัวใจส่งออกก็จะน้อยลงตามไปด้วย

ทำให้อาจจะมีอาการหน้ามืดเป็นลม เพราะปริมาณเลือดที่ต้องไปเลี้ยงสมองมีปริมาณลดน้อยลง






อิงค์'s Profile โดยคุณ อิงค์ Mail to อิงค์ (58.8.252.229) [03 ส.ค. 2552 เวลา 11:32]




โดยคุณ ratpreaw Mail to ratpreaw (58.181.157.122) [05 ส.ค. 2552 เวลา 11:27] #407157 (1/2) ratpreaw's Profile

โห เคลียร์เลยครับ เคยกินกลางวันเยอะ ๆ ไปวิ่งตอนเย็น จุกมาก ๆ เพราะมันย่อยไม่หมดนี่เอง



โดยคุณ dumrongye Mail to dumrongye (172.16.42.64, 1) [05 ส.ค. 2552 เวลา 12:51] #407181 (2/2) dumrongye's Profile

ถามคุณหมออิงค์ครับ
ตอนที่ไปวิ่ง Jog and Joy ก่อนวิ่ง มีซุ้มน้ำ ผมได้ดื่ม แลดตาซอย ถั่วเหลืองไป 1 แก้วและนมอีก 1 แก้ว แต่แก้วไม่ใหญ่นะครับ พอขณะวิ่งมันรู้สึกผะอืด..ผะอม อย่างไรไม่รู้มันเหมือนจะอวกออกมา สาเหตุเกิดจากทานของ 2 สิ่งนี้ใช่หรือไม่ครับ?



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ
ความคิดเห็น
โดย   ต้องเป็นภาษาไทยเท่านั้น                                                             Password (สำหรับสมาชิก)  
แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


เลือกรูป ขนาดห้ามเกิน 100 kb
: : เพื่อเป็นการป้องกันการสแปมจากลิ้งเวบไซท์ที่ไม่เหมาะ รบกวนผู้ตอบกระทู้ที่ไม่ได้ล็อกอิน กรุณากรอกตัวเลขที่มองเห็นจากภาพด้านล่างก่อนกดปุ่มส่งคำตอบ หากกรอกตัวเลขไม่ตรงกับภาพที่มองเห็นระบบจะให้กลับมากรอกใหม่ : :



Reload Image

กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ เพื่อสังคมเว็บบอร์ด


[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]