ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

โรคเก๊า มีนักวิ่งท่านใดเป็นบ้างครับ?

ตั้งคำถามหาเพื่อนที่เป็นเก๊า ผมเป็นมาได้เจ็ดแปดปีแล้ว หลังจากที่ทานยารักษาอยู่ระยะหนึ่ง อาการดังกล่าวก็หายไป และไม่ได้ทานยาต่อ หยุดทานยามาได้สองปี เมื่อสองเดือนที่แล้วหันกลับมาวิ่งอีก หลังจากที่หยุติการวิ่งมาหลายปี ปรากฏว่าเมื่อวิ่งผ่านไปได้ห้าหกครั้ง อาการของโรคเก๊าก็กลับมาอีกโดยไม่ได้คิดมาก่อน เมื่อซ้อมวิ่งครั้งที่ 7 ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร หลังจากกลับมาถึงที่พัก เกิดอาการเคล็ดขัดยอกและตึงบริเวณข้อเท้าข้างซ้าย พอตกดึกการอาการบวมของข้อเท้า จนไม่สามารถจะกระดิกเท้าและเดินได้ ต้องใช้ไม้ค้ำยัน แบบคนขาหัก ไปหาหมอที่รงพยาบาล หมอให้ยามาทานแก้ไขข้ออักเสบและโรคเก้าที่บวมฉับพลัน สองวันหาย
เว้นไปได้สามวัน ออกไปซ้อมวิ่งอีกสิบกิโล กลับมาบ้านพอตกกลางคืน มันทำท่าจะมาเยี่ยมเยียนอีก เลยกินยาที่หมอให้มาสกัดอาการอักเสบ ได้ผลมันหลบหายไป อีกอาทิตย์ต่อมา มีโอกาสได้มาซ้อมวิ่งที่สวนลุม ครั้งแรกวิ่งได้ สามรอบ ชักเมื่อยกร้ามเนื้อขา อีกสองวันต่อมา วิ่งได้สี่รอบ แต่คราวนี้มีการปวดกร้ามเนื้อต้นขาและน่อง ส่วนอการบวมที่ข้อเท้าไม่มี แต่กร้ามเนื้อแถวหัวเข่าทำท่าไม่ดี บวมๆ ก็เลยกินยาสกัดอาการอักเสบ ได้ผลไม่เป็นต่ออีกการซ้อมวิ่งแต่ละครั้งทำให้ไม่มั่นใจเลย กลัวว่าโรคเก๊าจะมาเยี่ยมเยียนโดยไม่ได้เชิญ
ไม่ทราบว่านักวิ่งท่านใดเป็นอย่างผมบ้างไหม มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ อ้อลืมบอกไปว่าหมอวัดค่ากรดยูริคของผม ได้ 9.6 ปกติทั่วไป ไม่เกิน 6 เลยรับแซ็ปไปตามระเบียบ….3A

โดยคุณ เฉลิมชัย (203.155.9.34) [17 ส.ค. 2552 เวลา 13:18]




โดยคุณ ภูมิชีวิต Mail to ภูมิชีวิต (125.25.93.122) [17 ส.ค. 2552 เวลา 14:11] #412056 (1/12) ภูมิชีวิต's Profile

..เอ่อ..ผมไม่ใช่แพทย์นะครับ..ขอแค่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเท่านั้นนะครับ...ตามความเห็นของผมการกินยาตามแพทย์สั่งนั้นเป็นเพียงการแก้ไขที่ปลายเหตุเท่านั้นเองครับ คือปวดก็กินยา อักเสบก็กินยา ผมคิดว่าต้นเหตุอยู่ที่วิถีชีวิตประจำวันที่เราเป็นอยู่ อาจจะเป็นการดำรงชีวิตที่เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้โรคนี้กำเริบได้ครับ การที่โรคบรรเทาไประยะหนึ่งไม่ได้หมายความว่าโรคนั้นจะหายไปจากคุณนะครับเพียงแต่มันยังไม่ถึงเวลาแผลงฤทธิ์เท่านั้นเอง เราก็เลยเข้าใจว่ามันหายดีแล้ว ผมว่าลองทบทวนวิถีชีวิตประจำวันของคุณดูสิครับคุณอาจจะมองข้ามอะไรไปก็ได้..การออกกำลังอย่างเดียวไม่สามารถจะป้องกันและรักษาโรคที่เป็นอยู่ได้นะครับ.. ด้วยความปรารถนาดีครับ..



โดยคุณ pixaxxx Mail to pixaxxx (61.91.224.205) [17 ส.ค. 2552 เวลา 17:48] #412084 (2/12) pixaxxx's Profile

เป็นด้วยคนครับ ยูริคไต่ระดับแบบแฮททริค 7.9 เป็น 8.9 และ 9.9 เมื่อปีที่แล้ว
ถึงปลายปีที่แล้วอาการกำเริบทุก 6 เดือน บวมแดงที่หลังเท้าเป็นที่ประจำ
เป็นทีไรก็กินยาแก้เก๊าท์อักเสบ รอบหลังสุดกินยาลดยูริคแค่ 1 โด๊ส
แล้วก็หนีหน้าหมอ เพราะหน้าตาไม่ถูกใจ อ๊ะ ไม่ใช่

จากที่เคยเป็นก่อนที่จะเริ่มวิ่งเมื่อต้นปี ควบคุมโดยการลดอาหารกระตุ้นเก๊าท์
ก็พบว่าอาการกำเริบจะห่างลง แต่ยูริคก็ไม่ลด พอเริ่มวิ่งมาได้ 7-8 เดือน
อาการยังไม่มีกำเริบ โดยยังเลือกอาหารอยู่เช่นเคย โดยพยายามงด
พวกสัตว์ปีก เป็ดย่างของชอบก็เลยอดด้วย เครื่องใน พวกนี้โบกมือลาเลย
ตอนนี้ยังไม่ได้เช็คยูริคว่าจะรอเช็ครอบเดียวปลายปีเลย ก็หวังว่าจะดีขึ้นน่ะครับ

เคยอ่านเจอที่ไหนจำไม่ได้แล้วแบบที่ทำให้มีกรดแลคติกหลั่งออกมามากๆ
จะทำให้เกิดการสะสมของเกลือในข้อซึ่งเป็นสาเหตุทำให้อาการเก๊าท์กำเริบ

ขอให้คุณเฉลิมชัยหาทางออกสำหรับการรักษาเก๊าท์ได้นะครับ



โดยคุณ ภูมิชีวิต Mail to ภูมิชีวิต (125.25.93.122) [17 ส.ค. 2552 เวลา 20:14] #412099 (3/12) ภูมิชีวิต's Profile

ปัจจัยที่ทำให้โรคเก๊าท์กำเริบ ไม่ได้อยู่ที่สัตว์ปีกหรือเครื่องในสัตว์เท่านั้นนะครับ มีอีกหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้โรคนี้กำเริบได้ตลอดเวลา เช่นพืชผักบางชนิด โดยเฉพาะพืชผักที่โตกลางคืน (มีอยู่หลายชนิดครับ) ผักที่มีกลิ่นฉุน และ สารพิษต่าง ๆ ที่ร่างกายได้รับ และร่างกายสร้างขึ้นเอง ไม่ว่าจะเกิดจากความเครียดของเราเองก็มีส่วนทำให้โรคนี้กำเริบได้ไม่รู้จักหยุดหย่อน..หยุดสักนิดคิดสักหน่อยทางแก้ด้วยตัวเราเองมีอยู่แล้วครับง่ายนิดเดียว และก็อาจจะไม่ต้องใช้ยาเลยในโอกาสข้างหน้าก็เป็นได้นะครับ ขอเพียงใส่ใจจริง ๆ ในวิถีชีวิตประจำวันสักนิดก็พอครับ...ส่วนผลเลือดที่ทำไมยังสูงอยู่นั้น มันต้องใช้เวลานานครับ ถามว่านานแค่ไหน ตอบไม่ได้ครับขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตประจำวันครับ แต่รู้ว่านานครับกว่าผลเลือดจะลดลงครับ...



โดยคุณ เฉลิมชัย (203.155.9.34) [18 ส.ค. 2552 เวลา 15:35] #412254 (4/12)

ขอขอบคุณ คุณpixa.....และคุณ ภูมิชีวิต มากครับ
ผมมีบทความจาก พ.ญ.เล็ก ปริวิสุทธิ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มาให้อ่านกันครับ เรื่องโรคเก๊าท์



โดยคุณ เฉลิมชัย (203.155.9.34) [19 ส.ค. 2552 เวลา 15:30] #412452 (5/12)

ลองส่งใหม่ครับ



โดยคุณ เสี่ยดำ-ตำหนักน้ำ Mail to เสี่ยดำ-ตำหนักน้ำ (125.27.61.12) [19 ส.ค. 2552 เวลา 16:43] #412470 (6/12) เสี่ยดำ-ตำหนักน้ำ's Profile

แม่ยายผมก็เป็นครับ

คุณหมอก็ให้ยามาทาน พร้อมกำชับว่า

ยาแก้ได้บางส่วน อาหารเป็นปัจจัยหลักครับ

ลองหาข้อมูลดูครับว่าอะไรทานได้ทานไม่ได้

เห็นบอกผักบางชนิดก็ไม่ถูกกับโรคเก๊า




โดยคุณ เฉลิมชัย (203.155.9.34) [20 ส.ค. 2552 เวลา 07:55] #412532 (7/12)

ขอบคุณครับเสี่ยดำ
ความจริงแล้ว หลายๆคนเข้าใจผิดสำหรับโรคเก๊าท์ ทานอาหารพวกเนื้อสัตว์ หรืออาหารพักบางชนิด ไม่ได้ เมื่อได้อ่านบทความของ พ.ญ.เล็ก ปริวิสุทธฺ คณะแพทยศาตรศิริราชพยาบาล ปรากฏว่า ท่านบอกว่าทานได้เหมือนกับคนทั่วไป แถมยังให้ความกระจ่างว่า คนที่เป็นโรคเก๊าท์ มัวแต่ไม่ทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ที่ร่างกายควรจะได้รับ
เพียงแต่ว่าอาหารที่ทานไปนั้นเช่นพวกสัตว์ปีก พักบางชนิด เมื่อทานแล้ว มันช่วยเร่งทำให้เกิดอาการบวมของข้อเท้าและที่อื่นๆ เร็วขึ้น
แต่ แต่ถ้าหากคนไข้นั้น ทานยาลดการเกิดของสารตกผลึก ที่เรียกว่ายูเรท ที่ไปฝังตามผนังเซลตามอวัยวะต่างๆของร่างกาย ให้หายไปได้และควบคุมไม่ให้เกิดยูเรทขึ้นอีก ก็สามารถทานอาหารได้เช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป
การที่คนเราเกิดภาวะของกรดยูริค ที่ร่างกาย โดยเฉพาะไต ไม่สามารถขับถ่ายกรดยูริค ที่เกิดจากอาหารที่ทานเข้าไป แล้วไตไม่สามารถขับออกมาได้ ก็จำเป็นต้องพึ่งยาที่ทำหน้าที่ขับสารยูริคนี้แทน เพียงแต่ให้อยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ที่รักษา ท่านก็จะสามารถทานอาหารได้เหมือนกับคนที่ปกติทั่วๆไปได้
เรื่องนี้ผมได้ประสบมากับตัวเอง หลังจากที่ทานยาที่แพทย์สั่ง เป็นเวลาสองปี ผมมีกรดยูริคในเลือด ไม่ถึงสอง หลังจากนั้นผมก็ทานทุกอย่างที่ตัวเองอยากทาน ไม่ว่าเป็ไก่อะไรที่ชอบ ทานได้ปกติ มาเป็นเวลาสองสามปี ผมก็เลยยุติทานยาไป จนเวลาล่วงเลยมาสองปี กรดยูริคที่เริ่มสะสม มีมากพอที่จะก่อให้เกิดอาการบวมที่ข้อเท้า ไปพบแพทย์ วัดกรดยูริคได้ 9.6 ตอนนี้ก็กลับมาทานยาเหมือนเดิม

เอาไว้ผมจะโพสบทความของคุณหมอแพทย์หญิงเล็ก มาให้อ่านกันครับ จะได้สบายใจสำหรับท่านที่เป็นโรคเก๊าท์ รับรองว่าอ่านแล้วได้ความรู้มากๆ และลืมไปกับที่มีความเชื่อว่าทานอาหารพวกแสลงไม่ได้
และความเข้าใจผิดที่สะสมมานาน เดี๋ยวผมจะพยายามหาทางโพสบทความนั้นมาให้นะครับ



โดยคุณ เสี่ยดำ-ตำหนักน้ำ Mail to เสี่ยดำ-ตำหนักน้ำ (125.27.6.20) [20 ส.ค. 2552 เวลา 09:56] #412558 (8/12) เสี่ยดำ-ตำหนักน้ำ's Profile

ขอบคุณครับคุณเฉลิมชัย


แต่ถ้าโรคเก๊ารักตะเอง เนี่ย รักษายังงัยครับ (ล้อเล่นนะครับ)



โดยคุณ เฉลิมชัย (203.155.9.34) [20 ส.ค. 2552 เวลา 10:09] #412561 (9/12)

ขอบคุณอีกครั้งครับเสี่ยดำ
ถ้าโรคเก๊าท์รักเราก็ถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง ก็ชวนมันเป็นเพื่อนซะเลย เอาไว้เป็นภูมิคุ้มกัน ระหว่างเก๊าท์ใหม่ที่จะเข้ามา หนุกดีครับ



โดยคุณ ภูมิชีวิต Mail to ภูมิชีวิต (125.25.94.123) [20 ส.ค. 2552 เวลา 10:25] #412569 (10/12) ภูมิชีวิต's Profile

ขอแสดงความคิดเห็นอีกนิดนะครับ...ความจริงแล้วอาหารทุกอย่างทานได้หมดครับ แต่ปัจจัยเสี่ยงก็เกิดจากอาหารนั่นแหละครับกินเข้าไปก็เป็นอีก ปวดอีก อักเสบอีกเหมือนเดิม พอมีอาการก็รับประทานยา เป็นวงจรอยู่อย่างนี้ไม่จบไม่สิ้น เมื่ออายุถึงวัยชราปัญหานี้จะมากขึ้นจนแก้ไขลำบากและต้องพึ่งยาตลอด การทานยาแน่นอนในเมื่อมีประโยชน์ก็อาจจะมีโทษรวมอยู่ด้วย ยาบางตัวเป็นอันตรายต่อร่างกายทานแล้วก็จะเกิดการสะสมเช่นที่ตับ ไต การกินยาไปนาน ๆ อาจจะทำให้เกิดการสะสมจนเป็นพิษกับร่างกาย (แต่ผมไม่ทราบว่ายาตัวนี้มีผลกับตับและไตมากน้อยหรือไม่) อาหารที่เป็นโปรตีนที่มีประโยชน์กับร่างกายและวิตามินต่าง ๆ จากพืชผักที่ไม่มีผลกระทบกับโรคที่เป็นอยู่เราสามารถทานให้ครบห้าหมู่ได้ครับมีมากมายที่ไม่เป็นปฏิปักษ์กับโรคเก๊าท์ เพียงแต่เราใส่ใจการกินสักนิดก็จะพ้นจากการย้อนกลับมาของโรคนี้แล้วครับ...



โดยคุณ เฉลิมชัย (203.155.9.34) [20 ส.ค. 2552 เวลา 10:45] #412575 (11/12)

ขอบคุณมากครับ คุณภูมิชีวิติ
ก็คงจะต้องคำนึงถึงหลักที่คุณภูมิชีวิติกล่าวถึงนั่นแหละครับ ซึ่งเป็นหนทางที่ถูก เลือทานอาหารที่ไม่ก่อให้เกิดยูริค ก็จะปลอดภัย ในเบื้องต้น
สำหรับยาที่ทานก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เช่นยาบางจำพวกที่มีผลต่อไต ทำให้เกิดกรดยูริคในไต ยาพวกนี้เป็นการขับกรดยูริคออกทางไต
และอีกจำพวกอาจจะก่อให้เกิดการอักเสบของตับได้ ทุกอย่างต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย ในการทานยาครับ แต่ทางออกที่ดีก็ควรเลือรับประทานอาหารที่ไม่ก่อให้เกิดกรดยูริค เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่จะหลีกเลี่ยง สำหรับท่านที่เป็นโรคเก๊าท์ ขอบคุณอีกครั้งครับคุณ ภูมิชีวิต



โดยคุณ เจ้านายน้อย (125.26.66.154) [02 ธ.ค. 2554 เวลา 21:13] #649062 (12/12)

ลองทานยาน้ำสมุนไพรจีนฮั้วลักเซียม”สูตรฮ่องเต้”ของคุณหมอณรงค์ พุ่มโพธิงามดูนะคะ
ดีขึ้นแน่นอนคะมีสุดยอดสมุนไพรจีนถึง 67 ชนิดอยู่ในขวดเดียวกันขึ้นทะเบียนเป็นยา
เป็นยาสามัญประจำบ้านทะเบียนเลขที่ G369/53 สรรพคุณ บำรุงดูแลและฟื้นฟูทุกระบบในร่างกาย
บำรุงดูแลและฟื้นฟูที่ต้นเหตุของการเกิดโรค มั่นอกมั่นใจได้คะเพราะปราศจากสารพิษ เช่น สารหนู
สารสเตรียรอยด์ และสารเคมี มีพิษใดใดเจือปน หากตรวจพบให้ปรับ 1 แสนบาททันที
นี่คือหลักประกันค่ะ มีสคบ.คุ้มครอง ได้ อยGMP มาตรฐานสากลถือไปได้ทั่วโลก
ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างได เห็นผลตั้งแต่ดื่มขวดแรก มีปริมาณการดื่มในแต่ละโรค มีสมุนไพร 10 ชนิดที่มีหน้าที่ฟื้นฟูสมองระบบประสาท
และ 10 ชนิด ฟื้นฟู หัวใจระบบไหลเวียนเลือด และ10 ชนิด ฟื้นฟู กระเพาะ ลำไส้ ระบบขับถ่าย 10 ชนิดฟื้นฟู ตับ ตับอ่อน ม้าม
และ10 ชนิดฟื้นฟู ปอดระบบหายใจให้ปกติ และอีก 17 ชนิดฟื้นฟูไตที่มีหน้าที่คัดกรองของเสียและฟอกเลือดหากทุกระบบในร่างกายเป็นปกติเราจะไม่มีโรคใดใด ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่
083-3718373 เจ้านายน้อย



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ
ความคิดเห็น
โดย   ต้องเป็นภาษาไทยเท่านั้น                                                             Password (สำหรับสมาชิก)  
แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


เลือกรูป ขนาดห้ามเกิน 100 kb
: : เพื่อเป็นการป้องกันการสแปมจากลิ้งเวบไซท์ที่ไม่เหมาะ รบกวนผู้ตอบกระทู้ที่ไม่ได้ล็อกอิน กรุณากรอกตัวเลขที่มองเห็นจากภาพด้านล่างก่อนกดปุ่มส่งคำตอบ หากกรอกตัวเลขไม่ตรงกับภาพที่มองเห็นระบบจะให้กลับมากรอกใหม่ : :



Reload Image

กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ เพื่อสังคมเว็บบอร์ด


[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]