ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

ปัจจัยที่นักวิ่งต้องรู้.......ในการซ้อมวิ่ง

ปัจจัยที่นักวิ่งต้องรู้......ในการซ้อมวิ่ง


การวิ่ง........หรือออกกำลังกาย
หรือการปฏิบัติอะไรก็ตาม
ที่ร่างกายต้องเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ

จะส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้าง
และระบบการทำงานของร่างกาย
อาจจะแข็งแรงขึ้นหรืออ่อนแอลง ( บาดเจ็บ )
ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติในกิจกรรมนั้นๆ

แต่ถ้าเราเข้าใจในสิ่งที่มีผลกระทบ
หรือปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

ถ้าเรียกตามหลักวิชาการ

ก็จะเรียกเป็นตัวแปรในการฝึกซ้อม

ซึ่งมีผลโดยตรงกับผลลัพธ์
ที่จะเกิดขึ้นหลังจากการวิ่งในโปรแกรมนั้น

จะทำให้เราวางแผนได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม เป็นขั้นเป็นตอน
และต้องเกิดผลที่สามารถวางเป็นเป้าหมายไว้ล่วงหน้า
อย่างที่เราต้องการ......

ที่สำคัญ.....สามารถหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ
ที่เป็นปัญหาหลักของนักวิ่งได้อย่างแน่นอน

ผลของการฝึกซ้อมจะมีผลในทางดีขึ้นหรือแย่ลง
มีสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงดังนี้

1.ปริมาณการฝึกซ้อม
2.ความหนักในการซ้อม
3.ความเข้มข้นหรือความถี่ในการซ้อม

ทั้ง 3 องค์ประกอบจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
การให้น้ำหนักส่วนใดส่วนหนึ่งมากกว่ากันในการฝึกซ้อม
ก็จะส่งผลให้กับนักวิ่งมีพัฒนาการที่ไม่เหมือนกัน
ขึ้นอยู่กับความต้องการที่จะให้มีการพัฒนาในด้านไหน
ก็จะจัดวาง***ส่วนในข้อใดข้อหนึ่งมากเป็นการเฉพาะ

1.ปริมาณการฝึกซ้อม
จะต้องมีการวางแผนให้เหมาะสม
กับต้นทุนพื้นฐานที่มีอยู่

ผมเขียนไว้เสมอว่านักวิ่งต้องรู้
พื้นฐานที่เป็นจริงของสภาพร่างกายของตัวเอง
ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
บางวันอาจมีอาการเจ็บ ไม่สบาย พักผ่อนไม่พอ
สุขภาพจิตไม่ค่อยดีนัก ทำงานหนักหรืออื่นๆที่รู้เฉพาะตัวเอง

การวางปริมาณการฝึกซ้อม
จึงจะยึดเป็นรูปแบบตายตัวไม่ได้

ต้องยืดหยุ่นและปรับใช้ให้เกิดผลที่ดีที่สุด
โดยเป็นไปตามสภาพความพร้อมของร่างกายในขณะนั้น

การวางแผนการฝึกซ้อมย่อมไม่มีสูตรสำเร็จ
แต่การยืดหยุ่นก็ต้องมีกรอบในการปฏิบัติ

ไม่ใช่การยืดหยุ่นตามแต่ใจตัวเอง

ต้องอยู่ในระบบการฝึกซ้อมที่มีการตั้งเป้าหมาย
เพื่อพัฒนาด้านใดด้านหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจงไว้ชัดเจน

ปริมาณการฝึกซ้อม วัดจากไหน

ก็ดูจากการใช้เวลาในการซ้อมว่า
ซ้อมใช้เวลามากหรือซ้อมใช้เวลาน้อยน้อย
วิ่งระยะทางมากเท่าไหร่
จำนวนในการวิ่งแต่ละครั้ง

บางคนก็ซ้อมเวลาเดียว
บางคนก็ซ้อมสองเวลาคือเช้ากับเย็น

ทั้งสามส่วนรวมกันแล้วเป็นปริมาณการฝึกซ้อม

ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งในการวางแผน
เพื่อที่จะไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

นักวิ่งแต่ละคนจะมีปริมาณการซ้อมที่แตกต่างกัน

ถ้าทุกคนต้องการความเป็นเลิศ
การมีปริมาณการซ้อมที่เท่ากัน
ในสภาพร่างกายที่ต่างกัน
ผลที่ออกมาก็จะไม่เท่ากันแน่นอน

เพราะฉะนั้นการวางปริมาณการฝึกซ้อม

จึงมีความสำคัญตั้งแต่การเริ่มต้น
จนถึงระดับการแข่งขัน

จึงเกิดการวางแผนการฝึกซ้อม
โดยต้องแบ่งระยะการฝึกซ้อมออกเป็นช่วงๆ ( ไม่มีหลินฮุ่ยนะครับ )
โดยให้น้ำหนักของแต่ละส่วนแตกต่างกันออกไป
ซึ่งผมจะเขียนต่อในอนาคตถ้ามีคนสนใจ

ขอบคุณครับ

โดยคุณ สถาวร จันทร์ผ่องศรี (124.120.28.40) [09 ธ.ค. 2552 เวลา 10:47]




โดยคุณ โอ๊ดPPP Mail to โอ๊ดPPP (117.47.0.201) [09 ธ.ค. 2552 เวลา 12:27] #451968 (1/53) โอ๊ดPPP's Profile

มีคนสนใจแน่นอนครับ มารออ่านต่อนะครับอาจารย์



โดยคุณ เอ๋ เมืองคอน Mail to เอ๋ เมืองคอน (222.123.74.9) [09 ธ.ค. 2552 เวลา 12:31] #451973 (2/53) เอ๋ เมืองคอน's Profile

เขียนต่อเลยอ.สถาวร ผมก็รออ่านเหมือนกัน



โดยคุณ ต้น นราธิวาส Mail to ต้น นราธิวาส (118.173.208.16) [09 ธ.ค. 2552 เวลา 21:04] #452169 (3/53) ต้น นราธิวาส's Profile

ขอบคุณครับ อ.สถาวร



โดยคุณ kawkai (125.26.155.139) [09 ธ.ค. 2552 เวลา 21:38] #452184 (4/53)

รออ่านเหมือนกันครับ มีอะไรที่อยากรู้อีกเยอะแยะไปหมด พยายามตามอ่านเรื่องพวกนี้แหละ เพราะเป็นมวยวัด ไม่มีโอกาสมีโค๊ช คอยสอนเรื่องวิ่งให้ ขอบคุณล่วงหน้าครับ



โดยคุณ กฤตย์ (118.172.175.252) [09 ธ.ค. 2552 เวลา 22:30] #452213 (5/53)

"The miles can build you up
or the miles can wear you down,
it's all about how you approach it."

Josh Cox
Elite marathoner



โดยคุณ เอ๋ เมืองคอน Mail to เอ๋ เมืองคอน (117.47.108.63) [10 ธ.ค. 2552 เวลา 09:19] #452280 (6/53) เอ๋ เมืองคอน's Profile

"The miles can build you up or the miles can wear you down, it's all about how you approach it.
translator by ae muangkhon
แปลแบบเด็กชายหาดพัทยาเก่าละกัน งูๆปลาๆ
ไมล์สามารถทำให้คุณก้าวหน้าขึ้นหรืออีกนัยหนึ่ง...ไมล์ก็ทำให้คุณถดถอยลง
ทั้งหมดนี่อยู่ที่คุณจะเลือกวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับคุณให้มากที่คุณแล้ว
นำไปปฏิบัติ ผมแปลได้แค่นี้ท่านใดที่แปลได้ตรงกับเนื้อหามากกว่าผมช่วย
กันทำมาหากินหน่อย...ลุงกฤตย์ครับ งานเข้า



โดยคุณ สถาวร จันทร์ผ่องศรี (124.120.28.26) [10 ธ.ค. 2552 เวลา 11:12] #452319 (7/53)

ยังอยู่ในข้อที่ 1 อยู่นะครับ
ในเรื่องของปริมาณการวิ่ง

ที่นักวิ่งส่วนใหญ่มักจะเข้าใจในทิศทางที่น่าเป็นห่วง
คุยกับนักวิ่งหลายๆคน
มักจะให้ความสำคัญในเรื่องของ
ปริมาณมากกว่าคุณภาพ

คุณภาพในที่นี้ ต้องบอกก่อนว่า
ผมไม่ได้หมายถึงว่า
จะต้องวิ่งได้เร็วกว่าหรือมากกว่าเสมอ

มันต้องรวมถึงการที่ต้อง
ไม่บาดเจ็บและต้องฟื้นคืนสภาพ
ในเวลาที่กำหนดไว้อย่างพอเหมาะเสมอ

แน่นอน... สำหรับนักวิ่งทางไกลในระยะเริ่มต้น
ต้องเริ่มจากการวิ่งเพื่อเพิ่มความทนทาน
ให้กับระบบต่างๆของร่างกาย
ซึ่งก็ต้องเน้นการเพิ่มระยะทางเป็นลำดับอยู่แล้ว

แต่ในขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่จะต้องพัฒนาความแข็งแรงควบคู่ไปด้วย

อย่าลืมว่าคนที่แข็งแรงมากกว่า
จะพัฒนาได้ดีกว่าคนที่แข็งแรงน้อยกว่า

เมื่อแข็งแรงได้ในระดับที่ต้องการ
ก็จะเน้นในเรื่องการฝึกเฉพาะเจาะจง
ในการวิ่งระยะเป้าหมายควบคู่ไปด้วย

ในการเพิ่มปริมาณการวิ่ง
จึงไม่ควรมากกว่า 5 %
สำหรับนักวิ่งมือใหม่ในแต่ละสัปดาห์

ถ้าอยากวิ่งอย่างสบายใจ
ก็น่าจะคงปริมาณการวิ่งแต่ละระดับไว้ก่อน 2 สัปดาห์

แล้วค่อยขยับสัปดาห์ละ 1 วัน
ในวันที่วิ่งไกลที่สุดเพียง 5 % ก็พอแล้ว

ข้อสังเกตุ ผมใช้คำว่าปริมาณการวิ่งนะครับ
ไม่ใช่ระยะทางการวิ่งครับ
ขอบคุณครับ



โดยคุณ จือ..จ๊ะ (58.11.65.226) [10 ธ.ค. 2552 เวลา 11:51] #452326 (8/53)

ขอบคุณ ค่ะ ..
ปริมาณ และ คุณภาพ
ความแข็งแรง และ บาดเจ็บ ..
เป็น อะไร ที่ should fix it in your head
มันผกผัน ปรับเปลี่ยน เวียนวน ....
การพัก ผ่อน โอนอ่อน ผ่อนตาม ไปตาม สภาวะ ....
more paind more worth ..more grown ...something like that ...
ตามมาอ่าน ...ด้วยคน



โดยคุณ หมอหมง Mail to หมอหมง (61.90.66.106) [10 ธ.ค. 2552 เวลา 14:01] #452389 (9/53) หมอหมง's Profile



ขอบพระคุณครับ

ติดตามอ่านครับ



โดยคุณ แจ๋_ป้อม Mail to แจ๋_ป้อม (10.7.51.253) [11 ธ.ค. 2552 เวลา 17:39] #452894 (10/53) แจ๋_ป้อม's Profile

ขอบคุณคะ อ.สถาวร



โดยคุณ สถาวร จันทร์ผ่องศรี (124.120.27.72) [15 ธ.ค. 2552 เวลา 00:33] #453618 (11/53)

ขอบพระคุณทุกท่านครับ

มาต่ิอกันเลยดีกว่า

2.ความหนักในการซ้อม
เรื่องนี้ หาเกณฑ์ในการยอมรับยากมาก

คนเขียนก็เขียนลำบาก
เพราะต่างก็มีเหตุผลที่แตกต่างกัน

บางคนก็อาจจะบอกว่าระยะทาง
บางคนก็บอกว่าจำนวนเที่ยว
บางคนก็เล่นปริมาณเข้ามาเกี่ยวข้อง

ซึ่งความจริงแล้วดูเผินๆไม่แตกต่างกัน

ความหนักของนักวิ่งคนหนึ่ง
อาจจะเป็นงานที่เบาสำหรับนักวิ่งอีกคนหนึ่งก็เป็นได้

หัวข้อนี้แหละที่เป็นปัญหาสำหรับ
การสร้างแบบฝึกให้กับนักกีฬาคนใดคนหนึ่ง

หรือการสร้างแบบฝึกที่เป็นมาตรฐาน
ให้กับการซ้อมระยะใดระยะหนึ่งเป็นการเฉพาะ

เพราะแบบฝึกไม่สามารถระบุถึงความหนักของงาน
ออกมาเป็นกลางๆให้กับทุกคนได้
ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ฝึกเป็นสำคัญ
ความหนักในการซ้อมจะมีความแตกต่างกัน
ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในการฝึกซ้อม

เช่น การวิ่งระยะทางยาวๆแต่นักวิ่งแต่ละคน
วิ่งในระยะเดียวกันแต่ใช้ความเร็วที่ต่างกัน

หรือจะเป็นการวิ่ง interval ในแบบฝึกที่จำนวนเท่ากัน
แต่ใช้ความเร็วที่ต่างกันหรือใช้การพัก
ที่ไม่เหมือนกันในความเร็วที่เท่ากัน
แต่ในที่นี้ ต้องมีอัตราการเต้นของหัวใจที่แตกต่างกันด้วย

หรือถ้าจะมองง่ายๆก็การยกน้ำหนัก
ในน้ำหนักตัวที่เท่ากัน
คนที่ยกได้หนักกว่านั้นก็คืองานที่หนักกว่า

อ่านแล้วดูเหมือนสับสนมั้ยครับ

แต่ก็มีตัววัดที่ถูกกำหนดขึ้นมา
โดยวัดจากการฝึกซ้อมและแข่งขัน

สำหรับนักวิ่งระยะไกลอย่างเรา
ตัวหลักเลยที่ต้องยึดถือไว้ก็คือ

อัตราการเต้นของหัวใจ

จะเป็นตัวกำหนดความหนักของงานได้อย่างชัดเจนที่สุด
โดยมีระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาทตามมาติดๆ

เรื่องนี้ถ้าต้องอธิบายละก็เรื่องยาวครับ

เอาเป็นว่าเข้าเรื่องของเราให้จบเป็นเรื่องๆก่อนดีกว่าครับ
ในการซ้อมวิ่งเราจะต้องวิ่ง
ในสภาวะที่มีความหนักที่แตกต่างกันในแต่ละวัน

หรือบางโปรแกรมในหนึ่งคาบการซ้อม
อาจจะเจอกับความหนักที่หลากหลาย

สิ่งที่สำคัญที่สุดในหัวข้อนี้ก็คือ

เราต้องเรียนรู้และเข้าใจถึงการซ้อมที่ทำอยู่ว่า
จะตรงกับจุดมุ่งหมายของการฝึก
และจะต้องเหมาะสมกับระดับความสามารถที่เรามีอยู่

ที่สำคัญจะต้องอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้
ไม่มากไปหรือน้อยเกินไป

เพื่อให้การกำหนดการซ้อม เมื่อปฏิบัติจริง
จะต้องทำให้ร่างกายของเราทำงานถึงระดับที่มีความหนัก
ที่จะทำให้ร่างกายมีการปรับปรุงสร้างเสริม
เพิ่มสมรรถนะไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ถ้าใช้ความหนักที่ไม่เหมาะสมเช่น

น้อยไป ผลก็คือ

ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างช้าๆแต่ก็ดีอย่างหนึ่งก็คือ
การพัฒนาเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ
ที่ละน้อยแบบนี้ นักวิ่งไม่ค่อยจะมีการบาดเจ็บครับ

แต่ถ้าใช้ความหนักสูง

ผลก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่
และก็เป็นประเด็นที่ทำให้ผู้ฝึกสอนหลายๆท่าน
ถอดใจ ลาจากวงการก่อนนักวิ่งเสียอีก

นักวิ่งอาจจะมีผลงานดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต้ในระยะยาวก็อาจเกิดผลตามมาหลายอย่าง
ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ

ทั้งสองอย่างจึงไม่ใช่การซ้อมที่ดี

ดังนั้นการฝึกซ้อมที่ดี
จึงต้องมีการกำหนดรูปแบบความหนักเบายืดหยุ่นสลับกัน
ทั้งในด้านปริมาณและความหนักใน***ส่วนที่เหมาะสม
ในกรอบที่วางไว้ตั้งแต่เริ่มต้น

ขอบคุณครับ



โดยคุณ เอ๋ เมืองคอน Mail to เอ๋ เมืองคอน (117.47.80.208) [15 ธ.ค. 2552 เวลา 15:20] #453748 (12/53) เอ๋ เมืองคอน's Profile

ขอบคุณมากครับ



โดยคุณ สถาวร จันทร์ผ่องศรี (124.120.26.3) [17 ธ.ค. 2552 เวลา 23:22] #454701 (13/53)

ตามมาดูข้อที่ 3 กัน
ความเข้มข้นของการฝึก

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเ้ข้มข้น
เหมือนกับการชงกาแฟ
ซึ่งมีส่วนผสมของกาแฟ
ครีมเทียมกับน้ำตาล
ขึ้นอยู่ว่าจะใช้ส่วนผสมแต่ละอย่างเท่าไหร่ให้เหมาะสม

ในการจัดตารางการซ้อมก็เช่นเดียวกัน
การซ้อมในแต่ละคาบเวลา
ก็ต้องจัด***ส่วนของการใช้เวลาในการซ้อม
เวลาที่จัดให้มีการฟื้นสภาพระหว่างการซ้อม
ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์สูงสุด
ของการวางเป้าหมายการฝึกซ้อม

ถ้าเข้มข้นมากเกินไป
เช่นมีความหนักมาก
จำนวนเที่ยวมาก
แต่จัดการฟื้นสภาพที่น้อยเกินไป

ผลที่ออกมาอาจจะไม่เป็นไปตามที่วางไว้
ที่แย่กว่านั้นก็คือ

นักวิ่งเกิดความท้อแท้
สถิติการซ้อมแย่ลง
เกิดการบาดเจ็บ
การพัฒนาการไม่เกิด

ในการวางแผนของนักวิ่งระยะไกล
โดยปกติความเข้มข้นของการซ้อม
จะถูกวางไว้เป็นอัตราส่วน
วิ่ง 2 นาที พักหรือjog 1 นาที

หรือถ้าใช้อัตราการเต้นของชีพจร
เราจะรอให้ชีพจรลดลงในระดับ
120 - 150 ครั้ง ตามระยะทางที่วิ่ง
หรือตามงานที่กำหนดให้
จึงจะเริ่มเที่ยวใหม่

แต่ในระดับนักวิ่งที่มีการพัฒนาได้สูงขึ้น
ก็จะสามารถกำหนดการฝึกซ้อม
ที่มีความเข้มข้นในระดับสูงเช่น

ซ้อม 3 นาที พักหรือ jog 1 นาที
ซ้อม 4 นาที พักหรือjog 1 นาที
และสูงขึ้นได้อีกตามเป้าหมายที่หวังผลจากการซ้อม

แต่ก็ควรจะยึดหลักการพื้นฐานไว้ก่อน นั้นก็คือ
ถ้าปริมาณการซ้อมมีความหนักสูง
ก็ควรจะมีช่วงเวลาการพักที่เพิ่มขึ้น

ถ้าปริมาณการซ้อมมีความหนักต่ำ
ก็ควรที่จะลดเวลาของช่วงพักลง
แต่ก็ขึ้นอยู่กับการวางผลที่จะได้รับ
จากการซ้อมประเภทนั้นๆด้วย

เพราะฉะนั้น การกำหนดความเข้มข้น
จึงเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง
ปริมาณความหนักของการซ้อม
และความเร็ว จังหวะ ความถี่ของการฝึก
โดยมีเวลาการฟื้นสภาพเป็นตัวแปรที่สำคัญ

ขอบคุณครับ



โดยคุณ จือ..จ๊ะ (58.8.202.160) [19 ธ.ค. 2552 เวลา 13:08] #455001 (14/53)

ประเภท ซ้อม น้อย แต่ หวังผลมาก

คล้ายๆ จะ ขอพร จาก ผู้วิเศษ ......

แต่ ..ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ .......

อย่างเก่ง .ต้อง-ขยัน.ทำเอง ..อย่ามาอ้อน....

เพื่อน จือ ..แซว .




โดยคุณ จือ..จ๊ะ (58.8.202.160) [19 ธ.ค. 2552 เวลา 13:09] #455002 (15/53)

อยาก เก่ง ต้องขยัน ซ้อม

แก้คำผิด

ขอบคุณ ค่ะ ตามมาอ่าน



โดยคุณ ซีต้า Mail to ซีต้า (10.182.255.60) [21 ธ.ค. 2552 เวลา 11:34] #455642 (16/53) ซีต้า's Profile

ขอบคุณอาจารย์ที่ให้แนวทางผมจะลองพิสูตรด้วยตัวเอง



โดยคุณ ทวี นครศรี Mail to ทวี นครศรี (117.47.209.72) [21 ธ.ค. 2552 เวลา 15:47] #455714 (17/53) ทวี นครศรี's Profile

ขอบคุณมากครับ



โดยคุณ บุญชัย (115.67.12.175) [29 ธ.ค. 2552 เวลา 13:49] #458226 (18/53)

ขอบคุณครับ



โดยคุณ ฟิตๆ (118.173.176.250) [05 ม.ค. 2553 เวลา 09:26] #459402 (19/53)

ขอบคุณอาจารย์มากครับ
ได้ความรู้และข้อคิดดีๆ จะเอามาปรับปรุงแผนการซ้อม



โดยคุณ กฤตย์ (118.172.175.122) [05 ม.ค. 2553 เวลา 10:21] #459435 (20/53)

ว่าด้วยเรื่อง "ปริมาณการฝึกซ้อม" เป็นเรื่องที่นักวิ่งทั่วไป
ยังให้ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องอยู่มาก

พวกเขามักมีแนวโน้มเข้าใจไปในทางที่ "ตายตัว" และ "คงที่"
เช่นเข้าใจว่า ณ ระดับความฟิตของตัวเอง ตรงนี้ ต้องพยายาม
รักษาระดับปริมาณการซ้อมให้เท่าเดิม หรือกว่าขึ้นไป อย่าให้ตกลง
เป็นอันขาด และรู้สึกกับการเบาแผนฝึกลง ไม่ว่าจะเป็นการ
"พักฟื้น" หรือ การขาดหายไปทำภารกิจไม่กี่วัน เป็นเรื่องที่น่า
ละอาย อันจะเป็นผลให้ตกฟิต เหลือไม่เท่าเดิม

แม้ความโดยตรรกความเป็นจริงจะเป็นเช่นนั้น
แต่ในทางปฏิบัติ มันเป็นเพียง หนึ่งในข้อควรปฏิบัติเท่านั้น
หาใช่ความเป็นทั้งหมดไม่
การแผ่วจางปริมาณการซ้อมลง ต้องถูกทำความเข้าใจใหม่
ว่ากิจกรรมแผ่วจางใด จะเป็นหนึ่งในกระบวนการ "สร้างใหม่" ขึ้น
และกิจกรรมการแผ่วจางใด เป็นความจำเป็นของชีวิต
ที่พึงให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

นักวิ่งอาจฝึกได้ แม้กระทั่งฝึกหนักก็ทำกันได้ทั้งสิ้น
แต่การ รักษาปริมาณการฝึกที่เหมาะสมต่างหากที่ทำกันได้ยาก
ไม่มากไป ก็น้อยไปเสมอ


ในอีกด้านหนึ่ง ความหนัก ในการฝึกซ้อมก็เช่นเดียวกัน
เป็นเรื่องที่นักวิ่งยังเข้าใจไม่ตรงกับความเป็นจริงนัก
แม้จะเป็นองค์ความรู้ที่ล้าสมัยไปแล้วกับ "ยิ่งมาก-ยิ่งดี"
แต่นักวิ่งจำนวนไม่น้อยก็ยังใช้หลักการนี้อยู่เสมอมา
ชอบแถมมากกว่าที่โค้ชบอกเสมอ
โดยเข้าใจเอาเองว่า มันต้องได้มากกว่า
โค้ชบอกให้วิ่งเท่านั้นเท่านี้ (วันนี้) เห็นตกปากรับคำดี
แต่ในขั้นตอนการฝึก กลับ "แถม" ไม่ระยะทางก็ความเร็ว
อย่างใด อย่างหนึ่ง หรือ ทั้งสองอย่างเลย
ถ้าติ้ดต่าง "ความหนัก" ในเนื้องานที่โค้ชออกแบบมาเหมาะสมแล้ว
การแถมเช่นนั้น นักวิ่งหารู้กันไม่ว่า นั้นเป็นการ "ลดทอนลง"
มากกว่าการได้เพิ่มมากขึ้นอย่างที่ตัวเองเข้าใจ
ในบางกลุ่มของนักกรีฑา
อาจเป็นไปในทิศทางตรงข้ามกับที่กล่าวก็พบ กล่าวคือ "อู้" ซ้อม
มักไม่พบในนักวิ่งถนน แต่มักพบในเยาวชนจากโรงเรียนกีฬาเป็นต้น


ในเรื้องความถี่ ก็เช่นกัน นักวิ่งโดยเฉพาะนักวิ่งถนน นอกจากจัดวาง
ปริมาณและความหนักของเนื้องานไม่เหมาะสมแล้ว พวกเขา
ยังฝึกซ้อม "ถี่" กันเกินไป ถ้ารวมนับทั้งซ้อมและแข่งเข้าไว้ด้วยกัน
ด้วยว่า องคาพยพเป็นเรือนร่างเดียวกัน มันจึงไม่สามารถ
แยกได้ออกว่า กิจกรรมนี้เป็นการแข่งขัน หรือ กิจกรรมนี้เป็นการฝึกซ้อม
ได้แต่รับความถี่นั้นอย่างปรับระดับให้ฟื้นตัวไม่ทัน

ผลที่เกิดขึ้นกับความไม่สัมพันธ์ขององค์ประกอบทั้งสามก็คือ
การที่นักวิ่ง "พัฒนาฝีเท้าไม่ขึ้น" ฝึกไปกี่ปีๆ ก็เท่าเดิม
บางคนตกลงกว่าเดิมอีกด้วย สร้างความสงสัยและความท้อใจ
ให้เกิดกับเจ้าตัว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับ "ผู้อื่น"
มักจะเป็นการเปรียบกับผู้ที่อยู่สูงระดับกว่าตัวเองทั้งนั้น
เช่น แชมเ***ยน หรือไม่ก็ เคนย่า ผลสุดท้ายย่อมออกมาไม่ดีเลย

ควรอย่างยิ่งที่ต้องเริ่มปรับความเข้าใจที่มีอยู่ต่อองค์ประกอบ
ทั้ง 3 ประการข้างต้น (ปริมาณ , ความหนัก , ความถี่ ) (FIT)
ให้แจ่มชัด แล้วเจือประสานด้วยความพากเพียรและความปรารถนา
ในความสำเร็จที่มากพอ จนกระทั่งพวกเขาสามารถเปลี่ยนแปร
เป็นความมานะพยายามอย่างใหม่ ที่จะเอาชนะทั้งความเย้ายวนของการวิ่งและ ก้าวข้ามพ้น "ความไม่รู้" จนพัฒนาตัวเองได้ในที่สุด



โดยคุณ สถาวร จันทร์ผ่องศรี (124.120.31.158) [09 ม.ค. 2553 เวลา 18:29] #459908 (21/53)

ขอบคุณทุกๆท่านครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง.....คุณลุงกฤตย์
ที่กรุณาขยายความได้อย่างน่าอ่านมาก

คุณลุงกฤตย์.....เขียนได้แจ่มแจ้งกว่าที่ผมคิดเสียอีก
ทำให้ผมมองเห็นภาพและเข้าใจมากขึ้นครับ

ที่ผ่านมา.......มีกระทู้ที่ถามเกี่ยวกับ
การเขียนตารางการซ้อมวิ่งอยู่เสมอ
จึงเป็นเหตุดลใจให้เขียนบทความนี้ขึ้นมา

การสร้างโปรแกรมการซ้อมวิ่ง
ต้องทำความเข้าใจในหลักเบื้องต้น

ทั้ง 3 ประการให้ถ่องแท้

ถ้า...ยังไม่เข้าใจก็ยากที่จัดโปรแกรมให้ดีได้
แม้แต่การนำโปรแกรมการซ้อมของนักวิ่งระดับโลก
หรือนำหลักการที่ชั้นยอดมาฝึก

ก็หนีไม่พ้น...ที่จะต้องนำหลัก 3 ประสานนี้
มาเป็นโครงสร้างเพื่อปรับแต่งให้เหมาะสม
ไม่ว่า....จะเป็นนักวิ่งระดับไหนก็ตาม

ปรับแต่งให้เหมาะสมกับ

ขีดความสามารถที่มีอยู่
การสร้างเสริมจุดอ่อน
การส่งเสริมและสนับสนุนจุดเด่น
เพศ
วัย
ปัญหาด้านสุขภาพ
ภารกิจประจำวันและอื่นๆ

ขอบคุณมากครับ



โดยคุณ มือเก่าเท้าเกษียณ Mail to มือเก่าเท้าเกษียณ (58.97.62.27) [11 ม.ค. 2553 เวลา 05:13] #460032 (22/53) มือเก่าเท้าเกษียณ's Profile

ขอบพระคุณมากครับสำหรับ เนื้อหา และเรื่องราวดีๆ ที่ อ.นำมาร้อยเรียงให้อ่านกัน
ยังไงเสีย มือเก่าฯในนามตัวแทนของมิตรภาพ'51 ก็ขอสวัสดีปีใหม่ย้อนหลังให้ อ.และครอบครัว อย่าเจ็บ อย่าจน มีความสุขกันถ้วนหน้าตลอดปี'53 ครับ..........ว่างๆ อย่าลืมมาถ่ายทอดขบวนยุทธให้น้องๆ หลานๆในบอร์ดได้อ่านกันอีกนะครับ อิอิ



โดยคุณ กฤตย์ (118.172.172.102) [11 ม.ค. 2553 เวลา 22:35] #460648 (23/53)

ขอบคุณ อ.สถาวรที่ยกย่องผมถึงขนาด
คิดเสียว่า ผมช่วย อ.สถาวร ขยายความในอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง
ให้ละเอียดและพิศดารขึ้น
ผมเป็นเพียงนักวิ่งถนนธรรมดาคนหนึ่ง
เผอิญวิ่งมานาน (16 ปี) ความรู้ที่พอมีบ้าง
จากการอ่าน และฝึกเอง แล้วก็จับสังเกต
ประกอบกับความโม้เก่ง และพอเขียนเป็น

นักวิ่งจึงรู้จักผมครับ
ความรู้ต่างๆ จึงมีจำกัด ปล่อยไก่ไปก็เคยมีบ้าง
ไม่ใช่แต่เฉพาะ อ.สถาวร หากใครเห็นว่า ที่ถูกต้อง
น่าจะเป็นอย่างไร ลองเอ่ยกลับมาบ้าง
ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี วงการจะเจริญก้าวหน้า
เผื่อๆในวันข้างหน้าอาจมีนักวิ่งไทยบางคนเอาชนะเคนย่าได้บ้าง อิ..อิ..



โดยคุณ เอ๋ เมืองคอน Mail to เอ๋ เมืองคอน (117.47.107.59) [12 ม.ค. 2553 เวลา 12:15] #460710 (24/53) เอ๋ เมืองคอน's Profile

จริงอย่างที่อาจารย์กฤตย์ว่า ขอบคุณครับกับความรู้ที่ได้รับ



โดยคุณ ตะวันฉาย (111.84.69.64) [14 ม.ค. 2553 เวลา 21:37] #461394 (25/53)

ขอบคุณทุกท่านนะฮะ อ่านอิ่มเลย...อิ...อิ...




โดยคุณ กฤตย์ (118.172.175.130) [14 ม.ค. 2553 เวลา 22:28] #461398 (26/53)

"The miles can build you up
or the miles can wear you down,
it's all about how you approach it."

Josh Cox
Elite marathoner


"การฝึก ทำให้พัฒนาก้าวหน้าก็ได้
และการฝึกเองก็ทำให้เดี้ยงก็ได้เสมอ
อยู่ที่ฝึกอย่างไร?"



โดยคุณ กฤตย์ (118.172.175.107) [14 ม.ค. 2553 เวลา 22:49] #461399 (27/53)

นั่นคือคำตอบที่ผู้กล่าวกำลังเตือนนักวิ่งว่า
ไม่ได้สำคัญที่การฝึกนัก เพราะใครๆก็ฝึกกันทั้งนั้น

ผู้ที่เดี้ยงไปก็ฝึกทั้งนั้น ฝึกหนักเสียด้วย
แต่มันสำคัญตรงที่ ฝึกนั้น ฝึกอย่างไร

จริงอยู่ฝึกหนัก , ฝึกมากได้มาก นั่นเป็นทฤษฎี
แต่เพดานของเรือนร่างผู้ฝึกนั้นมีอยู่จริง
ตราบใดที่ผู้ฝึก ดำเนินการทดสอบความสามารถ
ของตนอยู่ภายใต้ขีดเพดานนั้น เขาก็ย่อมปลอดภัย
แต่หากฝึกหนักไป เลยขีดเพดานความแข็งแกร่งเหนียวแน่น
ที่ร่างกายมีต้นทุนอยู่ เขาก็จะได้รับความบาดเจ็บ

ประเด็นก็คือ เรานักวิ่งย่อมต้องรู้เส้นแดงของตัวเอง
ที่เส้นแดงดังกล่าวแต่ละคนมีไม่เท่ากัน
นี่คือเหตุผลที่ไม่มีคำสั่งของโค้ชใดที่ให้วิ่งเต็มร้อย
แม้กระทั่งคอร์ทระยะสั้น เรายังวิ่งกันอยู่ที่ 95% เท่านั้น

โลกของการวิ่งสอนเราเสมอ
ไม่จำเพาะแต่เรื่องวิ่ง เราสามมารถน้อมนำการวิ่ง
ไปรับใช้โลกภายนอกได้แน่
การลงทุนการค้า ไม่มีใครที่ลงทุนในกิจการหนึ่งใดแบบหมดสิ้นหน้าตัก
มันต้องเหลือสายป่านไว้บ้าง แม้ว่าลู่ทางสินค้านั้นจะแจ่มใส
ขนาดไหนก็ตาม
ไม่มีความรักใดที่เราควรมอบให้เธอจนหมดสิ้นหัวใจ
ต้องเหลือไว้บ้าง จะได้มีเรี่ยวแรงไว้ยกมือปาดน้ำตาตัวเอง
ไม่มีรถยนต์ใดที่เราจะวิ่งกันมิดคันเร่ง เพราะเราต้องเหลือเผื่อ
หลุม , หมา , กะลา , ทราย มีเกลื่อนทั่วไป มันอันตราย

แม้ว่าธรรมชาติมีคำเตือนเหล่านี้ผ่านรุ่นพี่ๆที่อกหักมาก่อน
นักวิ่งเก่าที่เจ็บมามีนับไม่ถ้วน
สุสานรถยนต์กับศพมีเกลื่อนถนน

แต่ก็ยังมีคนทำผิดพลาดด้วยการเพิกเฉยคำเตือนจากผู้มาก่อน
มนุษย์จะต้องอกหักกันต่อไป
นักวิ่งจะต้องบาดเจ็บกันไปเรื่อยๆ
เพราะเรา Don't know how to approach it.




โดยคุณ เอ๋ เมืองคอน Mail to เอ๋ เมืองคอน (117.47.201.249) [15 ม.ค. 2553 เวลา 09:04] #461427 (28/53) เอ๋ เมืองคอน's Profile

มองเห็นภาพเลยครับ ขอบคุณมากครับอาจารย์กฤตย์



โดยคุณ จือ...จ๊ะ (125.24.77.197) [15 ม.ค. 2553 เวลา 14:21] #461598 (29/53)

ถาม ท่านผู้รู้
คือ ว่าปรกติ ซ้อม วิ่ง 2 ชม บางที 3 ชม .ไม่เคยเจ็บ
เนื่องว่า วิ่ง ตามสบาย ช้าบ้างเร็วบ้าง แล้วแต่ ..คนแซว หรือ วิ่งตาม เพื่อน
ที่นี้ ..เมื่อ ซ้อม 6 นาที ต่อ กม. มาระบะหลัง มี ก้อนเนื้อ แข็งๆ บริเวณ น่อง ล่าง
ด้านหลัง กลางๆ แข้ง
มิได้เป็นตะคริว ค่ะ เมื่อวิ่งเสร็จ มากดดู จะเจ็บ เจ้าก้อนเนื้อนี่ แข็งแรง ขึ้น
แต่ เมื่อกดดู มัน ก็เจ็บ ขึ้น เช่นกัน ถ้าวิ่ง 30 กม. แบบ กัดฟันวิ่ง 6 นาที ต่อ กม.
ถามว่า อาการ แบบ นี้ เป็นธรรมชาติ ของการฝึก ความอึด หรือ เป็น อาการ บอก สัญญาณ อันตราย ของการ over run ทั้ง เวลา และ ระยะทาง หรือเปล่า
ปรกติ มาราธอน ใช้ 7 นาที ต่อ กม.





โดยคุณ กฤตย์ (118.172.174.198) [15 ม.ค. 2553 เวลา 23:09] #461721 (30/53)

อาการแบบนี้ผมไม่เคยเจอนะ
คิดว่าไม่ได้เป็นธรรมชาติของการฝึกนะ
น่าจะเป็นความผิดปกติ
แต่จะเป็นอะไรไม่ทราบจริงๆ

อันนี้ต้องถามแพทย์กีฬา
คุณหมูยออยู่หรือเปล่า?
ช่วยมาดูน่องคุณจือหน่อย



โดยคุณ จือ..จ๊ะ (58.8.251.162) [18 ม.ค. 2553 เวลา 11:38] #462344 (31/53)

สวัสดี ค่ะ ลุง กฤตย์
จือ จะเป็นหลังจากซ้อม ประมาณ 30 กม.
พอหยุด ซัก 3 วัน ถ้ากด และนวดดูมัน ก็ไม่เจ็บ
คิดว่า ความฟิต ยังไม่พอ ที่จะลงสนาม มาราธอน จอมบึง
ไม่มั่นใจ และเตรียมความพร้อม ไม่พอ ..ในร่างกายแห่งตน ยังคงมี
ช่องว่าง อีกมาก และ ช่องว่าง เหล่านี้ รอการเติม ..ให้เหนียวกว่านี้ ....
คงจะ แช่เย็น ไว้ที่ 30 กม. 3 ชม.ซัก 1 ปี คิดว่าดีแล้ว ในตอนนี้




โดยคุณ ชัย (58.11.68.20) [26 ม.ค. 2553 เวลา 14:43] #466395 (32/53)

ขอบคุณครับ อ.สถาวร



โดยคุณ ตะวันฉาย (115.67.247.143) [02 ก.พ. 2553 เวลา 11:15] #469625 (33/53)




โดยคุณ ตะวันฉาย (115.67.56.58) [10 ก.พ. 2553 เวลา 11:48] #472783 (34/53)

อาจารย์ฮะ ขอบคุณมากนะฮะ สักวันฉายคงได้เก่งเหมือนคนอื่นนะฮะ
ขอสมัครเป็นลูกศิษย์ สักคน ขอบคุณมากฮะสำหรับความรู้เรื่องวิ่ง




โดยคุณ แหม่ม นาสาร (58.8.186.24) [19 ก.พ. 2553 เวลา 00:41] #474779 (35/53)

ขอบคุณค่ะ อาจารย์สถาวร



โดยคุณ พญานาคราช (117.47.131.245) [23 ก.พ. 2553 เวลา 15:45] #476317 (36/53)

ขอบคุณครับอ.สถาวร ที่มอบความรู้และประสบการณ์
มาถ่ายทอดไห้นักวิ่งรุ่นหลังได้อ่านและเรียนรู้
ผมอีกคนที่ชื่นชอบอ.สถาวร ที่เขียนไว้ว่า...
"ไม่มีสูตรวิ่งหรือตารางวิ่งที่สำเร็จตายตัว"
ซึ่งอ.สถาวร สามารถร่างแผนฝึกขึ้นมาได้เอง
เปรียบดั่งเซียนหมากฮอส...เล่นระดับชิงแชมป์ประเทศไทยปี2544
คู่ชิงชนะเลิศแข่ง9กระดาน ผลเสมอกันหมด 9 กระดาน
เพราะว่ายึดรูปแบบตามตำราไม่กล้าฉีกหมากกลัวแพ้
จนเซียนดำได้ฉีกหมากเล่นนอกตำราจึงได้แชมป์...
เมื่อเซียนดำได้แชมป์จึงบอกว่าไม่มีสูตรหมากฮอสสำเร็จตายตัวอีก..
จนได้คิดหมากนอกตำรามาเยอะแยะมากจนได้แชมป์หมากฮอสถึงทุกวันนี้...

เปรียบกับอ.สถาวร สามารถฝึกวิ่งไห้กับนักวิ่งแนวหน้าหลายคน...
และโนเนมเยอะเหมือนกัน ที่ยังไม่เคยเห็นหน้าด้วยช่ำ ก็ยังได้แชมป์
โดยไม่ได้ไปดูการฝึกซ้อมด้วยตัวเอง..เเค่คอยฟังผลการซ้อม
และสามารถจัดตารางวิ่งไห้นักวิ่ง 1 คนซ้อมวิ่งได้
แต่ไม่รู้อ.สถาวรมีลูกศิษย์กี่คนนะครับ...ผมคิดว่าอ.คงเหนื่อยและปวดหัวน่าดู

ก็ขอขอบคุณอ.สถาวร ที่เขียนบทความดีๆ
ไว้ไห้นักวิ่งรุ่นหลังและผู้ไม่ค่อยรู้เรื่องวิ่งไว้ได้อ่านนะครับ
ด้วยความเคารพจากใจ...เขียนอะไรผิดพลาดไปก็ขออภัยด้วยนะครับ



โดยคุณ วัน (58.9.145.42) [25 ก.พ. 2553 เวลา 11:11] #476851 (37/53)

ผมอยากทราบว่าในการวิ่งแต่ละวันเราจะต้องนอนกี่ชั่วโมงครับถึงจะเพียงพอในการซ้อมวิ่ง



โดยคุณ นักวิ่งหน้าใหม่ (117.47.82.161) [02 มี.ค. 2553 เวลา 11:49] #478673 (38/53)

นักวิ่งหลายคนคิดถึงอาจารย์แล้วครับ กลับเข้ากระทู้ไวไวนะครับ



โดยคุณ กฤตย์ (118.172.180.65) [07 มี.ค. 2553 เวลา 22:02] #480308 (39/53)

เพื่อให้เพียงพอในการซ้อมวิ่ง
นักวิ่งอาจต้องการจำนวนชั่วโมงในการนอนหลับพักผ่อน
มากกว่าคนปกติเล็กน้อย
ผมว่าน่าจะ 6 ช.ม. นะครับ โดยเฉลี่ย
แต่ก็ต้องยืดหยุ่นกันเป็นรายๆไป



โดยคุณ เอก (58.11.67.231) [08 มี.ค. 2553 เวลา 22:27] #480726 (40/53)

ขอบคุณครับ



โดยคุณ ทวี นครศรี Mail to ทวี นครศรี (117.47.84.148) [18 มี.ค. 2553 เวลา 16:20] #483410 (41/53) ทวี นครศรี's Profile

ขอบคุณมากครับแอบเข้ามาหยบอ่าน



โดยคุณ คนชอบวิ่งครยก (202.29.98.3) [21 พ.ค. 2553 เวลา 11:52] #501889 (42/53)

ขอบคุณ อ.สถาวร และ อ.กฤตย์ ที่ให้ความรู้ เป็นประโยชน์มาก ๆ เลยครับ



โดยคุณ บุญรักษ์.... เด็กหัดใหม่ (61.19.66.235) [03 ก.ค. 2553 เวลา 11:07] #513055 (43/53)

ขอขอบคุณอาจารย์ทั้ง 2ผมนักวิ่งหน้าใหม่แอบเข้ามาอ่านแล้วได้ความรู้.......ขอสมัครเป็นลูกศิษย์ ด้วย..........ขอบคุณๆๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆๆๆๆครับอยากรู้อีกครับ....



โดยคุณ แสงชีย (180.210.216.74) [04 ธ.ค. 2553 เวลา 22:36] #562816 (44/53)

สวัสดีครับ ผมเป็นอีกคนที่ชอบในการวิ่งเมื่อปี 2552 ผมวิ่งมาราธอนอยู่ที่ 4.07 นาที แต่ปีนี้ร่างกายรู้สึกปีนี้ไม่พร้อม ช่วยแนะนำวิธีให้ร่างกายกลับมาฟิตอีกที



โดยคุณ ไทยกล้า (86.188.130.68) [25 ม.ค. 2554 เวลา 19:11] #575497 (45/53)

อย่าไปคิดวิ่งแข่งกับเคนย่าเลยครับ ไม่มีทาง
ทางการแพทย์ นักวิจัยวิทยาศาสตร์การกีฬา เค้าค้นพบแล้วครับว่า
คนที่เกิดในอัฟริกา เช่น เคนย่า เอธิโอเปีย นั้นมีร่างกายที่เหมาะสมกับการวิ่งมากกว่า
คนในส่วนอื่นๆ ถ้าวิ่งในสภาพใกล้เส้นศูนย์สูตร และเป็นที่ราบต่ำ
ขายาว ปอดใหญ่ ตาโต หูไว โครงกระดูกเล็ก ทางสรีระร่างกาย ไม่มีทางสู้เค้าครับ
แต่ถ้า จัดวิ่งในเมื่องหนาว ที่ราบต่ำ หาคนดำชนะน้อยมากครับ สภาพร่างกายเค้าทนไม่ได้ครับ แพ้ฝรั่งตัวโต ปอดเล็ก หูดับ โครงกระดูกใหญ่ ครับ
แต่ เราคนไทยมีทางครับ ชนะฝรั่งได้



โดยคุณ pa (182.52.30.202) [21 พ.ค. 2554 เวลา 09:53] #604240 (46/53)

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ
ผมเพิ่งจะมาลองวิ่งครับ ยังไม่เคยลงสนาม
กำลังหาคำแนะนำดีๆ
และก็ได้อ่านของท่านเป็นที่แรก



โดยคุณ นพรัตน์ (125.26.134.251) [16 ก.ค. 2554 เวลา 09:53] #618972 (47/53)

ดีครับ การแลกเปลี่ยนก่อให้เกิดความรู้



โดยคุณ นักวิ่งโนเนม (115.87.4.69) [23 ต.ค. 2555 เวลา 12:46] #45706965 (48/53)

ผมเพิ่งเริ่มวิ่งได้ ปีกว่า ทุกครั้งที่วิ่ง 10 k ขึ้นไปจะมีปัญหาว่าแสบหว่างขามาก บางครั้งเดินขาถ่างเลยหลังเข้าเส้นชัย เป็นเพราะกางเกงในที่สวมใส่แน่นอน อยากทราบว่าควรใส่กางเกงในแบบไหนดีครับ เนื้อผ้าชนิดไหนดีหรือยี่ห้อไหนดี(อย่าคิดว่าโฆษณาคิดว่าแนะนำกัน) เพื่อลดปัญหาการเสียดสีระหว่างวิ่ง หรือถ้าไม่ใส่กางเกงในวิ่งจะเป็นไส้เลื่อนไหมครับ



โดยคุณ Midnight Mail to Midnight (110.49.232.120) [17 ม.ค. 2556 เวลา 17:22] #45719209 (49/53) Midnight's Profile

สวัสดิ์ดีครับ ผม ก็มีอาการคล้ายๆ คุณจือเหมือนกัน และเวลาวิ่งจะมีอาการปวดบริเวณดังกล่าวถึงข้อเท้าด้วย อยากทราบเหมือนกันครับว่า เป็นอาการของอะไรและจะมีวิธีรักษายังำงครับ ขอบคุณครับ



โดยคุณ สามารถ (124.121.234.30) [31 มี.ค. 2556 เวลา 22:54] #45730431 (50/53)

ขอบคุณครับ ได้ความรู้มาก



โดยคุณ nut phuket (223.207.79.116) [31 ก.ค. 2556 เวลา 23:45] #45744239 (51/53)

ผมอยากไปซ้อมกับอาจารย์ต้องทำยังไงครับคิดราคายังไงครับ



โดยคุณ ต่อชัย Mail to ต่อชัย (171.5.251.157) [05 ก.ค. 2557 เวลา 20:50] #45782577 (52/53) ต่อชัย's Profile นครปฐม




โดยคุณ ินท (182.53.161.231) [18 ส.ค. 2557 เวลา 10:07] #45785871 (53/53)

นักวิ่ง



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ
ความคิดเห็น
โดย Password (สำหรับสมาชิก)  
แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


เลือกรูป ขนาดห้ามเกิน 70 kb
: : เพื่อเป็นการป้องกันการสแปมจากลิ้งเวบไซท์ที่ไม่เหมาะ รบกวนผู้ตอบกระทู้ที่ไม่ได้ล็อกอิน กรุณากรอกตัวเลขที่มองเห็นจากภาพด้านล่างก่อนกดปุ่มส่งคำตอบ หากกรอกตัวเลขไม่ตรงกับภาพที่มองเห็นระบบจะให้กลับมากรอกใหม่ : :



Reload Image

กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ เพื่อสังคมเว็บบอร์ด


[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]