Cross-training
นักวิ่งที่วิ่งทุกวัน หลายคนเลยครับที่รักเดียวใจเดียว ไม่ยอมออกกำลังกายประเภทอื่น เพียงเชื่อว่า วิ่งดีที่สุด แล้วจะไปปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเต้นแอร์โรบิค ให้เสียเวลาเปล่าทำไมละ นักวิ่งพวกนี้จะหยุดวิ่งต่อเมื่อบาดเจ็บเท่านั้น
แต่เขาเหล่านี้หารู้ไม่ว่า การหันไปออกกำลังกายประเภทอื่นบ้าง หรือที่เรียกว่า Cross-training นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บลงแล้ว ยังเสริมสร้างให้การวิ่งดีขึ้นอีกด้วย
อะมาลงรายละเอียดกันดีกว่า
- การฝึกแบบ cross-training โอกาสเสี่ยงจากการบาดเจ็บลดลง ***การวิ่งกันทุกๆวันนี้อาจจะทำให้เกิดบาดเจ็บบริเวณ ข้อเข่า ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อส่วนนั้นอาจจะยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ หรืออาจจะเกิดจากความเครียดที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อส่วนนั้นที่ถูกใช้นานๆ ไม่ได้พักผ่อน การทำการยืนเส้นยืดสาย หรือ Stretching สามารถลดความเครียดภายในเนื้อเยื่อต่างๆได้ และแน่นอนโอกาสของการบาดเจ็บก็ลดลง นอกจากนี้ ใครๆก็รู้ว่า วิ่งนี้มีแรงกระแทกสูง (High impact) ***จะถูกกระแทกทุกวัน มันก็จะเหลืออดเหลือทนเอาได้ ก็ลองสลับมาออกกำลังกายประเภท Low impact บางเป็นไร อย่าง การปั่นจักรยาน หรือ เต้นแอร์โรบิค หรือแม้แต่การใช้เครื่อง Elliptical Trainer ก็สร้างความสุขจากการเรียกความฟิต ได้เหมือนกัน
- เมื่อคุณได้รับการบาดเจ็บจากการวิ่ง บางคนนะครับ ชอบดูหนังญี่ปุ่นสมัยก่อน อย่างพวก ยอดหญิงสิงห์เทนนิส หรือ เรื่องของ จุง โคชิกะ (วอลเล่ย์บอล) ที่มันจะมีโค้ชโหดๆฝึกสอนแบบไม่ต้องพักต้องผ่อน หากเกิดเจ็บขึ้นมา ก็หาว่าสำออย ต้องฮึดสู้ สมกับเป็นเลือดบูชิโด อย่ากระนั้นเลย เราคนไทยแท้แต่โบราณ ไม่ต้องบ้าตามนั้น หากบาดเจ็บก็พักครับ แต่ไม่ใช่นอนอย่างเดียว หันมาออกกำลังกายแบบ Low impact เพื่อรักษาระดับความฟิตที่สร้างสมมาเป็นแรมปีไว้ ปั่นจักรยานยังเป็นสิ่งที่ขอแนะนำ แต่ก็อีกหลายอย่างนี้ครับที่พอเล่นได้ ว่ายน้ำ เดิน หรือ โยคะ
- ***การวิ่งนี้มันก็มี Limit ของมัน ไม่มีใครหรอกครับที่จะวิ่งมาราธอน หรือ ฮาล์ฟมาราธอนได้ทุกวัน อย่างมากที่สุด คือ วิ่งประมาณ 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ วันละประมาณ 2 ชั่วโมง ใครวิ่งเกินนี้ โอกาสเจ็บมีเยอะ แต่หากคุณว่า 2 ชั่วโมงมันน้อยไป คุณก็มาเล่นกีฬาอย่างอื่นที่มันไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเข้าไปด้วย แน่นอน จะอะไรเสียอีกละ ว่ายน้ำ หรือไม่ก็ปั่นจักยานสิครับ จะทำให้เรามีศักยภาพทางความฟิตสูงขึ้น โดยปราศจากการบาดเจ็บ
- การยืดเส้นยืดสาย หรือ Stretching สร้างประสิทธิภาพในการวิ่งมากขึ้น เพราะทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่นสูง (Flexibility) โดยการลดแรงต้ายภายในกล้ามเนื้อของคุณให้ลดลง
ถึงแม้การวิ่งจะดีที่สุด แต่ก็ไม่ควรตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างเดียว ควรแบ่งช่วงการออกกำลังกายเป็นอย่างอื่นด้วย เช่นตารางง่ายๆข้างล่างนี้
วันจันทร์ - วิ่ง
อังคาร - ปั่นจักยาน
พุธ - วิ่ง
พฤหัส - ว่ายน้ำ
ศุกร์ - Stretching
เสาร์ - วิ่ง
อาทิตย์ - ไปชอปปิ้ง (พักบ้างสิ)
มีความสุขจากการวิ่งนะครับ
|
|