ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

ประวัตฺของโรงพยาบาล

โรงบาลทหารเรือตั้งวันที่เท่าไร

โดยคุณ รเกนดรเ Mail to รเกนดรเ (203.153.175.110) [08 ก.พ. 2549 เวลา 20:57]




โดยคุณ สุวิทย์ เชียงใหม่ Mail to สุวิทย์ เชียงใหม่ (61.7.138.125) [09 ก.พ. 2549 เวลา 08:17] #45645 (1/5) สุวิทย์ เชียงใหม่'s Profile

โรงพยาบาลทหารเรือ กรุงเทพ ฯ โทร. 02-4112191

ลองโทรไปถามครับ




โดยคุณ tsdk (210.1.6.193) [09 ก.พ. 2549 เวลา 09:09] #45651 (2/5)

โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
๕๐๔ ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐ โทร. ๐-๒๔๖๐-๐๐๐๐
http://www.pinklao.go.th/

ประวัติ
โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า



เมื่อปี พ.ศ.2475 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง นาวาตรี หลวงสินธุ์ สงครามชัย (ยศและบรรดาศักดิ์ขณะนั้น รับตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือ (ภายหลังคือ พลเรือเอก สินธุ์ กมลนาวิน) และเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ มีนโยบายที่จะพัฒนากองทัพเรือให้ก้าวหน้าทันสมัยทัดเทียมนานาอารยประเทศ และได้พิจารณาเห็นว่าการที่จะพัฒนากำลังรบอย่างเดียวไม่เป็นการเพียงพอ จำเป็นจะต้องพัฒนาด้านสนับสนุนกำลังรบควบคู่ไปด้วย ทหารต้องมีพลานามัยที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจจึงจะบรรลุเป้าหมายได้ จึงควรจะพัฒนาทางด้านการแพทย์ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ในขณะนั้นการแพทย์ของทหารเรือยังเจริญล้าหลังอยู่มากในขณะนั้นการแพทย์ของทหารเรือยังเจริญล้าหลังอยู่มาก แพทย์มีจำนวนน้อย วิธีที่จะสร้างความเจริญให้แก่การแพทย์ของทหารเรือ คือจะต้องเสาะแสวงหาผู้ที่เหมาะสมมาเป็นผู้นำทางการแพทย์ ท่านจึงได้หาทางชักชวน นายแพทย์ เล็ก สุมิตร ซึ่งเดิมเป็นศัลยแพทย์อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช และเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถให้เข้ามารับราชการในกองทัพเรือ เป็นผู้บังคับกองเสนารักษ์ทหารเรือรับพระราชทานยศเป็นนาวาตรี นายแพทย์ เล็ก สุมิตร รับราชการต่อมาจนในที่สุดรับตำแหน่งแพทย์ใหญ่ทหารเรือ รับพระราชทานยศเป็น พลเรือตรี พลเรือเอกสินธุ กมลนาวิน ได้ประชุมปรึกษากับแพทย์ใหญ่ทหารเรือและแพทย์อาวุโสขณะนั้นเพื่อหาทางปรับปรุงกิจการแพทย์ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ในที่สุดได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าต้องหาที่ตั้งโรงพยาบาลทหารเรือเสียใหม่ ซึ่งเดิมโรงพยาบาลทหารเรือตั้งอยู่บริเวณปากคลองมอญ ธนบุรี มีสถานที่คับแคบไม่สามารถขยายอาณาเขตออกไปได้อีก และอยู่ในเขตยุทธศาสตร์ไม่ปลอดภัยจากการถูกโจมตีได้ในยามสงคราม ในที่สุดได้ตกลงเลือกเอาพื้นที่ที่ตำบลบุคคโล ที่ดินดังกล่าวอยู่ติดทางไปป้อมพระจุลจอมเกล้า ซึ่งมีหน่วยของทหารเรือตั้งอยู่ และอยู่ใกล้กับคลองสำเหร่สะดวกแก่การขนย้ายผู้ป่วยจากเรือรบหลวงด้วย ดังนั้นจึงได้ดำเนินการขอออกพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดินบริเวณนี้ จำนวน 250 ไร่

พ.ศ.2487 พลเรือตรี เล็ก สุมิตร เชิญนายฮิลลี่ ซึ่งเป็นผู้ออกแบบโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นผู้ร่วมคิดออกแบบวางแผนผัง และได้สร้างหุ่นจำลองขึ้น มีโครงสร้างเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ สามารถรับผู้ป่วยได้ 1,100 เตียง ผลจากสงครามมหาเอเซียบูรพาซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2484 งบประมาณต่างๆ ถูกจำกัด โครงการต่างๆ ไม่อาจดำเนินไปได้ตามความมุ่งหมาย แม้สงครามสงบแล้วก็ไม่มีทางจะสร้างโรงพยาบาลได้ ราษฏรเจ้าของที่ดินได้ฟ้องร้องเรียกที่ดินคืนเป็นบางส่วนคงเหลือที่ดินอยู่เพียง 122 ไร่ 2 งาน เท่านั้น ซึ่งแต่เดิมในที่ 122 ไร่ เศษนี้มีที่ดินตรงบริเวณที่สร้างตึกรังสีและบริเวณใกล้เคียงอีกประมาณ 16 ไร่ เป็นที่ดินของราษฎร กองทัพเรือจึงได้ขอซื้อที่ดินดังกล่าวมารวมเพื่อให้เป็นผืนเดียวกัน พ.ศ.2491 ผู้บังคับบัญชากรมแพทย์ทหารเรือในสมัยต่อมาได้สานโครงการที่เริ่มไว้ตลอดมา

พ.ศ.2495 ได้เริ่มสร้างตึกต่างๆ โดยสร้างตึกอำนวยการ 1 หลัง ตึกสูตินรีเวชกรรม 1 หลัง บ้านพักแพทย์ 2 หลัง เรือนพักพยาบาลแถวละ 10 ห้อง 2 แถว คลัง โรงครัว โรงซักฟอก ที่เก็บศพ โรงรถ ที่พักเยี่ยมญาติ ส่วนอาคารสโมสรเป็นเรือนไม้ได้มาพร้อมกับการเวนคืนที่ดินซึ่งเดิมเป็นส่วนเทศบาล

พ.ศ.2498 นาวาโทสนิท โปษะกฤษณะ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่สร้างใหม่แห่งนี้โดยเรียกชื่อว่า " โรงพยาบาลทหารเรือบุคคโล "

27 มีนาคม 2500 เวลา 14.00 น. ได้เปิดโรงพยาบาลเป็นทางการ ในระยะแรกมีปัญหาต่างๆ มากมาย ขาดเครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆ จำนวนบุคลากรมีน้อยมาก โดยเฉพาะพยาบาลหญิงมีเพียง 10 คนเท่านั้น

11 พฤศจิกายน 2502 เป็นปีที่ได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนชื่อจากโรงพยาบาลทหารเรือบุคคโล เป็น " โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า " ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม การที่ขออนุมัติเปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเทอดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทรงมีพระเกียรติยศเสมอด้วยพระเจ้าแผ่นดินในรัชกาลที่ 4 ในการนี้สมเด็จพระมหาวีรวงค์ เจ้าอาวาสวัดมงกุฎกษัตริยาราม ได้มาเจิมป้าย และต่อมาได้สร้างตึกพิเศษเพิ่มขึ้น 1 หลัง เป็นอาคาร 2 ชั้น รับผู้ป่วยได้ 10 ห้อง และทำทางไปเชื่อมตึกเก่าที่มีอยู่เดิม

พ.ศ.2505 กองทัพเรือขออนุมัติเงินจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อสร้างตึกรังสีวิทยา เป็นตึก 2 ชั้น เป็นเงินทั้งสิ้น 2,050,000 บาท

พ.ศ.2506 ได้ย้ายกองบังคับการกรมแพทย์ทหารเรือมาเปิดที่ทำการที่ตึกรังสีวิทยาชั้นบน

พ.ศ.2507 คณะกรรมการแพทย์ได้พิจารณารับรองให้โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าเป็นโรงพยาบาลฝึกหัดแพทย์ที่จบใหม่ จำนวนเตียงในตอนแรก 180 เตียงที่มีอยู่แม้จะพอเป็นที่ฝึกหัดแพทย์ได้ แต่ยังไม่เหมาะสม เนื่องจากตอนเปิดโรงพยาบาลปีแรกๆ เปิดเพียงแผนกคลอดบุตร โรคเฉพาะสตรี และเด็กเท่านั้น ดังนั้นจึงได้ขยายให้มีเตียงทางอายุรกรรมและศัลยกรรมชายและหญิงเพิ่มขึ้นอีก 200 เตียง

10 ธันวาคม 2507 เนื่องจากท่านที่เคารพและบูชาในพระเกียรติคุณและพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวได้รวบรวมเรี่ยไรเงินกันเพื่อจัดสร้างพระบวรราชอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมแพทย์ทหารเรือได้ว่าจ้างกรมศิลปากรทำการหล่อพระรูปของพระองค์ท่าน ในราคา 21,000 บาท เพื่อประดิษฐานไว้ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ส่วนพระแท่นฐานรองรับพระรูปนั้น นายประวัติ มงคลชัย เป็นผู้ออกแบบให้โดยมิได้คิดมูลค่าแต่ประการใด ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2507 พร้อมกับเปิดตึกรังสี โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี จอมพล ถนอม กิตติขจร มาเป็นประธานในพิธี พระบวรราชอนุสาวรีย์สร้างด้วยหินอ่อนของประเทศไทย รวมค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมดเป็นเงิน 126,426 บาท

7 มกราคม 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่นพิทยาลาภพฤติยากร เสด็จแทนพระองค์มาทรงเปิดพระบวรราชอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในปัจจุบัน โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าได้ขยายขีดความสามารถและสร้างอาคารต่างๆ เพิ่มเติมจนเป็นโรงพยาบาลทั่วไปที่มีขนาด 750 เตียง นอกจากจะใช้เป็นที่รักษาทหารในยามสงบและยามสงครามแล้ว ยังเป็นที่ค้นคว้าและวิจัยทางการแพทย์ ช่วยเหลือครอบครัวทหารและให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป




โดยคุณ ทหารบ้าน Mail to ทหารบ้าน (10.9.3.129) [09 ก.พ. 2549 เวลา 09:27] #45656 (3/5) ทหารบ้าน's Profile

โอ้โฮละเอียดยิบ งั้นถามมั่งโรงพยาบาลทหารบกแห่งแรกตั้งที่ไหนครับผม



โดยคุณ เอกชัย Mail to เอกชัย (58.64.123.65) [09 ก.พ. 2549 เวลา 09:32] #45657 (4/5) เอกชัย's Profile




การแพทย์ทหารเรือก่อกำเนิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทราบแน่ชัด เพราะยังไม่พบหลักฐานการก่อตั้ง แต่สันนิษฐานว่าเริ่มพร้อมกับการทหารเรือไทยซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อ พุทธศักราช ๒๓๙๔ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ เนื่องจากเชื่อกันว่าทหารต้องมีแพทย์คอยช่วยเหลือรักษาพยาบาล แต่การแพทย์ทหารคงยังไม่ได้รับการยกย่อง ไม่มีบทบาทสำคัญ และยังไม่เป็นหน่วยแพทย์ชัดเจน


ภายหลังกรมพระราชวังบวรสถานมงคลทิวงคตไปแล้ว ได้มีการจัดระเบียบการปกครองบังคับบัญชากองทหารเสียใหม่ เพราะเดิมระเบียบแบบแผนของกรมกองทหารต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริปรับปรุงการทหารใหม่ และทรงสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการทั่วไปในกรมทหาร (Commander in ? Chief) ตามแบบโบราณราชประเพณี พร้อมกับประกาศจัดการทหาร เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๔๓๐ โดยจัดตั้ง ?กรมยุทธนาธิการ? ซึ่งประกอบด้วย ?กรมทหารบก? และ ?กรมทหารเรือ?


ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติจัดการกรมยุทธนาธิการ พุทธศักราช ๒๔๓๓ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๓๓ ยกเลิกประกาศจัดการทหารเมื่อ พุทธศักราช ๒๔๓๐ และเปลี่ยนจากกรมยุทธนาธิการเป็น ?กระทรวงยุทธนาธิการ? โดยแบ่งเป็นสองกรมคือ กรมทหารบกและกรมทหารเรือ และได้มีการสถาปนาหน่วยแพทย์เป็นทางการขึ้น ทำให้การแพทย์ทหารเรือมีลักษณะเป็นหน่วยแพทย์ชัดเจนเป็นครั้งแรกตั้งแต่นั้นมา โดยมีอัตราในโรงพยาบาลทหารเรือดังนี้ สารวัตร ๑ รองสารวัตร ๑ นายแพทย์ ๑ ผู้ช่วยนายแพทย์ ๑ นายสิบพยาบาล ๑ นายสิบภัณฑกิจ ๑ และมีประกาศแต่งตั้งข้าราชการเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๔๓๓ (ร.ศ.๑๐๙) ให้ นายทั่งเป็นสารวัตรใหญ่โรงพยาบาลทหารเรือ (ยศนายร้อยเอก) นายเหลี่ยมเป็นรองสาวัตรใหญ่ นายฟักเป็นนายแพทย์ และนายเวกเป็นผู้ช่วยนายแพทย์ ส่วนตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่ยังว่างอยู่ จากลักษณะการประกาศดังกล่าวสันนิษฐานว่า หน่วยแพทย์ทหารเรือในขั้นเริ่มแรกมีชื่อว่า ?โรงพยาบาลทหารเรือ? เป็นโรงพยาบาลมีที่ตั้งอยู่ ณ วัดระฆังโฆสิตาราม ตำบลวังหลัง จังหวัดธนบุรี ส่วนที่บัญชาการทหารเรือตั้งอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


ผมไม่แน่ใจโรงพยาบาลทหารเรือ กับ โรงพยาบาลพระปิ่นเกล้าใช่ที่เดียวกันหรือไม่ เพราะชาวบ้านจะเรียกโรงพยาบาลทหารเรือ




โดยคุณ บุญญวรรณ (110.164.121.198) [11 พ.ย. 2552 เวลา 18:56] #440829 (5/5)

โรงพยาบาลพระปิ่นเกล้าบรรยากาศดีมากเเละสวยมาก



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ
ความคิดเห็น
โดย   ต้องเป็นภาษาไทยเท่านั้น                                                             Password (สำหรับสมาชิก)  
แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


เลือกรูป ขนาดห้ามเกิน 100 kb
: : เพื่อเป็นการป้องกันการสแปมจากลิ้งเวบไซท์ที่ไม่เหมาะ รบกวนผู้ตอบกระทู้ที่ไม่ได้ล็อกอิน กรุณากรอกตัวเลขที่มองเห็นจากภาพด้านล่างก่อนกดปุ่มส่งคำตอบ หากกรอกตัวเลขไม่ตรงกับภาพที่มองเห็นระบบจะให้กลับมากรอกใหม่ : :



Reload Image

กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ เพื่อสังคมเว็บบอร์ด


[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]