ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |








ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

ทำไมผมจึงรู้สึกเหนื่อยเร็ว...เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนๆที่ร่วมวิ่งด้วยกัน

อยากจะเรียนถาม พี่เบญ/พี่ชอนตะวันครับ ว่า
ทำไมเวลาที่ไปซ้อมวิ่งกับรุ่นพี่ในสวนลุม
ผมจึงรู้สึกเหนื่อยเร็ว
สาเหตุมาจาก ปอดของผมมีขนาดเล็กกว่าของคนอื่นใช่หรือไม่ ?
มีวิธีหรือเทคนิคอย่างไร ในการฝึกเพื่อขยายความจุปอด ครับ

ขอบคุณครับ

โดยคุณ นักวิ่งในสวนลุม (58.8.180.193) [03 ก.ค. 2549 เวลา 13:10]




โดยคุณ deomaster (124.121.183.32) [03 ก.ค. 2549 เวลา 22:43] #71403 (1/4)

วิ่งไม่ถึงเหรอป่าวหว่า เหมือนผมเมื่อก่อนก็สงสัยทำไมวิ่งได้น้อยจังหว่า500เมตรนี่หอบยังกะวิ่งสัก 10กิโล 5 5 5 ทั้งที่คิดว่าตัวเองแข๊งแรงพอ เอิ๊กๆ ปัจจุบันก็วิ่งเรื่อยๆคับ เด๋วก็ถึกเองอ่ะ เวลาสำคัญที่สุด อิอิ

แม่จ๊านู๋วิ่งเกิน 5กิโลได้แว้ว



โดยคุณ เบญ (58.8.25.133) [04 ก.ค. 2549 เวลา 13:45] #71553 (2/4)

ไปวิ่งกับพวกที่ซ้อมมานานหรือเก่งแล้วใช้ไหมครับ เพราะเห็นเรียกว่า รุ่นพี่ ถ้างั้นก็เรื่องปกติครับ ความฟิตมันอยู่ที่การฝึกซ้อมสะสมด้วย คุณยังวิ่งตามได้แม้จะเหนื่อยมาก คงไม่เกี่ยวกับปอดเล็กหรอกครับ

ขออธิบายเป็นทฤษฎีซะหน่อย (ซึ่งผมได้อธิบายบ่อยๆ ซึ่งนักวิ่งควรทำความเข้าใจ) ดังนี้
การวิ่งในระบบแอโรบิก (ใช้ออกซิเจนในการสร้างพลังงาน) เรายังหายใจเอาออกซิเจนไปใช้พอ สังเกตได้จากเรายังหายใจได้สบาย จนถึงขั้นที่อาจจะหายแรงขึ้นหน่อย แต่ยังไม่ขั้นหอบจนพูดไม่ไหว
แต่พอเราเร่งความเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ (ต้องใช้พลังงานมากขึ้นๆ) จนถึงจุดหนึ่ง ซึ่งขอเรียกว่าจุด "ปริ่มขอบ" แต่พอเลยจุดนี้ไปก็จะเข้าสู่ระบบแอนแนโรบิก (ไม่ใช้ออกซิเจนในการสร้างพลังงาน) คือเมื่อเราเริ่มหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปไม่พอ สังเกตได้จากอาการหอบจนพูดไม่ไหว ร่างกายเราต้องสร้างพลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจนมาเสริม ซึ่งร่างกายเราก็จะเริ่มมีการสะสมของกรดแลกติก (ผลพลอยได้จากการออกกำลังกาย แต่ถ้าเราหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปพอ ก็จะกำจัดมันได้ทัน แต่เมื่ออกซิเจนไม่พอ เราก็เริ่มสะสมกรดแลกติก ในกระแสเลือดและกล้ามเนื้อของเรา) ทำให้เรารู้สึกล้าเหมือนหมดแรงได้ แต่พอผ่อนความเร็วลงและได้รับออกซิเจนพอ เราก็จะรู้สึกเหมือนมีแรงขึ้นมาใหม่ เหมือนมีก๊อก 2 ได้

การเป็นนักวิ่งระยะกลาง-ไกล ควรมีฐานจากการซ้อมในระบบแอโรบิกมาเป็นอย่างดี ก่อนจะเสริมการฝึกในระบบแอนแนโรบิก เช่น พวกคอร์ทอินเตอร์วาล

การฝึกแบบที่เรียกว่า Tempo เป็นการฝึกในระบบแอโรบิกที่จุดปริ่มขอบ เกินไปนิดต่ำมาหน่อยก็ไม่ว่ากัน (อย่างน้อย 20-40 นาที) จะช่วยพัฒนาจุดปริ่มขอบของเราให้สูงขึ้นไปได้ ซึ่งหมายถึงเราจะสามารถเหนื่อยเท่าเดิมแต่วิ่งได้เร็วกว่าเดิม จึงขอให้ฝึกในระบบนี้บ่อยๆ จะช่วยได้

ส่วนการฝึกคอร์ทอินเตอร์วาล (เช่น วิ่งเร็ว 400 เมตร 7-15 เที่ยว เป็นต้น) ซึ่งเป็นการฝึกในระบบแอนแนโรบิกนั้น เป็นการฝึกให้ร่างกายเราทนต่อกรดแลกติกมากขึ้น (ทนต่อการเป็นหนี้ออกซิเจน) ถ้าเราทนได้มากขึ้น ก็ย่อมทำให้เราวิ่งได้เร็วขึ้นในภาพรวม

อย่างไรก็ตาม การจะมาเริ่มฝึกคอร์ทอินเตอร์วาล นอกจากต้องสร้างฐานแอโรบิกมาอย่างดีแล้ว ก็ต้องฝึกความแข็งแรงของร่างกายมารองรับด้วย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาซึ่งเราต้องใช้แรงมากขึ้น การฝึกแบบง่ายๆ เช่น (ให้ฝึกอย่างน้อยสักเดือนก่อนมาเริ่มลงคอร์ทอินเตอร์วาล) การฝึกวิ่งเร็วในระยะสั้นๆ ก่อน เช่น 100 เมตร 5-10 เที่ยว ซึ่งสามารถฝึกได้ทุกวัน ไม่หนักเกินไป แต่ให้เน้นที่การจัดท่าทางการวิ่งให้ดีก่อน อย่างเพิ่มไปเน้นที่ความเร็ว ปรับท่าวิ่งให้มีประสิทธิภาพ ประหยัดแรง ตอนวิ่งเราต้องรู้สึกผ่อนคลายให้มากที่สุด ตัวตั้งตรง ไม่โยกเยก เป็นต้น ซึ่งก้จะช่วยเราให้ไปได้เร็วขึ้นอีก



โดยคุณ นักวิ่งในสวนลุม (58.8.187.112) [04 ก.ค. 2549 เวลา 16:09] #71573 (3/4)

ขอบคุณมากครับพี่เบญ




Error5