ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |








ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

ถามพี่เบญ/ชอนตะวัน....จุดศูนย์ถ่วงในขณะวิ่ง

พี่ ๆ แนวหน้าที่สวนลุม
บอกว่า ถ้าผมอยากจะวิ่งให้ดีขึ้นและเร็วขึ้น
ให้ปรับจุดศูนย์ถ่วงในขณะวิ่งใหม่

ผมสอบถามไป หลาย ๆ ท่านอธิบายมา เช่น
การแกว่งแขน การวางเท้า ฯลฯ

ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี


อยากถามว่า จุดศูนย์ถ่วงในขณะวิ่ง ควรอยู่ที่ตรงไหน อย่างไร
และมีวิธีการฝึกฝนอย่างไรครับ

ขอบคุณมากครับ




โดยคุณ นักวิ่งในสวนลุม (58.8.186.148) [24 ส.ค. 2549 เวลา 17:28]




โดยคุณ ชอนตะวัน (125.24.133.8) [25 ส.ค. 2549 เวลา 09:15] #81981 (1/4)

คุณนักวิ่งในสวนลุม ลองอ่านบทความที่ผมเขียนไว้เมื่อวันที่ 3/5/49 ดูนะครับ
ย้อนไปเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) ผมได้ลงบทความเรื่อง "การแกว่งแขน" เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าท่าวิ่งที่ดีหรือถูกต้อง ย่อมทำให้เราวิ่งได้เร็วขึ้น นานขึ้น และประหยัดพลังงานได้ดีขึ้น เป็นต้น จะเห็นว่านักวิ่งแนวหน้าที่วิ่งสวนเรามาในสนามแข่งนะ เขาก็เหนื่อยนะครับ แต่เขาวิ่งพลิ้วดูเสมือนว่าไม่เหนื่อยท่าวิ่งก็ดูสวยงามมาก เหล่านี้เกิดจากการฝึกวิ่งที่ถูกต้อง ตั้งแต่ ท่าทางในการวิ่ง โปรแกรมในการซ้อม เป็นต้น เรามาลองดูนะครับว่า ขณะที่เราวิ่งไปนั้น "จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายขณะวิ่ง (Center of Gravity) " อยู่ตรงไหน ที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ความแตกต่างของระดับจุดศูนย์ถ่วง ของร่างกายในขณะวิ่งจะเกิดขึ้นมากกว่าในขณะเดินประมาณ 5-6 เซนติเมตร ส่วนปฏิกิริยาของแรงดันย้อนกลับทุกจังหวะที่เท้าสัมผัสพื้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งหรือการเดินก็ตาม จะมีค่าเฉลี่ยใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 2 เท่าของน้ำหนักตัว แต่เนื่องจากการเดินหรือการวิ่งเหยาะ(Jogging) ก่อให้เกิดปฏิกิริยาของแรงดันย้อนกลับระหว่างเท้ากับพื้นในแนวดิ่งเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เกิดแรงกระแทก แรงเสียดทาน ตลอดจนแรงส่งตัวขึ้นในแนวตั้งมากกว่าแนวเฉียงหรือแนวนอน เป็นผลให้การเคลื่อนไหวที่ไม่อาจกระทำได้รวดเร็วเช่นการวิ่ง การที่จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงระดับความสูงต่ำในขณะวิ่ง ย่อมมีผลกระทบต่อความสมดุลและความมั่นคงในการทรงตัวตลอดจนถึงความเร็วในการวิ่ง การแกว่งปลายแขนให้เฉียงเข้าหาด้านในของตัวและการปรับมุมลำตัวให้โน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย จึงเป็นการช่วยปรับระดับจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและช่วยควบคุมจุดศูนย์ถ่วงให้อยู่ในแนวหรือระดับที่ต้องการ จะทำให้โอกาสที่จะเสียการทรงตัวขณะเร่งความเร็วในการวิ่งน้อยลงไป ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่มั่นคงและความเร็วในการวิ่งได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากโปรแกรมฝึกซ้อมที่เหมาะสมแล้ว การsetท่าวิ่งให้ถูกต้องก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เกื้อหนุนให้ วิ่งได้อย่างสนุกสนาน เร็ว ประหยัดแรงอีกด้วย ลองนำฝึกดูนะครับ ขอบคุณนะครับ



บทความนี้รวบรวมจากหนังสือการฝึกกรีฑา

โดย...ชอนตะวัน 3พ.ค.49




โดยคุณ นักวิ่งในสวนลุม (58.8.191.11) [25 ส.ค. 2549 เวลา 11:15] #82033 (2/4)

การแกว่งปลายแขนให้เฉียงเข้าหาด้านในของตัว

และการปรับมุมลำตัวให้โน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย

จึงเป็นการช่วยปรับระดับจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

และช่วยควบคุมจุดศูนย์ถ่วงให้อยู่ในแนวหรือระดับที่ต้องการ

จะทำให้โอกาสที่จะเสียการทรงตัวขณะเร่งความเร็วในการวิ่งน้อยลงไป

ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่มั่นคงและความเร็วในการวิ่งได้ดียิ่งขึ้น


ขอบคุณครับ




โดยคุณ เบญ (61.47.117.177) [25 ส.ค. 2549 เวลา 11:15] #82034 (3/4)

ผมคิดว่า ลำตัวควรตั้งตรง และตั้งฉากกับพื้นหรือโน้มไปข้างหน้าได้บ้างเล็กน้อย ขณะวิ่งลำตัวก็ควรจะตั้งตรงเช่นเดิม ไม่ควรโยกไปมา ไม่ควรโยกขึ้นลง (โยกได้เล็กน้อยให้เป็นธรรมชาติ ไม่ถึงกับต้องเกร็งแข็ง จะต้องผ่อนคลายด้วย) การที่ตัวจะตั้งตรงได้ ก็ต้องใช้การแกว่งช่วงสร้างสมดุลแทนการโยกตัว การแกว่งแขนก๋ให้หัวไหล่เป็นจุดหมุน งดแขนประมาณ 90 องศา (ไม่ต้องเป๊ะ ให้เป็นธรรมชาติ และผ่อนคลาย) ไหล่ปล่อยสบายๆ กำมือเพียงหลวมๆ (ผ่อนคลาย)

ส่วนท่าทางการวิ่ง และการวางเท้า มันขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วย อย่างบางคนเวลาวิ่ง ดูก้นจะหย่อนลงมา นั่นเพราะกล้ามเนื้อบางส่วนยังไม่แข็งแรง และถ้าไม่ได้ฝึก ก็จะทำให้เขาวิ่งท่านั้นไปตลอด ส่วนการวางเท้า พวกที่เคยฝึกวิ่งระยะสั้น กล้ามเนื้อน่องเขาจะค่อนข้างแข็งแรง เพราะต้องฝึกวิ่งปลายเท้ามาก่อน

สำหรับการฝึก เราก็ต้องฝึกปรับท่าวิ่งเร็วในระยะสั้นๆ ก่อน โดยเน้นที่การจัดท่าทางการวิ่งให้ดี ให้มีประสิทธิภาพ ก่อนจะไปเน้นที่ความเร็ว อย่างการลงเท้า ก็ต้องฝึกเน้นใช้แรงส่งจากปลายเท้ามากขึ้น ให้เข้าจังหวะการวิ่งด้วย คือต้องประสานงานกับกล้ามเนื้อมัดอื่นๆ ด้วย เช่น ปลายเท้าถีบตัวไปช่วงต้นขาไปจนถึงก้นหรือสะโพก ก็จะแรงส่งประสานกันพอดี เป็นต้น

อาจต้องเล่นเวทหรือทำกายบริหารเพื่อสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วย ซึ่งกล้ามเนื้อที่ใช้ในการวิ่งเร็วนั้น ได้แก่ช่วงต้นขาด้าน ด้านหลังไปจนถึงก้น (เอาหลังเผื่อด้วย) กล้ามท้องด้านหน้า ด้านข้าง และก็น่องด้วยสำหรับการใช้แรงส่งจากปลายเท้า ก็ต้องหาท่าที่ที่เน้นสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อเหล่านี้ แต่ก็ควรฝึกมัดอื่นทั่วๆ ไปด้วย

การลงเท้า (ตอนฝึกวิ่งระยะสั้นๆ) อาจลองปรับเป็นการวิ่งด้วยปลายเท้า หรือลงเต็มเท้าพร้อมกันแล้วมีแรงส่งจากปลายเท้าออกไปพอดีๆ

ยังมีท่าทางการฝึกพัฒนากล้ามเนื้อขาสำหรับการวิ่งอีก เช่น การฝึกซ้อยขาเร็ว ทั้งเข่าต่ำ เข่าสูง โดยใช้ปลายเท้าเป็นตัวกระเด้ง ท่าเตะก้นด้วยปลายเท้า ทำสัก 20 เมตร ก็สไตรดออกไป ท่าพวกนี้คุณชอนตะวันจะเชี่ยวชาญกว่าผมอีก



Error5