ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

การทำบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ...

มีเศรษฐีอยู่คนหนึ่งอาศัยอยู่ในชมพูทวีป เศรษฐีมีลูกชายอยู่หนึ่งคน
ต่อมาไม่นานลูกชายของเขาก็ได้รับความตายเนื่องจากอาการป่วยเป็นโรค
ชายคนนี้นำร่างของลูกชายนี้ไปฝั่งในป่าช้าแห่งหนึ่ง ....
แล้วให้นางทาสี(ทาสหญิง) นำอาหารไปให้ที่หลุมฝั่งศพทุกวัน...
ด้วยความรักและความเป็นห่วงว่า..ลูกชายนี้เมื่อตายไปอยู่ในปรโลก แล้วจะไม่มีอะไรดื่มกิน

เศรษฐีได้ให้นางทาสีนำอาหารไปให้ลูกชายที่หลุมศพทุกวันนี้อยู่ถึง 20 ปี
นางทาสีได้นำอาหารไปให้ที่หลุมศพของบุตรชายท่านเศรษฐีไม่เคยขาด

จนกระทั่งวันหนึ่ง ......เกิดฝนตกหนัก....
น้ำท่วมไหลเชี่ยวนางทาสีไม่สามารถเดินทางสัญจรไปยังที่ป่าช้าหลุมศพได้
จึงไม่สามารถนำอาหารไปให้กับบุตรชายของเศรษฐีที่หลุมศพได้
และนางก็ไม่กล้าที่จะนำอาหารกลับไปที่บ้านของท่านเศรษฐี..เพราะกลัวว่าจะถูกตำหนิติเตียน...
แต่นางก็ได้เห็นพระภิกษุรูปหนึ่งกำลังเดิน บิณฑบาต ...ท่านมีนามว่าพระมหากัสป
นางจึงคิดว่า จะนำอาหารชั้นดีนี้ ที่จะนำไปให้แก่หลุมศพของบุตรชายท่านเศรษฐีไม่ได้แล้ว
ควรนำมาถวายบิณฑบาตแก่พระภิกษุดีกว่า...
เมื่อนางถวายอาหารแล้ว ?บุญ?ได้เกิดขึ้นกับนาง ..
แต่นางได้ระลึกถึงบุตรชายของเศรษฐีให้ได้มีความสุขมีอาหารกินอิ่มบริบูรณ์

เมื่อพระมหากัสปได้รับบิณฑบาตแล้วท่านจึงกล่าวคำอนุโมทนาเป็นคาถาว่า

?ยถา วาริวหา ปูรา ปริปุเรนฺติ สาครํ เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกัปติ.....? ...

แปลว่า...ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสมุทรสาครให้บริบูรณ์ได้ฉันใด..
ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วในวันนี้ย่อมสำเร็จประโยชน์เกื้อ***ลแก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้วได้ฉันนั้น.....

คือท่านเปรียบเทียบน้ำที่ท่วมเต็มนี้(ตรงนั้นมีน้ำท่วม)เปรียบเสมือนบุญ..
สามารถอุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วได้ .....

ในคืนนั้นเอง บุตรชายของเศรษฐีได้รับส่วนบุญส่วนกุศลเป็นครั้งแรก ....
จึงเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ ไปเข้าฝันบิดา ....
ท่านเศรษฐีนอนหลับฝันเห็นบุตรชายของตน บุตรชายของท่านเศรษฐีเข้าฝันบิดา บอกว่า....
ลูกไม่ได้กินอะไรเลยมา20 ปีแล้ว...... ได้รับความหิวโหยเรื่อยมา ทำไมถึงพ่อไม่นำอาหารมาให้กินบ้างเลย พึ่งจะมาได้รับอาหารเมื่อวันนี้เอง เป็นครั้งแรก....
รู้สึกถึงความอิ่มขึ้นมา ขอให้พ่อได้นำอาหารมาให้ลูกเป็นประจำด้วย .....

เศรษฐีจึงเกิดความสงสัยว่า...อาหารที่นำไปให้ลูกทำไมถึงไม่ได้
จึงไปถามกับนางทาสีว่า....นางนำอาหารไปที่ไหนถึงลูกชายไม่ได้กิน....

นางตอบว่า นางได้นำอาหารไปให้ที่หลุมศพของบุตรชายท่านเศรษฐีทุกวันไม่เคยขาด...
ก็มีแต่วันนี้เท่านั้น..ที่ฝนตกน้ำท่วมไม่สามารถเดินทางไปที่หลุมศพได้..
จึงไปถวายพระภิกษุเป็นบิณฑบาต

เศรษฐีจึงเกิดความเข้าใจในการทำบุญอุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
จึงนำอาหารไปถวายแก่พระภิกษุด้วยตัวเองทุกๆวัน ....
บุตรชายของท่านเศรษฐีจึงได้รับส่วนบุญนี้ทุกๆวัน

โดยคุณ อ.เปา (203.107.192.253) [20 เม.ย. 2548 เวลา 14:02]




โดยคุณ ตุ่มปุ๊ก Mail to ตุ่มปุ๊ก (203.147.28.94) [20 เม.ย. 2548 เวลา 15:41] #5966 (1/7) ตุ่มปุ๊ก's Profile - ICQ - -




โดยคุณ โรจน์บางขุนเทียน Mail to โรจน์บางขุนเทียน (202.133.135.136) [20 เม.ย. 2548 เวลา 20:05] #5994 (2/7) โรจน์บางขุนเทียน's Profile

อันนี้เขาเรียกว่า หลง ไม่รู้จริง เมื่อเรายังไม่รู้ถึงปัญหา และวิธีแก้ปํญหา จึงยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้ถูกต้องได้ เหมือนคนตาบอด พระพุทธเจ้าจึงสอนไว้ว่า กิเลส3อย่าง มี โลภ โกรธ หลงไม่รู้จริง ตัวหลงนี่แหละแก้ยากที่สุด ความรู้น้อยครับพอคุยได้นิดหน่อย อิอิ



โดยคุณ สุวิทย์ เชียงใหม่ (61.7.142.69) [21 เม.ย. 2548 เวลา 08:07] #6042 (3/7)

อาหารที่ถวายพระภิกษุ นอกจากจะเผื่อแผ่ส่วนบุญกุศลไปยังผู้ล่วงลับแล้ว ยังประโยชน์แก่พระภิกษุได้อีกด้วย




โดยคุณ faust Mail to faust (203.154.31.205) [21 เม.ย. 2548 เวลา 16:52] #6063 (4/7) faust's Profile


กิเลส
คำว่า กิเลส แปลว่า สิ่งที่เศร้าหมอง หรือ เครื่องทำให้เกิดความเศร้าหมอง มีความหมาย ๓ อย่าง คือ

ให้เกิดความสกปรก หรือ เศร้าหมองอย่างหนึ่ง
ให้เกิดความมืดมิดไม่สว่างไสวอย่างหนึ่ง
ให้เกิดความกระวนกระวายไม่มีความสงบอีกอย่างหนึ่ง


เพื่อให้เข้าใจง่าย ท่านแบ่งชั้นกิเลสเป็น ๓ ชั้น คือ ชั้นละเอียดหรือชั้นใน อย่างหนึ่ง, ชั้นกลางอย่างหนึ่ง, ชั้นหยาบหรือชั้นนอก อย่างหนึ่ง

ที่เป็นชั้นใน หมายถึง ชั้นที่นอนนิ่งอยู่ในสันดานอย่างเงียบๆ จนกว่าจะมีอารมณ์มากระทบ จึงจะปรุงขึ้นเป็นกิเลสชั้นกลาง ที่เกิดขึ้นกลุ้มรุมจิต หรือ เป็นกิเลสชั้นหยาบ ที่ทะลุออกมาปรากฏเป็นกิริยาต่างๆ ที่ชั่วร้ายภายนอก ตัวอย่างกิเลสชั้นละเอียดที่เป็นภายใน มีชื่อเรียกว่า อกุศลมูล มี ๓ อย่าง คือ โลภะ-ความโลภ, โทสะ-ความโกรธ ประทุษร้าย, โมหะ-ความหลง หรือ ที่มีชื่อเป็นอย่างอื่นอีกมากชื่อ แต่โดยใจความแล้ว ได้แก่ กิเลสที่ยังสงบอยู่ภายใน จนกว่า ได้อารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง จนเกิดความรู้สึกอยากได้รุนแรง รบกวนอยู่ในใจ พลุ่งพล่านอยู่ด้วยความอยาก หรือ พลุ่งพล่านอยู่ด้วยความโกรธแค้นเกลียดชัง หรือ พลุ่งพล่านอยู่ด้วยความโง่สงสัย กระวนกระวายอยู่ในใจ เป็นกิเลสชั้นกลาง เรียกชื่อว่า นิวรณ์ มี ๕ อย่าง คือ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ วิจิกิจฉา. ถ้าความปรุงแต่งไม่หยุดอยู่แต่เพียงเท่านั้น ก็จะทะลุออกมา ทางกาย ทางวาจา เป็นการกระทำด้วยเจตนา เช่น การล่วงละเมิดในทางกาม การฆ่าเขา เบียดเบียนเขา การพูดเท็จ ตลอดจนการดื่มน้ำเมา เป็นต้น ซึ่งเรียกว่า กิเลสหยาบ ถ้าพิจารณากันอีกทางหนึ่งจะเห็นได้ว่า ตัวกิเลสที่แท้นั้น คือ กิเลสชั้นใน หรือ ชั้นละเอียดนั่นเอง ส่วนอีก ๒ ชั้นที่เหลือ เป็นเพียงกิริยาอาการของกิเลสชั้นในที่แสดงออกมา มากกว่าที่จะเป็นตัวกิเลสเอง แต่โดยเหตุที่ท่านเพี่งเล็งถึงตัวความเศร้าหมองมืดมัว และไม่สงบ ท่านจึงจัดกิริยาอาการของกิเลสอย่างนั้นทั้ง ๒ ชั้น ว่าเป็นตัวกิเลสโดยตรงอีกด้วย เช่นกิริยาอาการที่เรียกว่า กามฉันทะ หรือ พยาบาทนั้น ทำให้มโนทวาร หรือ ใจเศร้าหมอง และ กิเลสในการล่วงละเมิดในกาม และการพูดเท็จ เป็นต้นนั้น ทำให้กายและวาจาเศร้าหมอง ในทำนองเดียวกันกับที่กิเลสชั้นละเอียดได้ทำให้สันดานพื้นฐานส่วนลึกของใจเศร้าหมอง ในที่สุดเราก็จะได้เป็นคู่ๆ กันดังนี้

๑. กิเลสชั้นละเอียด ทำให้สันดานเศร้าหมอง
๒. กิเลสชั้นกลาง ทำให้มโนทวารเศร้าหมอง
๓. กิเลสชั้นหยาบ ทำให้วจีทวารและกายทวารเศร้าหมอง

กิเลสชั้นละเอียด ซึ่งได้กล่าวแล้วเรียกว่า อกุศลมูล ในที่นี้ มีเพียง ๓ อย่าง แต่ในที่อื่นมีชื่อเรียกเป็นอย่างอื่น และจำแนกออกไปมากกว่า ๓ อย่าง ตัวอย่างเช่น แทนที่จะจำแนกเป็น โลภะ โทสะ โมหะ ก็จำแนกเป็น กามราคะ ปฏิฆะ ทิฎฐิ วิจิกิจฉา มานะ ภวราคะ อวิชชา รวมเป็น ๗ อย่าง และเรียกว่า อนุสัย แต่ในที่สุด เราก็เห็นได้ว่า กามราคะ ความกำหนัดในกาม และ ภวราคะ ความกำหนัดในความมีความเป็น ในที่นี้ ได้แก่ โลภะ หรือ ราคะ นั่นเอง ปฏิฆะ ในที่นี้ ก็คือ โทสะนั่นเอง ส่วน ทิฎฐิ วิจิกิจฉา มานะ อวิชชา ทั้ง ๔ อย่างนี้ สรุปลงรวมได้ในโมหะ จึงยังคงเหลือเพียง โลภะ โทสะ โมหะ อยู่นั่นเอง แม้จะจำแนกให้มากออกไปกว่านี้ เช่น เป็น สังโยชน์ ๑๐ ก็ทำนองเดียวกัน คือ อาจจะย่นให้เหลือ เพียง ๓ ได้ดังกล่าว หากแต่ว่า เป็นเรื่องละเอียดเกินภูมิ ของผู้เริ่มศึกษา จะงด ไม่กล่าวถึง

ข้อมูลจาก website ของท่านพุทธทาส
http://www.buddhadasa.com/
และที่
http://www.geocities.com/buddhadasa2001/



โดยคุณ อ.เปา (203.107.196.22) [21 เม.ย. 2548 เวลา 18:12] #6071 (5/7)

คำโบราณว่า...กิเลส 1,500 ตัณหา 108....

ไปเรียนแล้ว..นับทั้งหมด..ที่แตกลูกแตกหลานได้เท่านี้จริงๆ...
กิเลสมี 3 ราก ..แตกไปถึง 1,500 ชนิด...

การกำจัดกิเลส....จึงเป็นเรื่องใหญ่มาก...




โดยคุณ เจ้ณีรักเอย (61.90.94.98) [22 เม.ย. 2548 เวลา 14:08] #6097 (6/7)

เจ้ณีว่า..การบวช หรือการถือศีล ต่างๆ นี้ก็เป็นการกำจัดจุดอ่อนของกิเลสได้มั้ง!!!



โดยคุณ พลอย (125.24.87.115) [21 เม.ย. 2552 เวลา 20:22] #366245 (7/7)

555+



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ
ความคิดเห็น
โดย Password (สำหรับสมาชิก)  
แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


เลือกรูป ขนาดห้ามเกิน 70 kb
: : เพื่อเป็นการป้องกันการสแปมจากลิ้งเวบไซท์ที่ไม่เหมาะ รบกวนผู้ตอบกระทู้ที่ไม่ได้ล็อกอิน กรุณากรอกตัวเลขที่มองเห็นจากภาพด้านล่างก่อนกดปุ่มส่งคำตอบ หากกรอกตัวเลขไม่ตรงกับภาพที่มองเห็นระบบจะให้กลับมากรอกใหม่ : :



Reload Image

กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ เพื่อสังคมเว็บบอร์ด


[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]