ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |








ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

ถามพี่เบญ/ชอนตะวัน...กล้ามเนื้อมัดแดง....กล้ามเนื้อมัดขาว

เมื่อวานไปซ้อมที่สวนลุม
ได้ยินพี่นักวิ่ง คุยกันถึงเรื่องกล้ามเนื้อ
ฟังจับใจความมาได้ ถึงเรื่องกล้ามเนื้อมัดแดงและกล้ามเนื้อมัดขาว
เคยเห็นพีเบญ/ชอนตะวัน พูดถึงอยู่เรื่อย ๆ

อยากสอบถามว่า กล้ามเนื้อมัดแดง ต่างกับกล้ามเนื้อมัดขาวอย่างไร
วิธีสร้างกล้ามเนื้อ ในแต่ละมัด ควรฝึกด้วยวิธีไหน
และกล้ามเนื้อแต่ละมัด จะใช้เมื่อใด

ขอบคุณครับ


โดยคุณ นักวิ่งในสวนลุม (58.8.191.92) [25 ต.ค. 2549 เวลา 12:04]




โดยคุณ เบญ (221.128.89.164) [25 ต.ค. 2549 เวลา 14:42] #94557 (1/5)

ผมเคยพูดถึงด้วยหรือ? แต่ผมก็เคยอ่านตำราเขาว่าคนเรามีกล้ามเนื้อซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ เอาเป็นภาษาของนักวิ่งคือ 1.กล้ามเนื้อสำหรับวิ่งเร็ว (ว่องไว แต่ไม่ทน) และ 2.กล้ามเนื้อสำหรับวิ่งทน (แต่ไม่ไว) แต่ไม่แน่ใจว่าอันไหนแดง (เส้นเลือดไปเลี้ยงเยอะมั๊ง) อันไหนขาว

เขาเคยทำวิจัย พบว่า คนดำส่วนใหญ่จะมีสำหรับวิ่งเร็วมากกว่าผิวสีอื่น (ในภาพรวม ไม่ใช่ทุกคน) จะเห็นได้ว่า พวกนักวิ่งระยะสั้นเก่งๆ ระดับโลกส่วนใหญ่จะเป็นคนดำ ก็มีผิวขาว และตอนนี้ก็เห็นมีผิวเหลือง (นักวิ่ง 110 เมตรข้ามรั้วจากจีน) แซมเข้าไปบ้าง

อันนี้เข้าข่ายพรสวรรค์ แต่เดี๋ยวนี้มีวิทยาศาสตร์การกีฬา ทำให้แค่พรสวรรค์นั้นไม่พออีกต่อไป ยังต้องมีพรแสวงด้วย

การจะฝึกมัน ก็คือต้องใช้งานมันนั่นเอง จะฝึกมัดวิ่งเร็ว ก็ต้องฝึกวิ่งเร็ว จะฝึกมัดวิ่งทน ก็ต้องวิ่งยาวๆ แต่ไม่ต้องเร็ว แต่ในการแข่งขันก็คงต้องฝึกแบบผสมผสานในหลายระบบ คงไม่ฝึกอะไรอย่างเดียว แบบเพียวๆ และถ้าเน้นมาราธอนก็คงต้องเน้นฝึกมัดทนมากหน่อย



โดยคุณ เบาหวิว (124.157.225.108) [25 ต.ค. 2549 เวลา 21:47] #94645 (2/5)

คุณ PPP จบวิทยาศาสตร์การกีฬา ช่วยแนะนำหน่อยเร็ว



โดยคุณ ชอนตะวัน (125.24.138.9) [26 ต.ค. 2549 เวลา 09:01] #94734 (3/5)

ถึงน้องนักวิ่งในสวนลุมครับ

กล้ามเนื้อแดง เป็นกล้ามเนื้อที่ทำให้เราวิ่งช้า แต่จะอึดทน วิธีฝึกเพื่อพัฒนาก็คือให้เราฝึกวิ่งช้า ๆ โดยอย่างน้อยประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไป ในระดับความเร็วที่สบาย ๆ เช่น ถ้าความเร็ว 10 k. ประมาณ 48 นาที วิ่งเพื่อฝึกพัฒนากล้ามเนื้อแดง จะวิ่งอยู่ประมาณ 6:16-20 นาที เป็นต้น

กล้ามเนื้อขาว เป็นกล้ามเนื้อที่ทำให้เราวิ่งได้เร็ว มีแรงระเบิดดี แต่จะไม่ทนทาน วิธีฝึกเพื่อพัฒนาก็คือให้เราฝึกวิ่ง speed works / intervals /fartlek หรือเราเรียกกันติดปากว่า"การลงคอร์ต" นั้นเองครับ เช่น วิ่ง 10 k. ประมาณ 48 นาที ฝึกพัฒนากล้ามเนื้อขาว จะวิ่งอยู่ประมาณ 4.20-27 นาที/กิโลฯ เป็นต้น

ทั้งสองอย่างแยกกันฝึกอย่างคุณเบญ พูดเอาไว้นั่นแหละครับ ที่ผมเคยพูดไว้เสมอว่าคนที่จะเป็นแชมป์ได้ต้อง "ทั้งอึด ทน เร็ว"

ขอบคุณครับ



โดยคุณ กฤตย์ (222.123.17.226) [26 ต.ค. 2549 เวลา 14:40] #94843 (4/5)

ลุงพูดเองครับ กับ นายชอนตะวัน
เรื่องก็เป็นไปอย่างที่คุณเบญและชอนตะวันอธิบาย คือ ฝึกอย่างไรได้อย่างนั้น
ฝึกเร็วก็จะยังผลออกมาเร็ว ฝึกช้าก็จะได้อึด ประมาณนั้น
ต่อไปนี้คือภาพยนต์ตัวอย่างบทความของลุงที่เขียนเสร็จใหม่เอี่ยมเดี๋ยวนี้เอง ยังไม่ได้ตั้งชื่อเรื่อง พอดี๊พอดี มีเนื้อหาใกล้เคียงเรื่องที่เรากำลังคุยกัน

เชิญครับ




.."..............วันธรรมดากลางสัปดาห์ เราจึงฝึกเร็วกัน และเพื่อควบคุมมิให้ตกลงไปในเสน่ห์หลุมดำแห่งความเร็ว ทุกสุดสัปดาห์เราจึงต้องมีวิ่งยาวราว 7 ? 10 วัน/ครั้ง ในระยะทางที่ยาวกว่าปกติ เพื่อให้ความยาวนั้นมันได้กำหราบความเร็วลง ตรงนี้ผู้เขียนจึงได้พร่ำบอกพวกเราเสมอว่า วิ่งยาวต้องช้าครับ แม้คุณจะเก่งจะสามารถ เร็วได้ทั้งๆที่ยาวอย่างนั้น ก็มิอนุญาตให้ทำ นักวิ่งทุกระดับความสามารถในวันวิ่งยาว ต้องช้าครับ เพื่อจะดูแลความเร็วมิให้ออกฤทธิ์มากเกินไป ด้วยว่าเมื่อความเร็วแผลงฤทธิ์เดชความเร็วจะไปลดทอน ?ความอึด? ที่เป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งที่นักวิ่งต้องมี ยิ่งเร็วเท่าไร ยิ่งอึดน้อยลงไปเท่านั้น และยิ่งอึดมากเท่าไร ยิ่งเร็วน้อยลงเท่านั้น Bob Glover โค้ชจาก Road Runners Club กล่าวว่า ?The long run forces them to slow down and pace them wisely just as they must do in the marathon.? พวกเรากำลังพยายาม play at the both hands คือทั้งเร็วและอึดไปพร้อมๆกัน ตราบจนไปถึงลิมิตเส้นแดงที่ธรรมชาติให้ไว้ และด้วยแผนฝึกที่ฉลาด เราจะสามารถผลักดันเส้นแดงนั้นให้ไกลๆออกไปเรื่อยๆทีละนิดๆ

ในมุมมองที่คล้ายกัน เราจะพบว่า เพื่อป้องกันมิให้เราอืดเป็นเรือเกลือจากผลของการซ้อมยาว เราจึงต้องฝึกหัดเร่งเทอร์โบบ้าง ฝึกให้ร่างกายคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนหัวฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเครื่อง ให้ฉีดได้มากขึ้น ปรับเปลี่ยนดีเซลเป็นเบนซิน และเพิ่มความจุปริมาตรกระบอกสูบให้ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนท่อไอเสียให้ระบายออกได้เร็วขึ้น นี่คือความจำเป็นของการฝึก Speed Works ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Interval training หรือ Tempo..............."


หมายเหตุเสริมนิดนึง
หากเราวิ่งเร็วในวันซ้อมยาวก็เท่ากับเราไปพัฒนากล้ามเนื้อขาว ไปซ้ำซ้อนกับเป้าหมายฝึก Sessions อื่น และขณะเดียวกันเราก็ขาดโอกาสซ้อมพัฒนากล้ามเนื้อแดงอึดทนนั้น

สรุปว่าวันวิ่งยาวต้องช้าไม่ว่าจะเป็นใคร



Error5