ความเชื่อที่ผิด...เชื่อว่า เวลาแข่งขันห้ามดื่มน้ำ..ให้อมแล้วบ้วนทิ้ง
ความเชื่อนี้ ค่อนข้างจะแพร่หลายในบ้านเรา
เรามักได้ยินเสมอๆว่า..อย่ากินน้ำก่อนวิ่ง..เดี๋ยวตัวหนัก..
เวลาเหนื่อยกินน้ำแล้วจุก....อะไรทำนองนี้
ที่จริงแล้ว... ควรดื่มน้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทั้งก่อนวิ่ง ระหว่างวิ่ง และหลังวิ่งแข่ง
ทำไม ? ? ?......จึงเป็นอย่างนั้น
ระหว่างการออกกำลังกาย คนเราเสียน้ำอย่างมากมาย
ทั้งทางเหงื่อและทางลมหายใจ
ฉะนั้น.... นักกีฬาที่ฉลาดจะดื่มน้ำตลอดเวลา ทุกสถานีให้น้ำ..ควรหยุดดื่มอย่างเต็มที่
ถึงกระนั้น ปริมาณน้ำก็ยังน้อยกว่าที่สูญเสีย...
ข้อควรระวัง...อย่ารอจนรู้สึกกระหายน้ำจึงค่อยดื่ม
เพราะคุณอาจถูกระบบประสาทของคุณหลอกเอาได้..
คนเราจะรู้สึกอยากกินน้ำ..เมื่อร่างกายขาดน้ำไปแล้ว 1-2 ลิตร
ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพของคุณลดลงไปแล้ว
ฉะนั้น..อย่ารอจนรู้สึกหิวจึงค่อยดื่ม ดื่มให้เต็มไว้เสียก่อน
วิธีที่จะทราบว่า..ร่างกายได้รับน้ำเต็มที่แล้วคือ..รู้สึกปวดฉี่
ในเวลาการแข่งขัน ถ้าคุณวิ่งออกไปโดยมีอาการปวดฉี่อยู่ด้วย
คงไม่เป็นสุขนัก...
วิธีแก้คือ..ร่นเวลากินน้ำขึ้นมาราว 10 นาที ก่อนเริ่มการแข่งขัน
โดยวิธีนี้..กว่าน้ำที่ดื่มไปจะเปลี่ยนเป็นปัสสาวะ...คุณก็เริ่มออกวิ่งแล้ว
และเมื่อเราเริ่มออกกำลัง...เลือดจะไปเลี้ยงที่กล้ามเนื้อและผิวหนัง
แทนที่จะไปเลี้ยงที่ไต..
การสร้างปัสสาวะจึงลดลง....
จากหนังสือ...วิ่งเพื่อสุขภาพ , นพ.กฤษฎา บานชื่น
|
|