ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ น้า PAT ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |

ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

คิดถูกหรือเปล่าที่จะวิ่ง 42.195 กม...?

นักวิ่งมาราธอนหลายคนไม่ได้คิดถึงระยะทาง
แต่ตั้งเป้าว่า จะทำให้ได้เวลา 3 - 4 - 5 ชม.บ้าง

ความจริงข้อกำหนดคือระยะทาง 42.195 ให้นักวิ่งวิ่งให้ครบ
นักวิ่งที่แข็งแกร่ง..กลับตั้งความหมายไว้มากกว่า
คือ .....
-จะเอาชนะนักวิ่งด้วยกันด้วย
-จะเอาชนะเวลาที่เคยทำไว้ด้วย
-สารพัดจะตั้งความหวัง...

การตั้งค่าไว้ที่ 42 กม. เป็นความถูกต้อง
ควรคิดว่า เราจะวิ่ง 42.195 กม
ไม่ควรคิดว่าเราจะทำความเร็วให้ได้เท่านั้น เท่านี้

แค่คิดก็ผิดกันแล้ว เพราะนั่นคือการแข่งขัน ไม่ใช่เพื่อสุขภาพ

บางทีเรื่องเดียว พูดได้หลายแบบ ด้วยประการฉะนี้แล

โดยคุณ อ.เปา (58.9.142.60) [15 พ.ย. 2549 เวลา 10:08]




โดยคุณ เบญ (58.8.27.50) [15 พ.ย. 2549 เวลา 15:18] #99771 (1/25)

ผมคิดว่า การวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งเพื่อสุขภาพครับ มันหนักเกินไป แต่คนที่จะมาวิ่งได้ก็ควรมีสุขภาพที่ดีพอสมควร

ในการวิ่งมาราธอนครั้งแรก เป้าหมายก็คือ ไปให้ถึงเส้นชัยครับ เมื่อผ่านครั้งแรกได้ และยังวนเวียนอยู่ในวงการวิ่งหรือสนามวิ่ง มันย่อมมีกิเลสกันบ้างครับ ได้คืบก็อยากเอาศอก ฮิฮิ

ผมยังฝันว่าจะทำลายสถิติตัวเองให้ได้อยู่เลยครับ แม้เวลาซ้อมมีเป็นช่วงๆ ซ้อมไม่ได้ต่อเนื่อง หลายครั้งกลับมาซ้อมก็เจ็บอีก แต่ถ้าไม่ฝัน ผมรู้สึกการวิ่งผมจะไม่ค่อยมีเป้าหมายอะไรที่จะช่วยกระต้นให้ซ้อมวิ่งต่อไปครับ คือยังดับกิเลสไม่ได้นั่นเอง



โดยคุณ มงคล (58.9.98.189) [15 พ.ย. 2549 เวลา 18:57] #99861 (2/25)

ผมคิดว่า Marathon มันมีเสน่ห์ ท้าทาย และให้บทเรียน // หมอหมง



โดยคุณ กฤตย์ (124.157.156.160) [16 พ.ย. 2549 เวลา 12:26] #100122 (3/25)

จากความรู้เวชศาสตร์กีฬาบอกเราว่า การวิ่งมาราธอน ไม่ว่าแนวหน้าหรือแนวหลัง มันไม่เป็นกิจกรรมที่ประเทืองสุขภาพครับ

การวิ่งในระดับเพื่อสุขภาพน่าจะอยู่ราววิ่งสัปดาห์ละ 5 - 6 วัน วันละราว ครึ่งช.ม. หรือเป็นกิโลก็ต้องราว 5 โล

กล่าวอีกอย่างได้ว่า ผู้ใด วิ่งเกินวันละ 5 โล ถือได้ว่า มีเป้าหมายมิใช่เพื่อสุขภาพแล้ว

กล่าวอย่างนี้ ขามาราธอนจะเขม้นมองลุงตาเขียว "ไหน....เมื่อกี้เอ็งว่าไงนะ"

จะกล่าวให้แรงอีกหน่อยก็ยังได้ครับว่า

ในทางทฤษฎี การวิ่งมาราธอนเป็นการทำลายสุขภาพเลยด้วย ซ้ำ

แม้ว่าเราจะวิ่งกันเกินระดับ แต่แน่ชัดได้ว่า กระบวนการเตรียมตัวเพื่อไปถึงจุดนั้น มันเป็นการประเทืองสุขภาพ ไปดูได้เลย นักวิ่งมาราธอนทุกคน ย่อมมีสุขภาพโดยรวมสูงกว่ามาตรฐานประชากรทั่วไป

อยากจะเปรียบเทียบการทำลายสุขภาพของมาราธอนกับบุหรี่ที่มีต่อร่างกายดังนี้
บุหรี่แต่ละมวนที่สูบทำลายสุขภาพ(ปอด)ทีละนิดเดียว ทำลายน้อยกว่าการวิ่งมาราธอนอีก แต่การทำลายนี้เป็นการทำลายโดยสิ้นเชิง คือไม่มีทาง***้ฟื้นคืนได้ (นิดเดียวเอง)

เมื่อปอดชำรุดเพราะควันที่ไปมีฤทธิ์ให้ถุงลมสิ้นสภาพสูบอากาศเข้า - ออก
แต่การวิ่งมาราธอน ผู้วิ่งสะบักสะบอม เมื่อยเนื้อตัว เพราะกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ เส้นเอ็น เมื่อถูกส่องด้วยกล้องจุลทัศน์ จะเห็นว่าเส้นใยเล็กๆจำนวนมากขาด ซึ่งจะหายดีวันดีคืนขึ้นจากการเยียวยาด้วยตนเอง(โปรตีน) และการพักฟื้น งดเว้นการใช้แรงกาย พักวิ่ง เป็นเวลาพักนึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ชำรุดไป ก็กลีบมาดีดังเดิม ดังนั้น จึงไม่น่าวิตกมาก กับการที่มาราธอนเรียกร้องความเสียหายร่างกายไปมากเช่นนั้น ค่าที่ว่า แล้วก็หายดีดังเดิม

ประเด็นต่อมาคือ ที่ว่าฉันเข็ดแล้ว กลายเป็นชักมัน และอยากล้างตา
"เพียงแต่ ถ้าฉัน......มันคงจะดีกว่านี้อีกแน่" เดี๋ยวเอาใหม่ อะไรประมาณนั้น

และเพื่อรับประกันว่ามันจะต้องดีขึ้น ก็ต้องซ้อม ซ้อม และซ้อม และ***ตรงซ้อมนี้เอง นอกจากจะเป็นกระบวนการเขยิบระดับความแข็งแกร่งร่างกายแล้ว มันมีผลยกระดับวุฒิภาวะทางจิตใจด้วย กล่าวคือ นักวิ่งคนใดที่มีนิสัยเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ถากไม้เหมือนหมาเลีย เดี๋ยวก็รู้(คือล้างตาไม่สำเร็จ)

ความผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่าของมาราธอนสอนให้นักวิ่งเข็ดเจ็บหลาบจำ วิญญูชนที่มีสามัญสำนึก และไม่โง่เขลาจนเกินไปก็ย่อมจะสรุปบทเรียน ว่าอาตมาทำอย่างไรแล้วจึงออกผลร้ายเช่นนี้ แล้วก็ไม่ทำอีก และกลับกันทำอะไรแล้วได้ดี ก็ทำต่อไป

การเป็นอย่างนี้ เรือนร่างก็จะแข็งแกร่งขึ้นพร้อมทั้งหล่อหลอมสภาวะจิตใจไปด้วยพร้อมๆกัน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นไปอย่างเร่งรีบไม่ได้ ต้องใช้เวลา

พวกเราทุกคนที่ผ่านมาถึงจุดนี้ ย่อมตระหนักดีอยู่แล้ว ลุงไม่ต้องอธิบายมากว่า หากตั้งเป้าหมายพอเหมาะ เพียรพยายามเพียงพอ ใส่ใจจริง พอทำได้แล้วมันก็ภาคภูมิใจ แล้วความภาคภูมิตรงนี้ มันมิใช่ละลายจางลงตามกาลเวลา ไม่ว่าจะนานขนาดไหน ก็มีใครบ้างเล่าที่ลืมมาราธอนแรกของตัวเอง แม้ว่ามันจนแสนทารุณขนาดไหนก็ตาม

เมื่อใครอ่านมาถึงจุดนี้ คงเข้าใจใช่ไหมครับว่า มาราธอนที่ว่าทำลายสุขภาพ(ทางทฤษฎี) มันจึงกลายเป็นเพื่อสุขภาพในที่สุดอย่างไร?



โดยคุณ อ.เปา (58.9.143.51) [16 พ.ย. 2549 เวลา 14:23] #100153 (4/25)

มีนักสูบบุหรี่ท่านหนึ่ง...เป็นโรคถุงลมโป่งพอง
แค่เดินเข้าห้องน้ำ..ยังเป็นเรื่องยาก
ไม่ต้องพูดว่าจะวิ่งได้แค่ไหน


คนที่ไม่ออกกำลัง เอาแต่กินๆนอนๆ...
ขืนให้วิ่งก็หายใจแทบไม่ทัน อาจหัวใจวายตายได้
หมอจึงบอกว่าให้เริ่มด้วยการเดิน


นักวิ่งหน้าใหม่..ก็เริ่มจาก 5 กม 10 กม
แล้วก็ไต่ระดับไปเรื่อยๆ
สุดท้ายวิ่ง 42 กม.ได้สบาย

การพัฒนาสุขภาพจึงต้องเป็นลำดับไปเสมอ

ถามว่า..ทำไมจึงเป็นอย่างนี้
คนที่มีการฝึกฝน..ทำได้มากกว่า ทนกว่า ดีกว่า
คำตอบก็คือ..ธรรมชาติมันมีอยู่อย่างนั้น
เมื่อมันเป็นธรรมชาติแล้ว...
การคล้อยไปตามธรรมชาติจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำตาม

ใครขืนฝืนธรรมชาติ...ธรรมชาติก็เล่นงานเอา
ส่วนที่ว่าเพื่อสุขภาพ...ก็คือต้องคำนึงถึงสามารถตัวเอง
ส่วนที่ว่า..การวิ่งมาราธอนไม่เป็นกิจกรรมที่ประเทืองสุขภาพ
นี่พูดแบบครูอาจารย์..คือเป็นห่วงอันตราย

ความจริงแล้ว..แม้การวิ่งมากกว่า 42 กม. มีมานานแล้ว
มิยิ่งเป็นการทำลายสุขภาพหรอกหรือ
คำตอบคือ..ฝึกพอแล้วหรือยัง

หากเราเห็นคนเอามือเดินแทนเท้าได้...
จะบอกว่า..เป็นเรื่องของสัตว์ 4 ขา
ความจริงเป็นธรรมชาติที่ฝึกฝนได้
เรียกใหม่ว่า..กายกรรม..
คิดว่าแปลก...ก็คงแปลก
คิดว่าไม่แปลก..มันก็ไม่แปลก

ความคิดต่างหากที่ผิดกันไป
ผลจริงๆมันเป็นอย่างไร..ต้องคอยเก็บไว้

คำว่าเพื่อการแข่งขัน..กับ เพื่อสุขภาพ
เป็นคำที่ใช้อธิบายเรื่องราวเท่านั้น
เพราะจำเป็นต้องเอาคนที่มาถึงก่อนเป็นผู้มีเกียรติ
จึงจำเป็นต้องดูเวลากัน...

คงจำได้ ฟิลิปปิดิส..วิ่ง 42 กม..แล้ว ก็ขาดใจตาย
เป็นตำนานคนแรกของมาราธอน...
หลายปีผ่านมา..เวลาที่ใช้ลดเหลือ 2 ชม กว่า...
ถ้าฟิลิปิดิสฟื้นขึ้นมา...ต้องพิศวงงงงวย
แต่หากมีใครไปกระซิบว่า...มีวิธีแบบใหม่..ก็คงหายงง

แท้จริงระยะทางก็เท่าเดิม...
แต่ความหมายยิ่งนานวันยิ่งเปลี่ยนไป

กรุงเทพมาราธอนยุคใหม่..บอกว่า..เราจะชนะด้วยกัน
ความหมายบอกในตัว...เร็วช้าไม่สำคัญ
ใครถึง 42 .195 กม.ได้
คนนั้นเป็นผู้ชนะ

ใครไม่ถึง...ก็ไม่ใช่ผู้แพ้..
สนามไม่ได้สร้างผู้ชนะ...สนามไม่ได้สร้างผู้แพ้
แพ้ชนะ เร็วช้า..คือผลการเตรียมตัวมา
หากยังไม่พอ..เพียงกลับไปฝึกใหม่..ให้เข้มกว่าเดิม
นี่ไง..ที่เขาเรียกว่า..เล่นกีฬา
ความหมายที่แฝงไว้ก็คือ. ...เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นนั่นเอง




โดยคุณ จือ (125.24.43.103) [27 มิ.ย. 2551 เวลา 06:36] #272679 (5/25)

อ่านเท่าใด ...บทความก็ประทับใจ ...
คนเรา ต้อง สานฝัน ในวันพรุ่ง จะ เล็ก จะน้อยยังไง
ความฝัน ถ้า ได้ล่า ฝัน แค่คิด ชีวิตก็มีความหมาย ..แล้ว
ยิ่งฝันที่เป็นจริง จะ ชื่นมื่น ขนาดไหน



โดยคุณ ผู้รักสุขภาพ (61.19.220.5) [27 มิ.ย. 2551 เวลา 14:40] #272829 (6/25)

ลงวิ่งมาราธอนมา ๑๓ ครั้งแล้ว คิดว่าระยะทางนี้คงพอแล้วสำหรับชีวิตนี้ ต่อไปจับระยะทางวิ่งกลาง ๆ ไว้ดีกว่า เพื่อชีวิตที่ยืนยาวอีกนานแสนนาน



โดยคุณ เด็กเทพฯ Mail to เด็กเทพฯ (125.24.117.53) [28 มิ.ย. 2551 เวลา 02:39] #272906 (7/25) เด็กเทพฯ's Profile


สุขภาพมีแล้ว....ความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกันนานาจิตตัง
เหตุผลแต่ล่ะคนมีความหมายทั้งนั้นนานานับประการ



โดยคุณ นิรนาม Mail to นิรนาม (202.176.93.30) [28 มิ.ย. 2551 เวลา 15:19] #272927 (8/25) นิรนาม's Profile


มันมีมนุษย์อยู่ประเภทหนึ่งที่ชอบความท้าทาย ชอบทำอะไรที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้ ชอบท้าทายตัวเอง คิดว่า ตัวเองต้องทำให้ได้ ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด เมื่อทำได้แล้วก็มีความภาคภูมิใจในตัวตน แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีความทะเยอทะยาน คิดว่า ต้องทำได้ดีกว่าเดิมแน่ๆ แล้ว ก็ทำได้จริง แต่ถึงคราวนี้จะทำยังไม่สำเร็จ สักวันมันก็ต้องทำได้แน่ ( ก็ทีคนอื่นเขายังทำได้เลย ) แล้วมันก็เลยกลายเป็นวัฎจักรไป ไม่ยอมจบ นั่นละครับ ที่เขาเรียกว่า "นักวิ่งมาราธอน (สมัครเล่น) "



โดยคุณ เด็กเทพฯ Mail to เด็กเทพฯ (125.24.162.18) [29 มิ.ย. 2551 เวลา 10:30] #273003 (9/25) เด็กเทพฯ's Profile


เห็นด้วยกับคุณนิรนาม มันมีมนุษย์อยู่ประเภทหนึ่งที่ชอบความท้าทาย ชอบทำอะไรที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้ชอบท้าทายตัวเอง คิดว่า ตัวเองต้องทำให้ได้
เมื่อทำได้แล้วก็มีความภาคภูมิใจในตัวตน สักวันหนึ่ง.......จุดอิ่มตัวมาเยือน.....ถึงคราวนั้นจ้างวิ่งก็ไม่รับจ้างครับ...
.มันเป็นช่วงเวลาและอารมณ์ด้วยครับ







โดยคุณ dr white Mail to dr white (192.168.200.14) [29 มิ.ย. 2551 เวลา 11:24] #273007 (10/25) dr white's Profile dr white ICQ - 0897439453

คนที่เป็นนักวิ่งที่แท้จริงเท้านั้นจะเข้าใจ ในการวิ่งมาราธอนว่ามีความสุขมากเพียงใดที่คุณได้มีโอกาสวิ่ง และ แข่งขันมันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก ๆครั้งหนึ่งของการมีชีวิตเป็นนักวิ่งมาราธอน 42.195 k.



โดยคุณ จือ (125.24.39.67) [30 มิ.ย. 2551 เวลา 22:12] #273526 (11/25)

ใช่เลย ....เห็นด้วย 200% กับคุณ นิรนาม ทำเพราะ อยากพิสูจน์ ว่า เราแค่ไหน
เคนย่า วิ่งได้ ....เราก็น่าวิ่งได้ แค่ช้า หน่อย ก็เท่านั้น 5555 คิดอย่างนี้ ก็มีความสุข
แล้ว ความสำเร็จ ซื้อไม่ได้ ต้อง พยายาม หาเอง



โดยคุณ มานะ กับ เฮีย ตี้ ฝากมานะ (58.9.96.250) [17 ก.ค. 2551 เวลา 10:34] #279107 (12/25)

เอา คุยกันเข้าไป พวกวิ่งแค่ 42.195 กม.

รู้เปล่า พวก ultra marathon ที่วิ่งวันละ 100 กม. ขึ้นไปพวกเขา
นั่งอมยิ้ม พวกคุณอยู่ วิ่ง แค่มาราธอน มาคุยอยู่ได้ เด็ก ๆ....



โดยคุณ เด็กดอย (58.10.164.127) [18 ก.ค. 2551 เวลา 09:37] #279362 (13/25)

ถ้าระยะทางแค 42.195 กม.แค่ในสนามแข่งถือว่าธรรมดา สมัยผมอยู่บ้านนอกเลี้ยงวัวกับพี่ชายงิ่งไล่ต้อนทั้งวันคิดเป็นระยะทางคงเป็นร้อยกิโล พอมาวิ่งมาราธอนถือว่าระยะแค่ประสิว ไม่ต้องฝึกมากมันอยู่ที่ใจ หากใจท้อแค่ 500เมตรก็ไม่ไหวแล้ว หากหัวใจเต็มร้อย ต่อให้ ร้อยกิโลเมตรก็เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความเห็นข้างบนเป็นความคิดของคนแก่ ร่างกายท่านคงไม่เหมาะกับเวลาและระยะยืนในสนามแข่งที่ยาวนานกว่าสองชั่วโมง แต่ถ้าวัยบ้าบิ่น45ปีลงมาขอบอกบทความของท่านเหมือน คห. ข้างนบกล่าว พวก Ultra marathon เห็นไหมพวกใจเกินร้อย นะจะบอกให้



โดยคุณ faust Mail to faust (116.58.231.242) [21 ก.ค. 2551 เวลา 19:43] #280125 (14/25) faust's Profile




โดยคุณ ต้น นราธิวาส Mail to ต้น นราธิวาส (61.19.65.52) [23 ก.ค. 2551 เวลา 19:11] #280914 (15/25) ต้น นราธิวาส's Profile

ผมติดใจมาราธอนแล้วครับ



โดยคุณ ต้น นครศรี Mail to ต้น นครศรี (117.47.204.61) [29 ก.ค. 2551 เวลา 13:22] #282241 (16/25) ต้น นครศรี's Profile

สำหรับการตัดสินใจลงวิ่งมาราธอนของผม
เทียบเท่ากับ....
1.การแต่งงาน
2.การบวช
3.การเกณฑ์ทหาร
เท่าการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตละครับ555



โดยคุณ ษร สนามศุภฯ (202.57.176.200) [29 ก.ค. 2551 เวลา 16:31] #282291 (17/25)

แล้ว คุณ ต้น นครศรี

ได้ตัดสินใจทำอะไรไปบ้างหรือยัง



โดยคุณ ต้น นครศรี Mail to ต้น นครศรี (117.47.204.61) [29 ก.ค. 2551 เวลา 18:08] #282349 (18/25) ต้น นครศรี's Profile

ก้อ!ตัดสินใจไปแล้วทั้งสามข้อล่ะครับพี่น้อง
ที่เหลือก้อมาราธอนอีกอย่าง
ทำใจไม่ไดซักที........กัวอ่ะ...



โดยคุณ ษร สนามศุภฯ (202.57.176.200) [29 ก.ค. 2551 เวลา 18:46] #282412 (19/25)

โห.......ตัดสินใจแต่งงานได้ ซึ่ง ต้องอยู่กับภรรยา ตลอดชีวิต กับ่ มาราธอน วิ่งแค่ ไม่กี่ ชม. เอง สบายมากๆ คุณ ต้น เชื่อเถอะ ไม่ต้องกลัว อย่างอื่นน่ากลัวกว่าอีก



โดยคุณ พันธมิตร (61.90.64.207) [07 ส.ค. 2551 เวลา 21:05] #285309 (20/25)

เอา คุยกันเข้าไป พวกวิ่งแค่ 42.195 กม.

รู้เปล่า พวก ultra marathon ที่วิ่งวันละ 100 กม. ขึ้นไปพวกเขา
นั่งอมยิ้ม พวกคุณอยู่ วิ่ง แค่มาราธอน มาคุยอยู่ได้ เด็ก ๆ.

อย่าดูถูกตัวเองและอย่าดูถูกคนอื่นคับ



โดยคุณ ต้น นครศรี Mail to ต้น นครศรี (117.47.109.198) [12 ส.ค. 2551 เวลา 08:27] #286254 (21/25) ต้น นครศรี's Profile

ค้างไรจากไหนเพ่....



โดยคุณ ต้น นครศรี Mail to ต้น นครศรี (117.47.109.198) [12 ส.ค. 2551 เวลา 08:29] #286255 (22/25) ต้น นครศรี's Profile

สนุกๆคลายเคลียด..อย่าซีเรียส



โดยคุณ อ.บุญส่ง นครสวรรค์ (118.172.175.166) [14 ส.ค. 2551 เวลา 17:55] #287014 (23/25)

สภาพร่างกายของตัวเอง คือ ตัวชี้วัดที่ดีที่สุดของแต่ละคนในการวิ่งแต่ละระยะที่ตนเองตั้งเป้าหมายไว้ เพียงอย่าฝืนร่างกายตนเองเท่านั้น สำหรับมาราธอนถ้าเป็นผม ผมขอวิ่งเพียงปีละ 2 มาราธอนเท่านั้น



โดยคุณ สันติ บางขุนเทียน (58.9.62.61) [20 ส.ค. 2551 เวลา 15:41] #288538 (24/25)

เคาะสนิม ปีละครั้งครับ



โดยคุณ ITNC (124.121.101.65) [25 ส.ค. 2551 เวลา 17:08] #289507 (25/25)

มาราธอน อยู่ที่ใจครับ (กำลังใจ) หากใจไม่สู้ซะอย่าง (หมดกำลังใจ) อะไรๆก็ไม่สำเร็จ แต่คนจะมีกำลังใจดีก็อยู่ที่การฝึกซ้อมและเชื่อมั่นในสมรรถนะร่างกายของตัวเองเป็นสำคัญด้วย อย่าหลงคำป้อยอของพรรคพวก.......



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ
ความคิดเห็น
โดย Password (สำหรับสมาชิก)  
แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


เลือกรูป ขนาดห้ามเกิน 70 kb
: : เพื่อเป็นการป้องกันการสแปมจากลิ้งเวบไซท์ที่ไม่เหมาะ รบกวนผู้ตอบกระทู้ที่ไม่ได้ล็อกอิน กรุณากรอกตัวเลขที่มองเห็นจากภาพด้านล่างก่อนกดปุ่มส่งคำตอบ หากกรอกตัวเลขไม่ตรงกับภาพที่มองเห็นระบบจะให้กลับมากรอกใหม่ : :



Reload Image

กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ เพื่อสังคมเว็บบอร์ด


[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]