ชมภาพ  ทันข่าว   ทุกเรื่องราวงานวิ่ง  ต้องที่  PATRUNNING.COM                 พบกับ เนเน่ (นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี  ทุกวันพุธ  


    | Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ |                                                                    | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน | ลบข้อมูล |








ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

ผมวางแผนวิ่งกรุงเทพมาราธอนแบบนี้

อยู่ว่างๆ...ไม่มีอะไรทำ ก็เลยแสดงความเห็นตัวเอง
นาทีนี้..เรื่องที่ควรคุย...คงไม่พ้นมาราธอน

หลังจากดูสารรูปตัวเองเป็นที่เรียบร้อย..นั่งขบคิดวิธี
ก็ได้คิดว่า..ควรจะวางแผนการวิ่งแบบนี้ครับ

1.เพราะเขาให้เวลา 7 ชม...จึงตั้งหลักให้ถึงเส้นชัยใน 6 ชม.(อีก 1 ชม เอาไว้กรณีมีปัญหา)

2.ปีที่แล้ว..ผมเดิน..ประมาณ 6-7 กม. จึงเข้าเส้นชัยได้(แสดงว่าวิ่งจริงเพียง35 กม.
ปีนี้กะจะวิ่งเพียง 30 กม...ที่เหลือเหลือเดินเอา

3. วางแผนการเดิน 12 กม...โดยจัดให้เหมาะสมแบบนี้
(เหตุผล..อยู่ในวงเล็บ)

-5 กม.แรก...เดินอย่างเดียว (ไม่ต้องไปเดินแบบทรมานในตอนท้ายๆ)
-5 กม ที่ 2 วิ่งช้า..ให้ความเร็วกว่าเดินเล็กน้อย
-ขึ้นเนินทุกกรณีใช้วิธีเดินอย่างเดียว (ลดความยากของเส้นทาง)
-5 กม.ที่ 3 วิ่งสบายๆไปถึงจุดกลับตัวที่บนทางต่างระดับ ( โดยวิธี 7/1)
บริเวณนี้เป็นจุดเชคพอยส์

คาดว่าระยะ 15 กม.แรกจะใช้เวลาไป 2 ชม. 15 นาที

4. หลังจากวิ่งมาแล้ว 15 กม. เริ่มวิ่งแบบปกติไปจนถึง กม ที่ 30 คือถึงสะพานพระราม 8
ช่วงนี้..ใช้วิธีวิ่งสด ของ อ.กฤตย์ คือ 7/1
ความหมายก็คือ..วิ่ง 7 นาที เดิน 1 นาที สลับไปตลอดระยะทาง
เพิ่มการยืดเส้นทุกๆจุดให้น้ำ...
หากมีอาการปวดเมื่อย..ใช้วิธีลดความเร็วลงไปให้ถึงจุดวิ่งสบายๆ..
คาดว่า 6 โมงเช้า ถึงสะพานพระราม 8

สรุปว่า 30 กม คาดว่าจะใช้เวลาไป 4 ชม

5.ระยะ 12 กม. สุดท้าย..เป็นการวิ่งในแดนนรก..สุดแสนทรมาน
วิ่งช้าลง...สลับการเดิน แบบ 5/1 หรือ 4/1
คือวิ่งและพักเป็นระยะให้บ่อยขึ้น
คาดว่า 12 กม.สุดท้าย...ใช้เวลา 2 ชม..
คงเพียงพอที่จะไม่ต้องออกจากการแข่งขัน

ถึงเส้นชัยเวลา 8 โมงตรง



ผมวางแผนไว้อย่างนี้เพราะ...
ย้ายการเดินในช่วงท้าย..มาไว้ในช่วงแรก
คือเดินแบบสบายๆไปเลย..
เก็บความสดของร่างกายเอาไว้ที่ ระยะสุดท้าย

อาจจะเป็นแผนการที่ไม่ค่อยสวย..
แต่เป็นแผนที่จะวิ่งให้ครบระยะทาง
การวางแผนเดินตอนขึ้นสะพาน...ก็คือ
ไม่สู้กับความยากลำบากให้ร่างกายบอบช้ำ
เพราะการวิ่งธรรมดาขึ้นสะพาน ก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว
ลดความยากด้วยการเดิน...ยอมแลกเวลากับความยาก
เหมือนการศึก..ไม่ตีจุดแข็ง....เข้าตีจุดอ่อน

ขอเรียนว่า..แผนแบบนี้..
ใช้กับคนที่อ่อนซ้อม...มือใหม่...หรือลงเป็นครั้งแรก
เน้นการยืนหยัดบนสนามให้ได้ตลอดเวลา
มุ่งมั่นให้ถึงเส้นชัย..ด้วยกำลังกายและปัญญา

ปีที่แล้ว...คุณนิวส์วิ่งมาราธอนสำเร็จ...
ทั้งที่ระยะฮาล์ฟยังเกือบไม่ถึง
อาศัยแผนการแบบนี้...ทำสำเร็จได้...
พวกถามสูตรกันใหญ่


ผมวางแผนบนความจริงที่ว่า...
ซ้อมมาน้อย...เอาประสบการณ์มาเล่นใหม่ครับ

โดยคุณ อ.เปา (58.9.142.107) [10 พ.ย. 2549 เวลา 22:53]




โดยคุณ กฤตย์ (124.157.130.74) [10 พ.ย. 2549 เวลา 23:41] #98421 (1/8)

โธ่ อ.เปา ขาเก่าแล้วนะไม่ใช่ขาใหม่ ทำเป็นเบบี้ไปได้ตัวก็

ขอวิจารณ์ว่าการเดิน 5 โล และวิ่งอีก 5 โล และวิ่ง 7/1 อีก 5 โล นั้น ทั้งสามอย่างมันสลับกลุ่มกล้ามเนื้อใช้งานจริง แต่ละช่วงนานมากเกินไป

ลุงว่าสู้ 7/1 ตั้งแต่ต้นดีกว่า ไม่ใช่เพราะเร็วกว่า แต่เพราะมันสลับกลุ่มกล้ามเนื้อใช้งานบ่อยกว่า การเดินในช่วงแรกนั้น กว่าจะเปลี่ยนอิริยาบท มันก็ไปตั้ง 5 โล ประมาณนั้น เป้าหมายลุงว่า อ.เปาน่าจะเปลี่ยนถี่ๆกว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับตัวเองครับ

ถ้าทั้งหมดเป็นเพราะซ้อมมาไม่พร้อม ทำไมไม่เริ่มเกาะติดแผนฝึกที่เป็นรูปธรรมสำหรับตัวเราตั้งแต่บัดนี้ และอีก 6 เดือนข้างหน้าค่อยเจอกัน ใช่แล้ว ไม่ใช่กรุงเทพ แต่เป็นจังหวัดอื่น ก็ไม่เห็นเป็นไร ปัญหาคือ เมื่อถึงตอนนั้น เราพร้อมหรือเปล่าหรือว่าผัดวันประกันพรุ่งอยู่เรื่อยๆ

การจะลงให้ได้ในคราวนี้เพื่ออะไร?? ตอบให้ได้ เราหวังอะไร?? เอาแค่ถึงหรือ แค่ถึงแล้วดีใจหรือ ??
ติ้ดต่างว่า อ.เปาทำได้ คือไปถึงเส้นชัย ดีกว่าเดิมเล็กน้อย ถามตัวเองว่าดีใจหรือไม่ ซึ่งมันก็น่าจะเป็นเช่นนั้น ถ้าซ้อมมาไม่พอเพียง แต่มันดีกว่าปีที่แล้ว(นิดนึง) คงเป็นเพราะรู้จักใช้ประสบการณ์ให้เป็นประโยชน์ ใช้สามัญสำนึกของความสูงวัยเตรียมรับมือได้ดี

ติ้ดต่างว่าอ.เปา ทำได้ช้ากว่าปีที่แล้ว แม้อาจไม่ใช่เรื่องที่ควรเสียใจ แต่มิใช่เรื่องที่น่ายินดีนักใช่หรือไม่

และยิ่งหากฟลุคๆ ทำไม่สำเร็จ เป็นนักวิ่ง DNF (Did not finish) มันชวนให้หดหู่มากกว่าหน้าใหม่ เพราะ เรามันเคยทำได้แล้ว

จากที่วิเคราะห์ชะตากรรม อ.เปา มา 3 เส้นทาง พบว่า ไม่ว่าทางใดก็ดูไม่ชวนมีเสน่ห์นัก ดังนั้น ลุงว่า อ.เปา ไม่น่าลง น่าจะลง 10 ก.ม. หรือไม่ก็ไปสนามอื่น แล้วเก็บความตั้งใจนี้ไว้ในสนามมาราธอนอีก 6 เดือนข้างหน้า หรือหากตั้งใจจริง ภายใน 4 เดือน ต้องมีอะไรดีดีน่าดูความคืบหน้าบ้าง (อย่างไม่หักโหมด้วย)



โดยคุณ อ.เปา (58.9.145.27) [11 พ.ย. 2549 เวลา 09:16] #98515 (2/8)

ต้องขอบขอบคุณ อ. กฤตย์ เป็นอย่างมากครับ
คำแนะนำก็ถือว่ามีประโยชน์..
ผมทายได้ก่อนแล้ว..เพราะอ่านทุกเล่มที่ อ.กฤตย์เขียนไว้..
บอกตรงๆ..อ่านมันซ้ำแล้ว...ซ้ำอีก
นักวิ่งที่ไม่ได้อ่านข้อเขียนที่ดี..น่าเสียดาย

จากกระทู้ก่อนๆ...ผมก็โดน อ.กฤตย์ เตรียมจะลงโทษ
ก็คงเป็นธรรมดา...ลูกศิษย์หลายคน..ที่ดื้อมันก็ต้องมี
ผมก็อยู่ในกลุ่มนั้น....อาจารย์ต้องทำใจ..
มันดื้อนัก...ให้มันเจอเอง..คงต้องเป็นอย่างนี้


คำพูดทองคำที่ได้ก็คือ...

"...ลุงว่าสู้ 7/1 ตั้งแต่ต้นดีกว่า ไม่ใช่เพราะเร็วกว่า แต่เพราะมันสลับกลุ่มกล้ามเนื้อใช้งานบ่อยกว่า การเดินในช่วงแรกนั้น กว่าจะเปลี่ยนอิริยาบท มันก็ไปตั้ง 5 โล ประมาณนั้น เป้าหมายลุงว่า อ.เปาน่าจะเปลี่ยนถี่ๆกว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับตัวเองครับ ..."

คิดอยู่เหมือนกันครับ...แต่
คิดแค่เอาการเดินในช่วงหลังมาไว้ช่วงหน้า
คิดได้อีตอนซ้อมวิ่ง...ไหนๆก็ต้องเดินอยู่แล้ว..
เดินแบบสบายๆไม่ดีกว่าหรือ
การเดินในระยะ 30 กม.ขึ้นไป...มันทรมาน..ใครก็รู้

คงจะขอปรับอีกครั้ง...เอาการเดิน..สอดใส้ไว้ทั่วการวิ่ง
ในใจก็มีแผนอย่างี้..ไม่รู้เป็นไง..จะเดินมันรวดเลย

ขอขอบคุณ อ.ฤฤตย์ อีกครั้งครับ...
ได้ผลยังไงแล้วผมจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกที



โดยคุณ tonsilp (203.131.208.180) [13 พ.ย. 2549 เวลา 09:24] #98622 (3/8)

ผมก็พยายามจะเตรียมวิ่งมาราธอนอยู่นิ...... แต่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่าน หลังจากลงวิ่ง 21 โล ที่

อยุธยา ดันมาเจอทอลซิลอักเสก .....พักไปร่วม 5-6 วันไม่ได้วิ่งเลย จนรู้สึกว่าไม่ไหว

แน่เลยรายการ 42 โลเนี่ย กะว่าจะถอดใจเสียแล้ว......... แต่มาเห็นแผนท่านอ.เปา

น่าสนใจดีนิ..........ไม่รู้ใจจะกลับมารึเปล่า.....เพราะลองทอสอบร่างกายใน 21 โล มา

ตั้งแต่ ปีนัง อยุธยา พระประแดง และมาอยุธยาอีกครั้ง เกือบแย่มาตลอด...............

เหตุผลส่วนหนึ่งที่ประเมินได้ตามคำเตือน อ.เปา การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญ....

ตอนนี้กำลังชั่งใจอยู่.......เพราะท่านนิวส์ดันไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย............ใจเลยหายไป

เหมือนกัน



โดยคุณ อ.เปา (58.9.145.145) [13 พ.ย. 2549 เวลา 14:52] #98702 (4/8)

คุณต้นศิลปวิ่งมาราธฮนคงผ่านได้..ถ้าวางแผนให้ดี
อย่าทำเป็นวิ่งมินิ 4 ครั้ง อย่างนี้ตายแน่

การวิ่งมาราธอน...ในสนามแล้วมันวิ่งกันไม่ถึง 42 กม.
เอาว่า..คนส่วนใหญ่มักจะเดิน 5-10 กม. ประกอบการวิ่ง
อย่าไปเอาอย่างมนุษย์ที่แข็งแรง เราจะชอร์ตก่อน

ผมยกเอาข้อความที่ว่า การพักผ่อนคือหัวใจของมาราธอน
เพราะอ่านมา..ไม่ได้คิดเอง
หากเราสนใจหน่อย..จะทำงานหนักต้องเตรียมตัวให้สมบูรณ์
ในสนามคุณต้นศิลป..วิ่งได้ดีกว่าผมอยู่แล้ว..กลัวเกินไปหรือเปล่า

เหตุผลหนึ่งที่ผมเขียนแผนให้เพื่อนๆดู..
ก็เหมือนปีที่แล้ว...ให้พวกมือใหม่ได้เห็นความคิดในการลงวิ่งมาราธอน
หลายคนที่ไม่กล้า..ก็ยอมลงเพราะอ่านความเห็นของผม
แล้วก็ผ่านจุดยากไปได้คือ...ความกลัว

ความจริงแล้ว....ความกลัวเป็นความรอบคอบ
ทำให้เราต้องมานั่งคำนวนว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
แล้วเราจะรับมือกับมันอย่างไร
ถ้ารับมือไม่ได้..จะเสียหายแค่ไหน
หมูก็ต้องกลัวแบบหมู
นักเลงก็กลัวแบบนักเลง

ไม่เคย...ก็กลัวแบบคนไม่เคย






โดยคุณ กฤตย์ (222.123.21.3) [14 พ.ย. 2549 เวลา 11:25] #99189 (5/8)

ไม่เอา.....ไม่เอา หมอหมง อะไรกันขนาดนั้น ปรมาจง ปรมาจาน นี่ไม่ใช่เป้าหมายของลุง ขนาดอาจาน ยังไม่อยากเป็นเลย ของแค่ลุงนี้แหละ ลุงก็เป็นเพื่อนนักวิ่งกับพวกเรา เป็นเพื่อนนักวิ่งรู้ก็บอกต่อ ที่ไม่รู้ก็ยังมีอยู่ ไม่รู้ตัวเองยังเคยถามคนอื่นเลย

มันก็อย่างนี้แหละ ผลัดกันรู้ตรงนี้บ้างตรงโน้นบ้าง ที่สำคัญต้องบอกต่อ ปล่อยไว้เงียบหายตายไปกับตัวเหมือนสรรพความรู้จากเมืองจีน น่าเสียดายไหมเล่า

***ที่เขาว่า ผู้พูดไม่รู้ ผู้รู้ไม่พูดนั้น เป้าหมายเขาไว้สอนใจคนให้รู้จักถ่อมเนื้อตัวตนอย่าอวดอัตตาเว่อร์ สื่อสารพอรู้พอเข้าใจ ถึงจุดปผระสงค์แล้ววางไว้แค่นั้น สิ่งเกินเหนือกว่านั้นเอามาแบกมันหนักเปล่าๆ

อีกอย่างลุงอายุแค่ห้าสิบเศษๆ ยังไม่เป็นเซียนก๋ง
ทุกถ้อยคำที่เขียนไป นึกถึงตอนที่เราเป็นน้องหน้าใหม่ วิ่งไปอย่างไม่รู้ทาง เหมือนมีผ้าปิดตา วิ่งไปทางโล่งก็ปลอดภัย วิ่งชนต้นไม้ก็จะเจ็บไป หรือชะตากรรมโหดร้าย วิ่งลงเหว ก็ไม่ต้องผุดต้องเกิด ทำไมคนอื่นใจร้ายไม่ยอมบอกเลยนะว่า ฉันไม่ควรทำอย่างนั้น ลุงจึงพูดมากก็เพราะอย่างนี้เอง

สิ่งใด หรือถ้อยคำใดที่ คงมีบ้างที่ปากหนักไป มีคำหยาบปนก็มี ระคายหูใครก็ขอโทษด้วย เพราะพยายามจะเล่าอย่างเป็นธรรมชาติตามที่รู้สึก



โดยคุณ อ.เปา (58.9.142.207) [14 พ.ย. 2549 เวลา 16:20] #99302 (6/8)

อ.กฤตย์ ชอบถ่อมตน วงการเขารู้
เหมือนตู้คำภีร์เรื่องวิ่ง..ใครอยากรู้ก็ไปเปิดอ่าน
ทันสมัยหน่อยก็เรียกว่าวิทยาศาสตร์การกิฬา

ต่อจากหมอกฤษฏา บานชื่น...ก็ อ.กฤตย์นี่แหละ
ที่คอยเป็นผู้ให้ความรู้ถูกต้องแก่นักวิ่งถนน
เขียนหนังสือดีๆออกมา..เป็นเข็มทิศให้นักวิ่ง
เวลาเขียนวิชาการ..ไม่มีรุ่มร่าม..มีแต่เนื้อๆ
ผสมประสบการณ์ลงไปอย่างกลมกลืน
อ่านแล้วสนุกทั้งได้ความรู้..

จะมีนักวิ่งสักกี่คนรู้ว่า...
หนังสือดี...ก็คือหนังสือที่ อ.กฤตย์เขียนนี่แหละ
เคยลองสอบถามเพื่อนๆดู...มันรู้นะ
แต่มันไม่ค่อยจะยอมจ่ายค่าเล่าเรียน..

"ธรรมดาทารกที่ดื่มนมจากมารดา ย่อมไม่กัดหัวนมมารดา"

แต่สำหรับอ.กฤตย์..ต้องขออภัยจริงๆ
ผมว่า..วิ่งเก่ง....เขียนหนังสือเก่ง..แต่เซ้งลี้ไม่เก่ง
หนังสือมันก็เลยไม่แพร่หลาย..เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น...คำตอบคือ
หนังสือมันดี แต่ตั้งราคาไว้ถูกเกินไป
ใครที่รู้ความจริง...รีบๆไปซื้อก่อนที่ จะขึ้นราคา





โดยคุณ มงคล (58.9.100.20) [16 พ.ย. 2549 เวลา 16:43] #100215 (7/8)

Attn. อ.กฤตย์ ,

Attn อ.กฤตย์ ผม Post & ใส่ Chq.ขีดคร่อม ส่งทางไปรษณีย์เพื่อสั่งผลงาน อ. Dropตู้แดง ค่ำวานนี้ครับ //มงคล



Error5